ตอนนี้กำลังนั่งงมหาปัจจัยที่มีความผาสุกอยู่......ของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย..ใครก็ได้ช่วยแนะนำหน่อย...เหนื่อยๆๆๆงานนี้ตายแน่ๆในหัวข้อต่อไปนี้


ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์
สมมติฐาน
ตัวแปรต้นและตัวแปรตาม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ขอบเขตของการวิจัย
ข้อตกลงเบื้องต้น

โครงร่างงานวิจัย

หัวข้อเรื่องการวิจัย

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย

ในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด

คำสำคัญ

ความสัมพันธ์ ความผาสุก ครอบครัวสามวัย
ความสำคัญของปัญหา

สังคมปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับอันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางสาธารณสุขและการแพทย์ ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้น ประกอบกับช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดของประชากรค่อนข้างสูง กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีค่อนข้างมากจนทุกวันนี้ กล่าวคือจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น สำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คาดการณ์แนวโน้มว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มจากร้อยละ 7.2 ในปี 2533 เป็นร้อยละ 15.3 ในปี 2563 ( สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข : http://www.agingthai.org/file/content/1111.pdf )

โดยธรรมชาติผู้ที่เข้าสู่วัยสูงอายุมักจะมีความเสื่อมทางอารมณ์และทางจิตใจ ควบคู่ไปกับความเสื่อมโทรมทางกาย ซึ่งความเสื่อมโทรมทางกายมักส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเป็นบุคคลไร้ค่า ต้องพึ่งพาผู้อื่น สูญเสียบทบาททางสังคม สูญเสียอำนาจในการปกครอง ผู้สูงอายุจึงมีอารมณ์กังวล ใจน้อยง่าย ซึ่งอารมณ์นี้มักเกิดกับผู้สูงอายุ ได้แก่อารมณ์เหงาและเศร้าโศก(ศรีเรือน แก้วกังวาน,2540 : 529)การศึกษาของสุทธิชัย จิตะพันธุ์กุล (2540 : 6-7) ระบุถึงผู้สูงอายุสัดส่วนถึงร้อยละ3.6-4.3 ที่ต้องอาศัยอยู่ตามลำพัง ในจำนวนนั้น ผู้สูงอายุร้อยละ 20.9 ระบุถึงปัญหาของตนว่าเกี่ยวกับความเหงา ในขณะที่มัณฑนีย์ บูรณสมภพ (2528 อ้างในศรีเรือน แก้วกังวาน,2533 : 87) วิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ จะเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี ซึ่งน่าจะมีผลทำให้ผู้สูงอายุมีระดับความพึงพอใจในชีวิตสูง มีชีวิตอยู่อย่างมีความผาสุกได้ ลักษณะดังกล่าวน่าจะสามารถกล่าวได้ว่า หากผู้สูงอายุได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดี โดยเฉพาะการมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นคนในวัยเดียวกัน คนต่างวัย คนในครอบครัว หรือเพื่อนน่าจะนำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีและการอยู่อย่างมีความสุขของผู้สูงอายุได้

อย่างไรก็ตามสถานภาพทางสังคมในปัจจุบันซึ่งผู้สูงอายุและบุคคลต่างวัย มักมีความแตกต่างกันมากทั้งในด้านความคิด ความเชื่อและการดำเนินชีวิต ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางครอบครัวจากครอบครัวใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบางแง่มุม ทั้งทางด้านอารมณ์ จิตใจและสังคมเช่นการไปวัดทำบุญกับลูกหลาน รวมทั้งการพูดคุยกับบุคลต่างวัยลดน้อยลงส่งผลทำให้จิตใจ เหงาซึม ไม่มีความสดชื่น

ความผาสุกโดยทั่วไปของผู้สูงอายุ หรือความรู้สึกเป็นสุกนั้น เกิดจากความรู้สึกภายในจิตใจที่ผู้สูงอายุ มีความรู้สึก มีชีวิตชีวา มีความสามารถในการควบคุมตนเอง มีความรู้สึกเป็นสุขมากกว่าความวิตกกังวล ความรู้สึกซึมเศร้า และความห่วงใยเกี่ยวกับภาวะสุขภาพโดยทั่วไป (Dupuy, 1977 cited in McDowell & Newell, 1987) มีความพึงพอใจในชีวิต รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเองและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย (Kaplan etal., 1984)

