ตอนนี้กำลังนั่งงมหาปัจจัยที่มีความผาสุกอยู่......ของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย..ใครก็ได้ช่วยแนะนำหน่อย...เหนื่อยๆๆๆงานนี้ตายแน่ๆในหัวข้อต่อไปนี้
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์
สมมติฐาน
ตัวแปรต้นและตัวแปรตาม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ขอบเขตของการวิจัย
ข้อตกลงเบื้องต้น
โครงร่างงานวิจัย
หัวข้อเรื่องการวิจัย
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย
ในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด
คำสำคัญ
ความสัมพันธ์ ความผาสุก ครอบครัวสามวัย
ความสำคัญของปัญหา
สังคมปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับอันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางสาธารณสุขและการแพทย์ ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้น ประกอบกับช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดของประชากรค่อนข้างสูง กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีค่อนข้างมากจนทุกวันนี้ กล่าวคือจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น สำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คาดการณ์แนวโน้มว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มจากร้อยละ 7.2 ในปี 2533 เป็นร้อยละ 15.3 ในปี 2563 ( สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข : http://www.agingthai.org/file/content/1111.pdf )
โดยธรรมชาติผู้ที่เข้าสู่วัยสูงอายุมักจะมีความเสื่อมทางอารมณ์และทางจิตใจ ควบคู่ไปกับความเสื่อมโทรมทางกาย ซึ่งความเสื่อมโทรมทางกายมักส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเป็นบุคคลไร้ค่า ต้องพึ่งพาผู้อื่น สูญเสียบทบาททางสังคม สูญเสียอำนาจในการปกครอง ผู้สูงอายุจึงมีอารมณ์กังวล ใจน้อยง่าย ซึ่งอารมณ์นี้มักเกิดกับผู้สูงอายุ ได้แก่อารมณ์เหงาและเศร้าโศก(ศรีเรือน แก้วกังวาน,2540 : 529)การศึกษาของสุทธิชัย จิตะพันธุ์กุล (2540 : 6-7) ระบุถึงผู้สูงอายุสัดส่วนถึงร้อยละ3.6-4.3 ที่ต้องอาศัยอยู่ตามลำพัง ในจำนวนนั้น ผู้สูงอายุร้อยละ 20.9 ระบุถึงปัญหาของตนว่าเกี่ยวกับความเหงา ในขณะที่มัณฑนีย์ บูรณสมภพ (2528 อ้างในศรีเรือน แก้วกังวาน,2533 : 87) วิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ จะเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี ซึ่งน่าจะมีผลทำให้ผู้สูงอายุมีระดับความพึงพอใจในชีวิตสูง มีชีวิตอยู่อย่างมีความผาสุกได้ ลักษณะดังกล่าวน่าจะสามารถกล่าวได้ว่า หากผู้สูงอายุได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดี โดยเฉพาะการมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นคนในวัยเดียวกัน คนต่างวัย คนในครอบครัว หรือเพื่อนน่าจะนำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีและการอยู่อย่างมีความสุขของผู้สูงอายุได้
อย่างไรก็ตามสถานภาพทางสังคมในปัจจุบันซึ่งผู้สูงอายุและบุคคลต่างวัย มักมีความแตกต่างกันมากทั้งในด้านความคิด ความเชื่อและการดำเนินชีวิต ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางครอบครัวจากครอบครัวใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบางแง่มุม ทั้งทางด้านอารมณ์ จิตใจและสังคมเช่นการไปวัดทำบุญกับลูกหลาน รวมทั้งการพูดคุยกับบุคลต่างวัยลดน้อยลงส่งผลทำให้จิตใจ เหงาซึม ไม่มีความสดชื่น
ความผาสุกโดยทั่วไปของผู้สูงอายุ หรือความรู้สึกเป็นสุกนั้น เกิดจากความรู้สึกภายในจิตใจที่ผู้สูงอายุ มีความรู้สึก มีชีวิตชีวา มีความสามารถในการควบคุมตนเอง มีความรู้สึกเป็นสุขมากกว่าความวิตกกังวล ความรู้สึกซึมเศร้า และความห่วงใยเกี่ยวกับภาวะสุขภาพโดยทั่วไป (Dupuy, 1977 cited in McDowell & Newell, 1987) มีความพึงพอใจในชีวิต รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเองและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย (Kaplan etal., 1984)
ด้วยเหตุดังกล่าวมาผู้วิจัยจึงมีความสนใจจะศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยในสภาพแวดล้อมและสังคมต่างๆในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้ถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อันจะนำไปสู่การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมที่จะทำให้ผู้สูงอายุได้มีชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขทั้งทางกายและทางจิตใจ อันน่าจะส่งผลให้เกิดความผาสุกขึ้น
