เทศนาธรรมโดย พระอาจารย์มหาฤทธิ์ จากวัดอตัมมยตา รัฐวอชิงตัน

มัทนา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
"โอ้ อตัมมยตา" แปลง่ายๆว่า กูไม่เอากับมึงแล้ว ไม่ไปโง่ไปหลงให้มันกัดอีกต่อไปแล้ว - ปัญญานันทภิกขุ

บันทึกต่อมาจากเรื่องงานพี่ทิพย์กับคุณจิม นะคะ

พระอาจารย์มหาฤทธิ์จากวัดอตัมมยตา เทศน์หลายเรื่องค่ะ เช่น

  • เรื่องวันเกิดว่าเป็นวันที่ต้องนึกถึงพ่อแม่
  • ท่านว่าพ่อแม่คือ อรหันต์ที่บ้าน คือพระพรหม แล้วท่านก็ถามว่าพระพรหมเป็นอย่างไร  ท่านเล่าให้ฟังว่าเคยสอนเรื่องนี้ แล้วมีเด็กถามว่าถ้าพระพรหมมี 4 หน้าเวลานอนท่านจะนอนยังไง ตะแคงก็ไม่ได้ หายใจไม่ออกตาย ท่านก็ถามว่า เราเราจะตอบเด็กมันยังไง เฮอะๆ
  • แล้วท่านก็วกมาเรื่อง 4 หน้า = พรหมวิหารสี่
    การเป็นพ่อแม่ที่ดีว่าต้องมีให้ครบสี่หน้า ต้องมีอุเบกขาด้วย ไม่ใช่มีแค่ เมตตา กรุณา มุทิตา เท่านั้น
  • ท่านว่าว่าที่เราทุกขๆ์กันเพราะไม่มีอุเบกขากันมาก

  • แล้วท่านก็เข้าเรื่องความเข้าใจในปฏิจจสมุปบาท ว่าถ้าเข้าใจว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย
  • "เป็นธรรมชาติ อาศัยกันเกิดขึ้น" ถ้าจะหยุดก็ต้องมองให้ทันว่าหยุดตรงไหนดับตรงไหนได้บ้าง หน้าที่ของเราคือการดูแล ตา หู จมูก ปาก ลิ้น กาย ใจ เวลามันกระทบ กระทบกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และ ธรรมารมณ์
  •  ท่านก็กล่าวว่าเป็นเรื่องลึกซึ้งที่ต้องพูดยาว (อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ ) ที่วัดมีการสนทนาธรรมเรื่องนี้โดยเฉพาะเป็นวันๆ ท่านกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรทำความเข้าใจให้มากขึ้น 
  • ท่านเล่าย่อๆว่าภาพธรรมเริ่มจากวงในไปวงนอกหมายถึงอะไรโดยเน้นวงในสุด

  • พอมาเรื่องภพชาติสวรรค์นรก ท่านก็สอนว่า ไม่ต้องไปเชื่อหรือไม่เชื่อว่ามันมี ไม่ต้องไปต้าน แต่ให้รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรู้ตอนนี้ ตอนนี้ให้คิดแค่ว่าสวรรค์ในอกนรกในใจเหมือนที่เคยได้ยินมานี่แหละ
  • โกรธก็นรก อยากก็นรก  ให้ก็สวรรค์คนเราไปนรกสวรรค์วันๆนึงหลาย trip เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่ต้องไปสงสัยว่าสวรรค์นรกอยู่ไกลแค่ไหน อยู่บนฟ้าหรือใต้ดิน เพราะเราไปได้ทุกๆวินาทีจิตนี่แหละ ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด
  • แล้วท่านก็ถามว่าวันนี้ไปเที่ยวนรกมากี่รอบแล้วหล่ะเนี่ยะ เฮอะๆ ฮาตรึมเพราะรู้ตัวกันดีว่าไปเที่ยวมาหลายรอบแล้ววันนี้
  • ต่อมาท่านก็สอนว่าเรื่องชาตินี้ชาติก่อนชาติหน้าก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปต้านถ้าไม่เชื่อ แต่ให้รู้ว่า ณ ขณะจิตนี้คือปัจจุบัน วินาทีที่ผ่านมาคืออดีตชาติ วินาทีต่อไปคืออนาคต

