ฟัวกราส์ ( ตับห่านเลิศรส)
อยากจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาหารที่มนุษย์เราทุกวันนี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสนองความอยากทั้งรูป รส กลิ่น เพราะวันก่อนดูข่าวทีวีเห็นมนุษย์ใจร้ายไปแอบตัดหูวัวสด ๆ ขาดหายไป 1 ตัว อีก 1 ตัว หูห้อยร่องแร่ง ดูแล้วน่าสงสาร ถ้ามันตายไปก็คงพ้นทรมานอาจไปเกิดใหม่เป็นอะไรก็ตามแต่บุญกรรมนั้นแหละ ลองนึกถึงว่าถ้าเราโดนอย่างนั้นบ้างคงทรมานน่าดู เจ้าของวัวจุดธูปสาปแช่งคนที่ทำร้ายวัว .. ..ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ....แต่ถ้าเป็นเพราะไม่พอใจที่เอาวัวไปปล่อยกินหญ้าวุ่นวายที่ทางก็ไม่น่าทำกันแบบนี้ ....ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่ทำบาปกรรมนั้นต้องคืนสนองสักวันหนึ่งแน่นอน....
อย่างไรก็ตามหลายคนก็ว่าวัวเป็นอาหารของมนุษย์ แต่ก็มีหลายคนที่ช่วงขณะนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ หรืออาหารมังสวิรัติ มีความเชื่องดบริโภคอาหารพวกเนื่อสัตว์ทุกชนิด บางคนที่เคร่งจริงๆ แม้แต่ไข่ และผักที่มีกลิ่นแรงยังไม่บริโภคเลย นับว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นบุญแก่ตนเองทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ ไม่ทำร้ายชีวิตผู้อื่น มีสุขภาพที่ดีเพราะหลายคนคงรู้ว่าการบริโภคเนื้อสัตว์มากๆ ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ยิ่งสัตว์ใหญ่ 4 ขา ยิ่งไม่ดี ควรบริโภคปลาจะดีกว่า หรือถ้าไม่เคร่งมากก็ทานแบบเจเขี่ยซิ ทานอาหารที่ทำมาขาย โดยเขี่ยเนื้อสัตว์ทิ้งเลือกทานแต่ผักแทนก็ได้ แต่ก็ยังไม่เท่ากับงดไปเลยดีที่สุด
นอกจากเนื้อสัตว์พวก วัว หมู ควาย ไก่ ปลา ที่เป็นอาหารของคนแล้วยังมีสัตว์อื่นๆอีกจำนวนมาก ที่คนนำมาสร้างสรรค์เป็นอาหารบำรุงปากท้องของคนบนความทุกข์ของสัตว์ที่เป็นอาหารเช่น หูฉลาม ของคนจีน ไก่กะทิ คนภาคใต้ ฟัวกราส์ ( Foie Gras ) ตับห่านสุดยอดอาหารโอชะของฝรั่งเศส ที่คนไทยมีเงินหน่อยไปหาทานกันในโรงแรมหรูราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท แต่ขั้นตอนในการเลี้ยงห่านที่นำตับมันมาให้คนกินนี่ซิอ่านแล้ว สงสาร ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็อย่าไปกินมันเลย พอไม่มีคนกินของก็ขายไม่ได้ ขายไม่ได้คนก็ไม่ผลิตออกมาไม่ว่าเป็นไก่กะทิ ที่เลี้ยงด้วยกะทิกรอกปาก หรือห่านหรือเป็ดที่ถูกเลี้ยงเพื่อผลิตตับเป็นฟัวกราส์ คือนำเป็ดหรือห่านมากรอกอาหารตามสูตรคือข้าวโพดต้มกับไขมันวันละ 250 กรัม วันละ 2 มื้อเป็นเวลา 12-15 วัน และวันละ 4 มื้อ ๆละ 1,000 กรัม เป็นเวลา 15-18 วัน การกรอกจะมีท่อเสียบลงไปถึงหลอดอาหารเป็นเครื่องปั้มลม 2-3 วินาที จนครบกำหนดตับห่านก็จะใหญ่ผิดปกติขนาดเท่ามือมือผู้ใหญ่ เวลานำมาทำอาหารจะมีรสชาตินุ่มนวล เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น(ตามที่คนชอบกินบอกเล่ามา)