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย
2. ศึกษาความผาสุก ความสัมพันธ์ในครอบครัว บทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว การรับรู้ภาวะสุขภาพ ( สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน)
3. เพื่อศึกษาสัมพันธภาพของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยกับกลุ่มบุคคลอื่น
คำถามการวิจัยหรือสมมติฐาน
1.ความผาสุก การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพในครอบครัว บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม เขตพื้นที่จังหวัดตราดเป็นอย่างไร
2. เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพในครอบครัว บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุหรือไม่อย่างไร
ตัวแปรการวิจัย
ตัวแปรต้น ปัจจัยส่วนบุคคล ( เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพของผู้สูงอายุ บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม )
ตัวแปรตาม ความผาสุก
นิยามศัพท์การวิจัย
ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่ทีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีความเกี่ยวพันเป็น ปู่ ยา ตา ยาย หรือเป็นญาติกับเด็ก มิใช่เป็นผู้รับจ้างดูแลเด็กหรือทำหน้าที่หรือมีส่วนในการเลี้ยงดูเด็ก
วัยเด็ก หมายถึง วัยเด็กแรกเกิด 0-5 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิงอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด
วัยผู้ใหญ่หนุ่มสาว หมายถึง ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 20-60 ปีทั้งเพศชายและเพศหญิงที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด
ครอบครัวสามวัย ประกอบ วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่หนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นแบบครอบครัวขยายในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด
ความผาสุก หมายถึง ความรู้สึกมีความสุก มีความพอใจในชีวิต วัดได้จากความสุขในการดำรงชีวิตประจำวัน ความรู้สึกกระฉับกระเฉง ความสดชื่นแจ่มใสมีชีวิตชีวา มีพละกำลังมีอารมณ์มั่นคง มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตนเอง รู้สึกมีความมั่นใจในตนเอง และมีความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ามีความรู้สึกเครียด หรือกังวลใจ หรือว่าวุ่นใจ หรือท้อใจ หมดกำลังใจ หรือหมดหวัง หรือซึมเศร้า หรือเป็นทุกข์ สามารถประเมินได้จากแบบสอบถามความผาสุก
การรับรู้ภาวะสุขภาพ หมายถึง การที่ผู้สูงอายุบอกถึงความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพโดยทั่วไปของตนเอง ประกอบด้วย ความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนในปัจจุบัน ความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนเมื่อเปรียบเทียบกับบุคลวัยเดียวกัน
สัมพันธภาพ หมายถึง ความสัมพันธ์ของผู้สูงอายุกับครอบครัว เครือญาติ เพื่อนบ้าน เพื่อนสนิท บุคคลในชุมชน ชมรม/สมาคม วัด/ศาสนสถาน ที่ปฏิบัติต่อกัน
วรรณคดีและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง/กรอบแนวคิดการวิจัย
1.ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ
2.ทฤษฏีสัมพันธภาพระหว่างบุคคล Harry Stack Sullivan
3.ลักษณะของเด็กวัยเด็กโดยภาพรวม
4.สัมพันธภาพของผู้สูงอายุ
5.ทฤษฏีความต้องการทางสังคม
6.ความผาสุกของผู้สูงอายุ
7.การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ
กรอบแนวคิดไม่สามารถนำมาลงได้
************************
ขอบเขตการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ทำการศึกษาผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
ได้ทราบถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย
ผลการวิจัยจะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดโครงการสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย
เป็นแนวทางศึกษาวิจัยในการส่งเสริมความผาสุกของผู้สูงอายุในประเด็นอื่นในอนาคต
แบบการวิจัย ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่าง
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ( Descriptive Research)
ประชากร ประชากรที่ศึกษาในครั้งนี้ เป็นผู้สูงอายุที่ทีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีความเกี่ยวพันเป็น ปู่ ยา ตา ยาย หรือเป็นญาติกับเด็ก มิใช่เป็นผู้รับจ้างดูแลเด็กหรือทำหน้าที่หรือมีส่วนในการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวสามวัยในเขตพื้นที่จังหวัดตราดโดย
