"โอ้ อตัมมยตา" แปลง่ายๆว่า กูไม่เอากับมึงแล้ว ไม่ไปโง่ไปหลงให้มันกัดอีกต่อไปแล้ว - ปัญญานันทภิกขุ
บันทึกต่อมาจากเรื่องงานพี่ทิพย์กับคุณจิม นะคะ
พระอาจารย์มหาฤทธิ์จากวัดอตัมมยตา เทศน์หลายเรื่องค่ะ เช่น
- เรื่องวันเกิดว่าเป็นวันที่ต้องนึกถึงพ่อแม่
-
ท่านว่าพ่อแม่คือ อรหันต์ที่บ้าน คือพระพรหม แล้วท่านก็ถามว่าพระพรหมเป็นอย่างไร ท่านเล่าให้ฟังว่าเคยสอนเรื่องนี้ แล้วมีเด็กถามว่าถ้าพระพรหมมี 4 หน้าเวลานอนท่านจะนอนยังไง ตะแคงก็ไม่ได้ หายใจไม่ออกตาย ท่านก็ถามว่า เราเราจะตอบเด็กมันยังไง เฮอะๆ
-
แล้วท่านก็วกมาเรื่อง 4 หน้า = พรหมวิหารสี่
การเป็นพ่อแม่ที่ดีว่าต้องมีให้ครบสี่หน้า ต้องมีอุเบกขาด้วย ไม่ใช่มีแค่ เมตตา กรุณา มุทิตา เท่านั้น
- ท่านว่าว่าที่เราทุกขๆ์กันเพราะไม่มีอุเบกขากันมาก
<ul>
แล้วท่านก็เข้าเรื่องความเข้าใจในปฏิจจสมุปบาท ว่าถ้าเข้าใจว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย
"เป็นธรรมชาติ อาศัยกันเกิดขึ้น" ถ้าจะหยุดก็ต้องมองให้ทันว่าหยุดตรงไหนดับตรงไหนได้บ้าง หน้าที่ของเราคือการดูแล ตา หู จมูก ปาก ลิ้น กาย ใจ เวลามันกระทบ กระทบกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และ ธรรมารมณ์
ท่านก็กล่าวว่าเป็นเรื่องลึกซึ้งที่ต้องพูดยาว (อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ ) ที่วัดมีการสนทนาธรรมเรื่องนี้โดยเฉพาะเป็นวันๆ ท่านกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรทำความเข้าใจให้มากขึ้น
ท่านเล่าย่อๆว่าภาพธรรมเริ่มจากวงในไปวงนอกหมายถึงอะไรโดยเน้นวงในสุด
</ul>
<ul>
พอมาเรื่องภพชาติสวรรค์นรก ท่านก็สอนว่า ไม่ต้องไปเชื่อหรือไม่เชื่อว่ามันมี ไม่ต้องไปต้าน แต่ให้รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรู้ตอนนี้ ตอนนี้ให้คิดแค่ว่าสวรรค์ในอกนรกในใจเหมือนที่เคยได้ยินมานี่แหละ
โกรธก็นรก อยากก็นรก ให้ก็สวรรค์คนเราไปนรกสวรรค์วันๆนึงหลาย trip เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่ต้องไปสงสัยว่าสวรรค์นรกอยู่ไกลแค่ไหน อยู่บนฟ้าหรือใต้ดิน เพราะเราไปได้ทุกๆวินาทีจิตนี่แหละ ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด
แล้วท่านก็ถามว่าวันนี้ไปเที่ยวนรกมากี่รอบแล้วหล่ะเนี่ยะ เฮอะๆ ฮาตรึมเพราะรู้ตัวกันดีว่าไปเที่ยวมาหลายรอบแล้ววันนี้
ต่อมาท่านก็สอนว่าเรื่องชาตินี้ชาติก่อนชาติหน้าก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปต้านถ้าไม่เชื่อ แต่ให้รู้ว่า ณ ขณะจิตนี้คือปัจจุบัน วินาทีที่ผ่านมาคืออดีตชาติ วินาทีต่อไปคืออนาคต
</ul>
<ul>