เป็ดหรือห่านที่ถูกนำมาผลิตเป็นฟัวกราส์ ว่าทรมานแล้วยังไม่เท่ากับเมนูพิสดารของคนที่นำปลามาแล่เกล็ดแล่เนื้อทั้งเป็นๆแล้วนำไปทอดทั้งที่ปลายังดิ้นอ้าปาก ดูแล้วน่ากลัวกว่าน่ากิน และยังมีสุนัขอีกที่เราถือว่าเป็นเพื่อน คนทางภาคอีสานเลี้ยงไว้แลกถังน้ำพลาสติก มันถูกจับมองตาเราปริบๆ ดูแล้วมนุษย์ใจร้ายยังนำมันไปทำเป็นอาหารได้
ถึงแม้เทศกาลกินเจจะใกล้หมดอีกไม่กี่วัน ถ้าเลิกหรือลดลงบ้างหรือเลิกกินเนื้อสัตว์เลยคงดีแก่ทุกฝ่าย (ไม่ว่าคนหรือสัตว์) และอยากวิงวอนคนที่ชอบเปิบพิสดาร ทรมานสัตว์ขอร้องเถอะ ชีวิตใครใครก็รัก อย่าทำร้ายหรือทรมานเขาเลย เขาเกิดมาเป็นสัตว์ถือว่าชดใช้กรรมก็น่าจะพอแล้วไม่น่าไปทรมานเขาอีกเลย
สวัสดีค่ะคุณ สกาย
ได้อ่านบันทึกนี้แล้ว ต้องบอกว่ามีประโยชน์มากๆ ค่ะ
ดิฉันเลยอยากแนะนำให้ใส่คำสำคัญที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่เขียนด้วยค่ะ เช่น คำว่า อาหาร มังสวิรัติ สุขภาพ เป็นต้นค่ะ จะทำให้การค้นหาบันทึกสามารถเจอได้ง่ายมากขึ้น เช่น การค้นหาบันทึกจากคำสำคัญ คำว่า "อาหาร" ได้ผลดังนี้ http://gotoknow.org/post/tag/อาหาร คะ
การไม่ทานเนื้อสัตว์ทำให้สุขภาพดีขึ้นจริงๆค่ะ ดิฉันทดลองปฏิบัติแล้ว แค่ทานเพียง 5 วัน รู้สึกได้เลยว่ากระฉับกระเฉงขึ้น มีสมาธิ ใจสงบ ไม่หงุดหงิด ไม่ปวดหัว ไม่ปวดท้อง ไม่อืดท้อง เหมือนที่เคยเป็น
จริงๆแล้วก็มีงานวิจัยที่เค้าสรุปผลได้ว่าอาหารมังสวิรัต (รวมทั้งการลดการทานเนื้อสัตว์) มีผลดีต่อสุขภาพ และแพทย์ทางเลือกยังสนับสนุนแนวคิดนี้ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ชัดเจนว่าคนเราถูกสร้างมาเพื่อกินพืชเป็นอาหารหลักค่ะ แต่ก็แปลก (คงเป็นธรรมชาติของคน) คนเรากลับชอบกินเื้นื้อ และสรรหาเมนูที่คิดว่าวิจิตรพิศดารที่สุดในปฐพีมากินกันจนได้ โดยมองข้ามความรู้สึกเจ็บปวดของสัตว์ที่ถูกนำมาปรุงอาหาร
แม้การทานอาหารจะเป็นสิทธิส่วนบุคล แต่อยากให้ทุกคนลองลดการทานเนื้อสัตว์ลงค่ะ เพื่อสุขภาพของคุณ และช่วยชีวิตสัตว์ด้วย ไม่ใช่แค่อิ่มท้อง แต่อิ่มใจด้วยนะคะ
สวัสดีครับคุณครูสกาย
ขอบคุณนะครับ มีเรื่องดีๆมาให้อ่านได้คติดี เมื่อ 2 วันก่อนผมมีโอกาสไปทานอาหารกลางวันมังสวิรัติที่ชั้น 4 ของท็อปแลนด์ เดี๋ยวนี้อาหารมังสวิรัติมีหลากหลายรูปแบบ กลิ่น รสชาติเหมือนอาหารประภทเนื้อสัตว์ อร่อยดีครับ ผมทาน 2 คนกับเพื่อน ชวนเพื่อนทานด้วย เพื่อนไม่ทาน เขาชอบทานอาหารประเภทเนื้อ ร้านอาหารเจตักข้าวกับอาหารให้เยอะมากทาน 1 จาน แถมด้วยถั่วเขียวต้มน้ำตาลอีก 1 ถ้วย ทำให้ผมดับเบิ้ลอิ่ม ส่วนเพื่อนผมข้าวแกง 2 จาน แค่ปริมาณยังแตกต่าง คุณภาพและสุขภาพก็ยังแตกต่างกันครับ..สวัสดีครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ดิฉันอาจจะตอบช้าไปหน่อยแต่ก็จริงใจอยากให้ทุกคนรู้สิ่งดีๆเพื่อชีวิตทุกชีวิต