สามารถสนทนาหรือตอบแบบสอบถามได้
เป็นผู้ยินยอมให้ความร่วมมือ
ในการศึกษาครั้งนี้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2549 ถึง เดือน กุมภาพันธ์ 2550
การสุ่มกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในครอบครัวสามวัยกระจายอยู่ในเขตต่างๆ ในจังหวัดตราด 5 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอได้มาโดยการใช้หลักความน่าจะเป็น (Probability sampling)ซึ่งใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling)
การคำนวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ( Sample size) ผู้วิจัยคำนวณโดยใช้สูตรของ Yamane (1973) ดังนี้
n = N
1+ Ne
n = ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง
N = ขนาดของประชากร
e = ค่าความคลาดเคลื่อนของการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง
โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างไว้ที่ 0.05
การสุ่มกลุ่มพื้นที่ ผู้วิจัยได้ทำการเลือกอำเภอในจังหวัดตราดโดยใช้วิธี Cluster Sampling โดยเลือกมา 3 กลุ่ม จาก 7 อำเภอ เพื่อให้ได้พื้นที่ที่จะศึกษา
โดยฝ่ายแผนงาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ได้แบ่งเขตพื้นที่จังหวัดตราดเป็น 5 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ กิ่งอำเภอเกาะกูด และกิ่งอำเภอเกาะช้าง
เครื่องมือการวิจัยและการหาคุณภาพเครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม โดยสร้างขึ้นจากกรอบแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงจากแบบวัดของผู้วิจัยท่านอื่น โดยแบบสอบถามออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1. ปัจจัยส่วนบุคล เช่น เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ
ส่วนที่ 2. แบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ
ส่วนที่ 3 . แบบสอบถามสัมพันธภาพต่างๆ เช่น สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน
ส่วนที่ 4 แบบสอบถามบทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว
ส่วนที่ 5 แบบสอบถามความผาสุก
การหาคุณภาพเครื่องมือ
การหาความตรงตามเนื้อหา (Content Validity ) เป็นการหาความเที่ยงตรงของแบบสอบถามในด้านสำนวนภาษา และการใช้ข้อความซึ่งเกี่ยวกับวิธีการคำศัพท์เฉพาะของผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยนำแบบสอบที่ขอยืมมาจากผู้วิจัยท่านอื่นที่ได้ตรวจสอบแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 ท่าน ความเห็นตรงกันร้อยละ 80
การหาความเที่ยง(Reliability ) ของแบบสอบถามโดยนำไปใช้ทดลองใช้ กับผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แล้วนำมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและหาความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธ์แอลฟา ( alpha – coefficient ) ของ Cronbach
แบบการวิเคราะห์ข้อมูล
การศึกษาเชิงพรรณนา Descriptive Survey Research
ศึกษาและรวบรวมข้อมูลโดยศึกษาจากเอกสาร บทความ และวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาภาคสนาม Field Research โดยใช้เครื่องมือวัดความผาสุก เครื่องมือวัดสัมพันธภาพ
ในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคาระห์สถิติเชิงพรรณนา โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรม SPSS / PC+ ในการประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีขั้นตอนดังนี้
- นำแบบสอบถามที่รวบรวมได้มาตรวจสอบความสมบูรณ์ และนำมาบรรณาธิกรณ์ (edit) เพื่อให้ได้แบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ และถูกต้อง-
- สร้าง- Code Book แล้วนำแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์มาลง- รหัสตามคู่มือในแบบลง- รหัส ( Coding sheet )
- จัดทำโปรแกรมเพื่อประมวลผลหาค่าสถิติต่าง- ๆ
1. ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลวิเคราะห์โดยใช้ Mode ( Freq.,ร้อยละ )
2. ความสัมพันธ์ในครอบครัว บทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว การรับรู้ภาวะสุขภาพ ( สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน) วิเคราะห์โดยใช้ Mean และ SD
ความผาสุข ยังไงครับ อยากเข้าใจชัด ๆ
แล้วครอบครัว 3 วัย นี่คือครอบครัวขยายที่มีหลานรวมอยู่ด้วยถูกไหมครับ
ยินดีช่วยเหลือครับ
ติดต่อทาง e-mail ทาง [email protected]
ความผาสุก เป็น concept ที่วิจัยทางการพยาบาลนำมาใช้มากครับ ลองค้นในงานวิจัยของ มช. ขอนแก่น บรูพา มอ. จุฬา.
เพราะมีงานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุมากครับ
เอาใจช่วยครับ บทที่ 1 จะเขียนยากหน่อยเพราะต้องเขียนให้ความสำคัญของปัญหา และการนำเอาความผาสุกมาวัดครับ
หว่อง
พยาบาลผู้สูงอายุ
นายลองเข้าไปห้องสมุด มสธ หรือ มหิดล พี่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ social support ของผู้สูงอายุ น่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างน่ะ
ขอบคุณพี่ๆมากนะครับ..ผมไปค้นมาได้ 1 เล่มครับ
ความสัมพันธ์และทัศนคติของเด็กไทยพุทธต่อผู้ใหญ่หนุ่มสาวและผู้สูงอายุ ครับ ส่วนรายละเอียดจะสรุปอีกครั้งยังอ่านไม่จบครับ
ความผาสุขในความหมายตามบริบทงานวิจัย..ของคุณ Mr_jod มีนัยไว้ว่าอย่างไรคะ...ขอบเขตของ "ความผาสุข" ที่คุณอยากให้เกิดน่ะ...ถ้าเราสามารถ นิยามตรงนี้ได้ชัดเจน...จะทำให้เราชัดเจนขึ้นในเรื่องที่ศึกษา...และรวมหมายถึง...ครอบครัว 3 วัย ด้วยก็เช่นเดียวกัน...อ่านจากหลายเล่มๆนะคะ..แต่อาจไม่ได้เอามาทั้งหมด...นำมาบูรณาการภายใต้บริบทที่เราศึกษา
ยืนยันตามที่ Dr.Ka-poom ได้ช่วยเสริมเติมให้ ว่าที่ “ชายขอบ” ได้สอบถามไปนั้น ก็เพื่อให้ได้ตามนั้นครับ “ความหมายภายใต้บริบทที่เราศึกษา” ไม่ใช่การนำมาจากไหนแล้ววางไว้ในงานของเรา ครับ…
คืนนี้นั่งสรุปเขียนโครงร่างงานวิจัยเท่าที่จะทำได้เพราะพรุ่งนี้ต้องคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสร็จแล้วจะมาสรุปอีกครั้ง ช่วงนี้รบกวนพี่ๆช่วยดูให้ด้วยนะครับ สามารถเพิ่มเติมได้เลยนะครับ
ขอบคุณ
ศราวุธ อยู่เกษม
วันนี้สนทนากับอาจารย์ ดร.ปรีย์กมลได้ความมาว่า
1.ประเด็นที่จะศึกษาคืออะไร
2.ให้ระบุตาม stage ของครอบครัวเช่น ครอบครัววัยทารก ครอบครัววัยก่อนเรียน เป็นต้น
3.การเลือกครอบครัวที่มีลูกวัยเรียนวัยรุ่น อาจจะมี relationship ระหว่างเด็กกับผู้สูงอายุน้อย อาจจะมองไม่เห็นถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยได้
4.ปัจจัยที่เป็นไปได้เช่น สัมพันธภาพในครอบครัว พัฒนกิจครอบครัว
ขอชื่นชมและให้กำลังใจครับ Blog นี่ดีนะ ทำให้เห็นสิ่งที่เป็นมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ชัดเจนขึ้นมากแล้วนะครับ
วันนี้นำเสนอโครงร่างงานวิจัยครั้งแรก มันก็ย่อมจะเกิดความผิดพลานเป็นเรื่องธรรมดาของมือใหม่หัดทำวิจัย แต่คำเสนอแนะต่างๆจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขโครงร่างให้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องแก้ไข
คำนิยามไม่ชัดเจน
ตัวแปรที่ศึกษามากเกินไป
กลุ่มประชากร การเลือกกลุ่มตัวอย่าง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับความผาสุขอยู่ กำลังอยากได้แบบวัดความผาสุขของ Dupuy ถ้าใครมีช่วยส่งมาให้หน่อยนะคะ ที่ [email protected]
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะ เข้ามาอ่านแล้วรู้สึก เข้าใจมากขึ้น อยากจะรบกวนพี่ๆ ช่วยให้คำแนะนำ ด้วยค่ะเป้นมือใหม่หัดทำวิจัยเช่นกัน