ท่านเล่าเรื่องที่มีผู้หญิงไปดูหนังคนเดียว ซื้อ popcornถุงเล็กไปทาน พอหนังเริ่ม ผู้ชายที่นั่งข้างๆก็ยื่นมือมากิน popcorn ถุกเดียวกัน เธอก็กลัวแต่ก็คิดว่าคนเยอะ มันไม่น่าจะทำอะไร แต่ก็กลัวระแวงไปตลอด ยอมให้มันกินไปเรื่อยๆอย่างเกร็งๆ เธอก็ทาน popcorn ถุงนั้นด้วยจนหนังจบ เธอก็รีบเดินออกจากโรงหนังไปที่รถ เธอเห็นผู้ชายคนนั้นเดินตามมา เธอก็รีบล็อคประตูรถแล้วขับออกไปด้วยความกลัว คิดว่าเจอผู้ชายโรคจิต ท่านมหาฤทธิ์ หยุดเทศน์แป๊บนึงแล้วยิ้มแล้วก็พูดต่อว่า ที่นี่อาตมาก็ไม่เข้าใจ แต่ผู้หญิงเนี่ยะพอมีเรื่องอะไรต้องทำไง ต้องโทรเล่าให้เพื่อนฟังใช่ไม๊ เฮอะๆ ฮาตรึมอีกแล้วค่ะ โดนใจผู้ฟัง ท่านเล่าว่าผู้หญิงคนนี้ก็เล่าด้วยความตื่นเต้นว่าเกิดเหตุการณ์นี่ขึ้น แต่แล้วเมื่อเธอวางหูมือถือกลับไปในกระเป๋าก็พบว่า...... popcorn ที่เธอซื้อมาหน่ะ อยู่ครบทุกเม็ดในกระเป๋าเธอเองค่ะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหลายๆเรื่องในชีวิตเราหน่ะ คิดไปเอง เพราะ ไม่รู้ก็กลัวไปเอง ไม่รู้ว่าเหตุจริงๆคืออะไร เวลาคนนินทา ก็เอามาเป็นอารมณ์ เหตุจริงๆคืออะไร มองเห็นและเข้าใจรึเปล่าหรือคิดไปเอง
</ul><p>จริงๆท่านเทศน์มากกว่านี้ค่ะแต่คงเล่าได้ไม่หมด ขอเล่าเรื่องที่เห็นจะเป็นที่ประทับใจผู้ฟังทุกคนมากที่สุดไว้อีกเรื่องเดียวนะคะ</p><p>ท่านมากัน 3 รูป นำหนังสือและ CD ธรรมะดีๆ มาแจกมากมาย ท่านบอว่า อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆ อ่านนสพ.ให้ทันเหตุการณ์บ้านเมือง นักการเมืองคนไทยไม่ดีจะได้รู้ทัน ไม่ใช่เลือกซำ้ๆไปเรื่อยๆไม่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้าง ท่านบอกว่าเคยไปทัวร์อินเดีย ศรีลังการ นึกว่าคนไทยจะพกหนังสือพุทธประวัติไปบ้าง เหมือนนักท่องเที่ยวต่่างประเทศที่มีหนังสือติดตัวไปเสมอเวลาเดินทาง</p><p>ท่านอยากให้คนไทยเป็นอย่างนั้นบ้าน ท่านเล่าว่าคนไทยที่ไปทัวร์กับท่านแบกเอาข้าวสาร เอาน้ำพริกตาแดง เอามาม่าไป กลัวไม่มีอาหารถูกปากกิน ไม่มีใครเอาหนังสือไปเลย </p><p>ทัวร์ไกด์บอกกับท่านว่า นำเที่ยวคนไทยหน่ะง่ายครับ ท่องไว้ "นิ่งหลับ ขยับแดก แยกหลง ลงซื้อ"</p><p>พระอาจารย์ก็หัวเราะ แต่จริงๆหัวเราะแบบเศร้าๆ</p><p>ที่ท่านทำหนังสือขนาดพกใส่กระเป๋าได้ก็เพราะท่านอยากให้พกจริงๆ พกไปอ่าน หรือ ถ้าเจอใครถูกใจอยากให้เป็นของขวัญก็ควักออกมาจากกระเป๋าให้ได้เลย</p><p>ท่านจบการเทศน์ไว้ด้วยความหวังอยากให้พวกเราช่วยกันปฏิบัติตาม ดูแลตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วก็ขยันอ่านหนังสือให้มากค่ะ </p>
มาเสริมว่าท่านสอนเรื่อง "การล้างจาน เพื่อล้างจาน" ของท่านติช นัท ฮันท์ด้วยค่ะ
ให้ล้างเพื่อล้าง ไม่ใช่รีบๆล้างๆหวังจะให้มันเสร็จๆไป ล้างไปด่าคนทำสกปรกไป ไม่ใช่ล้างเพราะแค่เอาให้มันสะอาด แต่มีสติและ appreciate ชีวิตเสมอในขณะล้าง
