• เช้าวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2550 ตรงกับวันที่ 1 เชาวาล ฮ.ศ. 1428 ซึ่งเป็นวันอีดิลฟิตรี หรือที่เรียกกันในภาษามลายูว่า "วันรายออีดิลฟิตรี" ผมไปร่วมละหมาดอีดฯที่ลานละหมาดตลาดเมืองใหม่ ในตัวเมืองยะลา
  • ผมออกจากบ้านตั้งแต่เวลา07.15 น. ครับแต่กว่าจะได้ละหมาดก็08.00 น. แดดเริ่มร้อน มีผู้มาร่วมละหมาดทั้งชายหญิง เด็ก คนหนุ่มสาว และคนแก่ 1,000 กว่าคน หลังละหมาดก็มีอ่านคุฏบะฮฺอ่านโดยอุสตาซดาวูด ซา หรือที่รู้จักกันในนาม "อุสตาซโอะ บาโด" เป็นคุฏบะฮฺที่ดีมากครับ แต่เนื่องหาค่อนข้างยาว อย่างไรก็ตามผู้มาร่วมละหมาดต่างนั่งฟังคุฏบะฮฺอย่างสงบ 1 ชั่วโมง กับอีก15 นาทีเต็ม ท่ามกลางแดดที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆปรากฏว่าไม่มีใครลุกออกไปใหนเลยครับ
  • เป็นความพยายามที่จะจัดละหมาดอีดฯกลางแจ้งตามซุนนะห์หรือแบบอย่างของท่านศาสดามุหัมมัด(ขอความสันติจงมีแด่ท่าน)ของพี่น้องมุสลิมยะลา ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว
  • แต่ในการไปละหมาดครั้งนี้ผมไปคนเดียวครับ ภรรยาและลูกๆขออนุญาตละหมาดที่มัสยิดเราฎอตุลญันนะฮฺ หรือมัสยิดกลางจังหวัดยะลา ก็ปรากฏว่ามีคนมาละหมาดกันเยอะมาก คาดว่ามากกว่า 1,000 คน ทำให้มัสยิดแคบไปถนัดตา ผู้มาละหมาดส่วนหนึ่งต้องออกมาละหมาดในส่วนของลานชั้น 2 ซึ่งไม่มีหลังคา คืออยู่กลางแสงแดด
  • การละหมาดอีดฯทั้งสอง (อีดิลฟิตรีและอีดิลอัฎฮา) นั้นท่านศาสดา (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ส่งเสริมให้จัดละหมาดกลางแจ้งครับ โดบเฉพาะที่สนามกว้างๆ เพราะท่านใช้ให้ทุกคนในแต่ละครอบครัวออกไปกันทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย รวมถึงสตรีมุสลิมที่มาประจำเดือนซึ่งไม่สามารถละหมาดและไม่สามารถเข้าไปในมัสยิด ก็ให้ออกไปร่วมรายอหรือเฉลิมฉลลองเนื่องในวันอีดฯ และไปฟังคุฏบะฮฺหรือ"ปาฐกถาธรรม" ที่อ่านหรือแสดงโดยคอฏิบหรือผู้แสดงปาฐกถาธรรม
  • หากจะมีคำแนะนำสำหรับการจัดละหมาดในครั้งต่อไปก็คือ น่าจะจัดละหมาดให้เร็วกว่านี้นิดหนึ่ง อาจจะเริ่มละหมาดเวลา 07.30 น. และการอ่านคุฏบะฮฺก็ไม่ควรยาวเกินไปครับ