คำว่าพอดี อยู่ที่พอใจ ถึงไร้ราคา ก็มีคุณค่า น่าหยิบน่ามอง

     คนไทยสมัยก่อน  ได้นำใบตองมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ  ตั้งแต่การเกิดจนตาย  โดยใช้รองอาหาร  ใช้รองเด็กอ่อน  เมื่อเด็กเกิดก็จะนำใบตองมารองกระด้งและรับเด็กที่เพิ่งคลอดจากท้องแม่  ทั้งนี้เพราะที่ใบตองมีผิวที่เงาเป็นมัน  เลือดที่ติดมากับเด็กจะไม่มาเปื้อนกับผ้าซึ่งซักออกยาก  นอกจากเด็กอ่อนแล้ว  ยังมีเรื่องของคนป่วยสมัยก่อนที่เป็นฝีดาษ  ซึ่งบนตัวจะมีน้ำหนองและคนตาย  ก็ยังให้นอนบนใบตองเช่นกัน   หรือเมื่อสตรีจะคลอดบุตรมักจะมีการจัดเครื่องบูชาสำหรับหมอตำแย  เพื่อทำพิธีกรรมที่เป็นมงคลแก่แม่และลูกที่จะคลอดออกมา  เครื่องบูชาก็มักจะประกอบด้วยขันข้าว  บรรจุข้าวสาร  สิ่งของต่างๆ  หมากพูล  ธูปเทียน  ซึ่งก็ต้องใช้ใบตองเป็นส่วนประกอบ

     ของเล่นส่วนหนึ่งก็ทำมาจากต้นกล้วย  เป็นต้นว่า  ก้านกล้วยนำมาทำปืนเด็กเล่น  ทำเป็นม้าขี่  ทำเป็นปี่สำหรับเป่า  นำหยวกกล้วยทำเป็นทุ่นหรือแพ    ในงานบวชและงานมงคลต่างๆ  ก้านกล้วยและใบตองก็นำมาใช้เป็นกระทง   เมื่อจะปลูกสร้างบ้านเรือน  กล้วยใบตองก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการทำพิธีลงเสาเอก  ผูกไว้ที่ปลายเสา  ลงหลุมเสร็จก็จะนำหน่อกล้วยไปปลูกในบริเวณใกล้บ้าน  เพราะถือว่าเป็นเครื่องเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของเจ้าของบ้าน

     ในปัจจุบัน  แม้ว่าความสำคัญของใบตองจะดูลดน้อยลง  แต่จริงๆแล้วกลับมีการใช้ใบตองในปริมาณที่มากขึ้นแต่ในกิจกรรมที่ต่างไปจากอดีต  เช่น  การทำ "สปา"  ที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย

     วันนี้มีขั้นตอนการทำสปาบ้านนอก  แบบง่ายๆ  มาฝาก  เขาเรียกว่า  "การอาบแสงตะวัน"  เป็นการขับสารพิษทางผิวหนังโดยวิธีธรรมชาติ  แบบโบราณ  เป็นการรักษาสมดุลของร่างกายและเป็นการเสริมสุขภาพในร่างกายให้ปกติ  อุปกรณ์ก็มี   น้ำมันงา   เสื่อปูนอน   ใบตอง    ทาน้ำมันงาให้ทั่วบริเวณใบหน้า  แขน  ขา และลำตัว  นอนหงายบนเสื่อที่ปูไว้กลางแดด  ช่วงเวลา 09.00 - 11.00 น. แล้วใช้ใบตองปิดให้ทั่วร่างกาย  โดยมิให้ลมเข้าได้  ใช้เวลาประมาณ  10 - 15 นาที    หลังจากอาบแสงตะวันควรอาบน้ำ  โดยแช่น้ำนาน 15 นาที  เพื่อดูกเอาความร้อนออกจากร่างกาย

     นี่เป็นวิธีทำสปาบ้านทุ่งแบบง่ายๆ  แต่อย่านอนตากแดดนานเกินกว่านี้นะ  เดี๋ยวจะกลายเป็นห่อหมก  คนใกล้ๆ  จะหิวข้าว...