ด้วยเหตุดังกล่าวมาผู้วิจัยจึงมีความสนใจจะศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยในสภาพแวดล้อมและสังคมต่างๆในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้ถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อันจะนำไปสู่การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมที่จะทำให้ผู้สูงอายุได้มีชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขทั้งทางกายและทางจิตใจ อันน่าจะส่งผลให้เกิดความผาสุกขึ้น

วัตถุประสงค์การวิจัย

1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย

2. ศึกษาความผาสุก ความสัมพันธ์ในครอบครัว บทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว การรับรู้ภาวะสุขภาพ ( สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน)

3. เพื่อศึกษาสัมพันธภาพของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยกับกลุ่มบุคคลอื่น

คำถามการวิจัยหรือสมมติฐาน

1.ความผาสุก การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพในครอบครัว บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม เขตพื้นที่จังหวัดตราดเป็นอย่างไร

2. เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพในครอบครัว บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุหรือไม่อย่างไร

ตัวแปรการวิจัย

ตัวแปรต้น ปัจจัยส่วนบุคคล ( เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ การรับรู้ภาวะสุขภาพ สัมพันธภาพของผู้สูงอายุ บทบาทหน้าที่ในครอบครัว บทบาทในสังคม )

ตัวแปรตาม ความผาสุก

นิยามศัพท์การวิจัย

ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่ทีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีความเกี่ยวพันเป็น ปู่ ยา ตา ยาย หรือเป็นญาติกับเด็ก มิใช่เป็นผู้รับจ้างดูแลเด็กหรือทำหน้าที่หรือมีส่วนในการเลี้ยงดูเด็ก

วัยเด็ก หมายถึง วัยเด็กแรกเกิด 0-5 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิงอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด

วัยผู้ใหญ่หนุ่มสาว หมายถึง ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 20-60 ปีทั้งเพศชายและเพศหญิงที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด

ครอบครัวสามวัย ประกอบ วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่หนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นแบบครอบครัวขยายในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด

ความผาสุก หมายถึง ความรู้สึกมีความสุก มีความพอใจในชีวิต วัดได้จากความสุขในการดำรงชีวิตประจำวัน ความรู้สึกกระฉับกระเฉง ความสดชื่นแจ่มใสมีชีวิตชีวา มีพละกำลังมีอารมณ์มั่นคง มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตนเอง รู้สึกมีความมั่นใจในตนเอง และมีความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ามีความรู้สึกเครียด หรือกังวลใจ หรือว่าวุ่นใจ หรือท้อใจ หมดกำลังใจ หรือหมดหวัง หรือซึมเศร้า หรือเป็นทุกข์ สามารถประเมินได้จากแบบสอบถามความผาสุก

การรับรู้ภาวะสุขภาพ หมายถึง การที่ผู้สูงอายุบอกถึงความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพโดยทั่วไปของตนเอง ประกอบด้วย ความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนในปัจจุบัน ความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และความรู้สึกเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนเมื่อเปรียบเทียบกับบุคลวัยเดียวกัน

สัมพันธภาพ หมายถึง ความสัมพันธ์ของผู้สูงอายุกับครอบครัว เครือญาติ เพื่อนบ้าน เพื่อนสนิท บุคคลในชุมชน ชมรม/สมาคม วัด/ศาสนสถาน ที่ปฏิบัติต่อกัน

วรรณคดีและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง/กรอบแนวคิดการวิจัย

1.ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ

2.ทฤษฏีสัมพันธภาพระหว่างบุคคล Harry Stack Sullivan

3.ลักษณะของเด็กวัยเด็กโดยภาพรวม

4.สัมพันธภาพของผู้สูงอายุ

5.ทฤษฏีความต้องการทางสังคม

6.ความผาสุกของผู้สูงอายุ

7.การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ

กรอบแนวคิดไม่สามารถนำมาลงได้
************************

ขอบเขตการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้ทำการศึกษาผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยในเขตพื้นที่ จังหวัดตราด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

