เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาพบกับหมอกรอบ ๆ บ้าน เลยพึ่งรู้สึกว่าฤดูหนาวมาถึงแล้ว (ปีนี้มาถึงช้าจัง) อยู่เมืองตากแค่เห็นหมอกก็ชื่นใจแล้ว ยกเว้นคนทางฝั่งตะวันตกที่เจออากาศหนาวจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านมาแค่เพียงวูบเดียวตอนเช้า ๆ แล้วกลางวันร้อนเกือบตายเหมือนทางฝั่งตะวันออก เราขัยรถมาทำงานเลยไม่เปิดแอร์เปิดกระจกรถแทนจะได้สัมผัสกลิ่นอายของหมอกบ้าง จะได้เตือนความรู้สึกของตนเองว่าเมืองตากก็ยังมีฤดูหนาว สองข้างทางดอกปีปบานสะพรั่ง เห็นเด็กผู้หญิง 2-3 คน ที่เดินตามพ่อ แม่ ไปเลี้ยงวัว หยุดเก็บดอกปีปรวมกันไว้เป็นกำใหญ่ นึกถึงตอนเราเป็นเด็ก ๆ ก็จะชอบเก็บดอกปีปมาถักไขว้กันทำเป็นมงกุฎดอกไม้สวมศีรษะเล่นกัน พอเริ่มเป็นวัยรุ่นเรียนชั้นมัธยมก็เคยได้รับดอกปีปที่มัดรวมกันมาเป็นช่อใหญ่ หอมจับใจ ชนิดต้องตั้งตาคอยช่อดอกปีปทุกเช้า ดอกปีปนั้นจะหอมมากคนแก่ ๆ ก็จะเรียกตามภาษาถิ่นเหนือว่าดอกกาสะลอง หรือกาซะลอง แต่เด็กในปัจจุบันนี้นิยมเรียกดอกปีปกันมากกว่า อาจเป็นเพราะเมืองตากเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง วัฒนธรรมของคนเมืองตากจึงปนเปกันระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง บางคนพูดภาษาถิ่นเหนือแต่สำเนียงภาคกลาง บางคนพูดภาษาภาคกลางแต่สำเนียงคนเหนือ สิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกในเมืองตาก พอถึงต้นฤดูหนาวทีไร เราก็คิดถึงกลิ่นดอกปีปขึ้นมาจับใจ เออ…เรานี่ถ้าจะแก่แล้วนะ แค่สัมผัสลมหนาวก็คิดถึงอดีตได้เป็นวรรคเป็นเวร….
ลมหนาวกับดอกปีป
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ศังกร รักชูชื่น · 19 ต.ค. 2550
ยูมิ · 19 ต.ค. 2550
Prof. Vicharn Panich · 19 ต.ค. 2550
Prof. Vicharn Panich · 19 ต.ค. 2550
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 19 ต.ค. 2550
อ่านแล้วน่าไปเที่ยวตากจังค่ะ