  • ท่านเล่าเรื่องที่มีผู้หญิงไปดูหนังคนเดียว ซื้อ popcornถุงเล็กไปทาน พอหนังเริ่ม ผู้ชายที่นั่งข้างๆก็ยื่นมือมากิน popcorn ถุกเดียวกัน เธอก็กลัวแต่ก็คิดว่าคนเยอะ มันไม่น่าจะทำอะไร แต่ก็กลัวระแวงไปตลอด ยอมให้มันกินไปเรื่อยๆอย่างเกร็งๆ เธอก็ทาน popcorn ถุงนั้นด้วยจนหนังจบ เธอก็รีบเดินออกจากโรงหนังไปที่รถ เธอเห็นผู้ชายคนนั้นเดินตามมา เธอก็รีบล็อคประตูรถแล้วขับออกไปด้วยความกลัว คิดว่าเจอผู้ชายโรคจิต ท่านมหาฤทธิ์ หยุดเทศน์แป๊บนึงแล้วยิ้มแล้วก็พูดต่อว่า ที่นี่อาตมาก็ไม่เข้าใจ แต่ผู้หญิงเนี่ยะพอมีเรื่องอะไรต้องทำไง ต้องโทรเล่าให้เพื่อนฟังใช่ไม๊ เฮอะๆ ฮาตรึมอีกแล้วค่ะ โดนใจผู้ฟัง ท่านเล่าว่าผู้หญิงคนนี้ก็เล่าด้วยความตื่นเต้นว่าเกิดเหตุการณ์นี่ขึ้น แต่แล้วเมื่อเธอวางหูมือถือกลับไปในกระเป๋าก็พบว่า...... popcorn ที่เธอซื้อมาหน่ะ อยู่ครบทุกเม็ดในกระเป๋าเธอเองค่ะ
  • เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหลายๆเรื่องในชีวิตเราหน่ะ คิดไปเอง เพราะ ไม่รู้ก็กลัวไปเอง ไม่รู้ว่าเหตุจริงๆคืออะไร เวลาคนนินทา ก็เอามาเป็นอารมณ์ เหตุจริงๆคืออะไร มองเห็นและเข้าใจรึเปล่าหรือคิดไปเอง

จริงๆท่านเทศน์มากกว่านี้ค่ะแต่คงเล่าได้ไม่หมด ขอเล่าเรื่องที่เห็นจะเป็นที่ประทับใจผู้ฟังทุกคนมากที่สุดไว้อีกเรื่องเดียวนะคะ

ท่านมากัน 3 รูป นำหนังสือและ CD ธรรมะดีๆ มาแจกมากมาย ท่านบอว่า อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆ อ่านนสพ.ให้ทันเหตุการณ์บ้านเมือง นักการเมืองคนไทยไม่ดีจะได้รู้ทัน ไม่ใช่เลือกซำ้ๆไปเรื่อยๆไม่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้าง ท่านบอกว่าเคยไปทัวร์อินเดีย ศรีลังการ นึกว่าคนไทยจะพกหนังสือพุทธประวัติไปบ้าง เหมือนนักท่องเที่ยวต่่างประเทศที่มีหนังสือติดตัวไปเสมอเวลาเดินทาง

ท่านอยากให้คนไทยเป็นอย่างนั้นบ้าน ท่านเล่าว่าคนไทยที่ไปทัวร์กับท่านแบกเอาข้าวสาร เอาน้ำพริกตาแดง เอามาม่าไป กลัวไม่มีอาหารถูกปากกิน ไม่มีใครเอาหนังสือไปเลย

ทัวร์ไกด์บอกกับท่านว่า นำเที่ยวคนไทยหน่ะง่ายครับ ท่องไว้ "นิ่งหลับ ขยับแดก แยกหลง ลงซื้อ"

พระอาจารย์ก็หัวเราะ แต่จริงๆหัวเราะแบบเศร้าๆ

ที่ท่านทำหนังสือขนาดพกใส่กระเป๋าได้ก็เพราะท่านอยากให้พกจริงๆ พกไปอ่าน หรือ ถ้าเจอใครถูกใจอยากให้เป็นของขวัญก็ควักออกมาจากกระเป๋าให้ได้เลย

ท่านจบการเทศน์ไว้ด้วยความหวังอยากให้พวกเราช่วยกันปฏิบัติตาม ดูแลตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วก็ขยันอ่านหนังสือให้มากค่ะ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วงปี



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

มาเสริมว่าท่านสอนเรื่อง "การล้างจาน เพื่อล้างจาน" ของท่านติช นัท ฮันท์ด้วยค่ะ

ให้ล้างเพื่อล้าง ไม่ใช่รีบๆล้างๆหวังจะให้มันเสร็จๆไป ล้างไปด่าคนทำสกปรกไป ไม่ใช่ล้างเพราะแค่เอาให้มันสะอาด แต่มีสติและ appreciate ชีวิตเสมอในขณะล้าง

แล้วชีวิตนี้จะมีสุขในการทำงาน

 

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณบันทึกนี้

  • อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆ ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.มัท