แล้วชีวิตนี้จะมีสุขในการทำงาน
สวัสดีค่ะ อ.มัท
พี่แอมป์ตามมาติดๆจากบันทึกโน้น พระท่านเทศน์สนุกจังเลยค่ะ หลายๆครั้งที่รู้สึกว่า การยกตัวอย่างใกล้ตัวที่ทำให้เราเห็นจริง(เพราะเราก็ทำยังงั้นจริงๆ) : ) กระทบใจและจำนานดีชะมัด
ชอบมากเลยที่ท่านถามว่า วันนี้ไปเที่ยว.. เอ่อ...ข้างล่างมากี่รอบแล้วละเนี่ย "......ใจ" เลยอะ
เรื่องหนังสือธรรมะนี่ก็น่าคิดละ พ่อพี่เคยบอกว่าโรงแรมไทยหลายที่ โดยเฉพาะ ที่ต้อนรับแขกต่างชาติน่าจะมีหนังสือธรรมะวางไว้ให้อ่านด้วย หลังๆพี่เลยตั้งใจ(ด้วยจิตอันเป็นกุศล) เอาหนังสือธรรมะไปวางลืมไว้แทบทุกโรงแรมที่เคยไปพักเลย อิๆๆ
แบบว่าเผื่อมีคนอยากอ่านมั่งอะค่ะ : )
ปล.ขอให้เดอะสิสของ อ.มัทเสร็จโดยเร็วและราบรื่นนะคะ
ขอบคุณ พี่ใบบุญค่ะ
อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆเช่นกันค่ะ
หรือถ้าชอบดูหนัง ดูทีวี ฟังวิทยุก็อยากให้มีรายการดีเพิ่มขึ้นมากกว่านี้
จะหวังต่อไปค่ะ : )
สวัสดีค่ะพี่แอมป์ (ดอกไม้ทะเล)
"......ใจ" เหมือนกันเลยค่ะ : )
ไอเดียคุณพ่อพี่แอมป์กับการแอบลืมของพี่แอมป์ น่าเอาเป็นตัวอย่างทำตามกันให้มากเลยค่ะ
โรงแรมฝรั่งยังมีไบเบิลในลิ้นชักข้างเตียงเลยนี่เนอะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ
ยินดีค่ะ อ. หมอ ธนพันธ์
อ่านบันทึกนี้แล้วคิดถึง คุณพ่อขายาว ของน้องภู เป็นคนแรก
ในแง่ว่าคุณเธอ "แบก"กระเป๋าเดินทางใบย่อมหนึ่งใบอัดไปด้วยหนังสือเสมอเวลาเดินทาง
คุณเธออ่านมากจริง ๆ อ่านช้าแต่อ่านตลอดเวลา
จำแม่นด้วยนะ ส่วนหนึ่ง..อ้อหลายส่วนที่พี่เขียนถึง..หัวข้อ ชื่อหนังสือ โครงเรื่องฯลฯสารภาพว่าไม่ได้ค้น กรูเกิ้ล ค้นจาก ก้นเธอ(ก้นบึ้ง)ความจำคุณเธอเร็วกว่ากันเยอะเลย
ล่าสุด คุณเธอแบกหนังสือแม่ลูกเผื่อไปด้วย
และที่เข้ากับบันทึกนี้คือ มีธรรมะไปด้วยหลายสิบเล่ม
แล้วซื้อเพิ่มที่โน่นก็อีกมาก หนักแสนหนัก
จึงอยากให้หลายคนและพระอาจารย์ดีใจว่า อย่างน้อยมี "เขา"คนหนึ่งค่ะ..ที่..แบกหนังสือข้ามน้ำข้ามทะเลไปอ่าน..เสมอ
แอบโมแรน...ติค อีกแล้ว ;P
มาเติมนิดว่า ไกลสุดที่เขาไป ปลายสุดแหลมแห่งความโชคดี(Good hopeของทวีปอาฟริกา) นอนกลางหุบเขา ได้ยินเสียงกวางเรนเดียร์(จริงหรือ..โม้มากกว่า) เขาขนหนังสือไปนอนอ่านอย่างสุขสบาย
ขากลับ แบกหนังสือ(ขนาดบิ๊ก)รวมภาพของ วินเซ็นต์ แวนโกีะมาฝาก..พี่..สิคะ
โ ม แ ร น ติ ค........อิ อิ
พี่หมอเล็ก....ชอบ....ชอบ....
ที่ชอบมากเข้าไปคือคุณพ่อขายาวทำให้น้องภูชอบอ่านหนังสือไปด้วย : )
แถมยังจุดประกายทำให้พี่หมอเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านอีก....
เพิ่งได้ข่าวมาว่าบันทึกนี้คนแถว Seattle เค้าอ่านกันเยอะนะพี่ hahahaha
อีกหน่อยไปเที่ยวหล่ะ ดังแล้วสามพ่อแม่ลูกโรแมนติก : )