พี่แอมป์ตามมาติดๆจากบันทึกโน้น  พระท่านเทศน์สนุกจังเลยค่ะ  หลายๆครั้งที่รู้สึกว่า การยกตัวอย่างใกล้ตัวที่ทำให้เราเห็นจริง(เพราะเราก็ทำยังงั้นจริงๆ)    : )  กระทบใจและจำนานดีชะมัด

ชอบมากเลยที่ท่านถามว่า วันนี้ไปเที่ยว.. เอ่อ...ข้างล่างมากี่รอบแล้วละเนี่ย         "......ใจ"  เลยอะ

เรื่องหนังสือธรรมะนี่ก็น่าคิดละ  พ่อพี่เคยบอกว่าโรงแรมไทยหลายที่  โดยเฉพาะ ที่ต้อนรับแขกต่างชาติน่าจะมีหนังสือธรรมะวางไว้ให้อ่านด้วย  หลังๆพี่เลยตั้งใจ(ด้วยจิตอันเป็นกุศล)  เอาหนังสือธรรมะไปวางลืมไว้แทบทุกโรงแรมที่เคยไปพักเลย  อิๆๆ

แบบว่าเผื่อมีคนอยากอ่านมั่งอะค่ะ   : ) 

ปล.ขอให้เดอะสิสของ อ.มัทเสร็จโดยเร็วและราบรื่นนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ พี่ใบบุญค่ะ 

อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆเช่นกันค่ะ

หรือถ้าชอบดูหนัง ดูทีวี ฟังวิทยุก็อยากให้มีรายการดีเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

จะหวังต่อไปค่ะ : ) 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่แอมป์ (ดอกไม้ทะเล)

"......ใจ" เหมือนกันเลยค่ะ : )

ไอเดียคุณพ่อพี่แอมป์กับการแอบลืมของพี่แอมป์ น่าเอาเป็นตัวอย่างทำตามกันให้มากเลยค่ะ 

โรงแรมฝรั่งยังมีไบเบิลในลิ้นชักข้างเตียงเลยนี่เนอะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ
เขียนเมื่อ 

ยินดีค่ะ อ. หมอ ธนพันธ์

เขียนเมื่อ 

อ่านบันทึกนี้แล้วคิดถึง คุณพ่อขายาว ของน้องภู เป็นคนแรก

ในแง่ว่าคุณเธอ "แบก"กระเป๋าเดินทางใบย่อมหนึ่งใบอัดไปด้วยหนังสือเสมอเวลาเดินทาง
คุณเธออ่านมากจริง ๆ อ่านช้าแต่อ่านตลอดเวลา
จำแม่นด้วยนะ ส่วนหนึ่ง..อ้อหลายส่วนที่พี่เขียนถึง..หัวข้อ ชื่อหนังสือ โครงเรื่องฯลฯสารภาพว่าไม่ได้ค้น กรูเกิ้ล ค้นจาก ก้นเธอ(ก้นบึ้ง)ความจำคุณเธอเร็วกว่ากันเยอะเลย

ล่าสุด คุณเธอแบกหนังสือแม่ลูกเผื่อไปด้วย

และที่เข้ากับบันทึกนี้คือ มีธรรมะไปด้วยหลายสิบเล่ม
แล้วซื้อเพิ่มที่โน่นก็อีกมาก หนักแสนหนัก

จึงอยากให้หลายคนและพระอาจารย์ดีใจว่า อย่างน้อยมี "เขา"คนหนึ่งค่ะ..ที่..แบกหนังสือข้ามน้ำข้ามทะเลไปอ่าน..เสมอ

แอบโมแรน...ติค  อีกแล้ว  ;P

เขียนเมื่อ 

มาเติมนิดว่า ไกลสุดที่เขาไป ปลายสุดแหลมแห่งความโชคดี(Good hopeของทวีปอาฟริกา) นอนกลางหุบเขา ได้ยินเสียงกวางเรนเดียร์(จริงหรือ..โม้มากกว่า)  เขาขนหนังสือไปนอนอ่านอย่างสุขสบาย

ขากลับ แบกหนังสือ(ขนาดบิ๊ก)รวมภาพของ วินเซ็นต์ แวนโกีะมาฝาก..พี่..สิคะ

โ  ม  แ  ร  น  ติ   ค........อิ อิ

เขียนเมื่อ 

พี่หมอเล็ก....ชอบ....ชอบ....

ที่ชอบมากเข้าไปคือคุณพ่อขายาวทำให้น้องภูชอบอ่านหนังสือไปด้วย : )

แถมยังจุดประกายทำให้พี่หมอเขียนหนังสือให้คนอื่นอ่านอีก....

เพิ่งได้ข่าวมาว่าบันทึกนี้คนแถว Seattle เค้าอ่านกันเยอะนะพี่ hahahaha

อีกหน่อยไปเที่ยวหล่ะ ดังแล้วสามพ่อแม่ลูกโรแมนติก : )