ได้ทราบถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผาสุกของผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย

ผลการวิจัยจะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดโครงการสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัย

เป็นแนวทางศึกษาวิจัยในการส่งเสริมความผาสุกของผู้สูงอายุในประเด็นอื่นในอนาคต

แบบการวิจัย ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง

 

กลุ่มตัวอย่าง

การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ( Descriptive Research)

ประชากร ประชากรที่ศึกษาในครั้งนี้ เป็นผู้สูงอายุที่ทีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีความเกี่ยวพันเป็น ปู่ ยา ตา ยาย หรือเป็นญาติกับเด็ก มิใช่เป็นผู้รับจ้างดูแลเด็กหรือทำหน้าที่หรือมีส่วนในการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวสามวัยในเขตพื้นที่จังหวัดตราดโดย

สามารถสนทนาหรือตอบแบบสอบถามได้

เป็นผู้ยินยอมให้ความร่วมมือ

ในการศึกษาครั้งนี้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2549 ถึง เดือน กุมภาพันธ์ 2550

 

การสุ่มกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในครอบครัวสามวัยกระจายอยู่ในเขตต่างๆ ในจังหวัดตราด 5 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอได้มาโดยการใช้หลักความน่าจะเป็น (Probability sampling)ซึ่งใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling)

การคำนวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ( Sample size) ผู้วิจัยคำนวณโดยใช้สูตรของ Yamane (1973) ดังนี้

n = N

1+ Ne

n = ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง

N = ขนาดของประชากร

e = ค่าความคลาดเคลื่อนของการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง

โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างไว้ที่ 0.05

การสุ่มกลุ่มพื้นที่ ผู้วิจัยได้ทำการเลือกอำเภอในจังหวัดตราดโดยใช้วิธี Cluster Sampling โดยเลือกมา 3 กลุ่ม จาก 7 อำเภอ เพื่อให้ได้พื้นที่ที่จะศึกษา

โดยฝ่ายแผนงาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ได้แบ่งเขตพื้นที่จังหวัดตราดเป็น 5 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ กิ่งอำเภอเกาะกูด และกิ่งอำเภอเกาะช้าง

เครื่องมือการวิจัยและการหาคุณภาพเครื่องมือ

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม โดยสร้างขึ้นจากกรอบแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงจากแบบวัดของผู้วิจัยท่านอื่น โดยแบบสอบถามออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1. ปัจจัยส่วนบุคล เช่น เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เศรษฐานะ

ส่วนที่ 2. แบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ

ส่วนที่ 3 . แบบสอบถามสัมพันธภาพต่างๆ เช่น สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน

ส่วนที่ 4 แบบสอบถามบทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว

ส่วนที่ 5 แบบสอบถามความผาสุก

การหาคุณภาพเครื่องมือ

การหาความตรงตามเนื้อหา (Content Validity ) เป็นการหาความเที่ยงตรงของแบบสอบถามในด้านสำนวนภาษา และการใช้ข้อความซึ่งเกี่ยวกับวิธีการคำศัพท์เฉพาะของผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยนำแบบสอบที่ขอยืมมาจากผู้วิจัยท่านอื่นที่ได้ตรวจสอบแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 ท่าน ความเห็นตรงกันร้อยละ 80

การหาความเที่ยง(Reliability ) ของแบบสอบถามโดยนำไปใช้ทดลองใช้ กับผู้สูงอายุในครอบครัวสามวัยที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แล้วนำมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและหาความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธ์แอลฟา ( alpha – coefficient ) ของ Cronbach

 

แบบการวิเคราะห์ข้อมูล

การศึกษาเชิงพรรณนา Descriptive Survey Research

ศึกษาและรวบรวมข้อมูลโดยศึกษาจากเอกสาร บทความ และวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาภาคสนาม Field Research โดยใช้เครื่องมือวัดความผาสุก เครื่องมือวัดสัมพันธภาพ

ในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคาระห์สถิติเชิงพรรณนา โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรม SPSS / PC+ ในการประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีขั้นตอนดังนี้

- นำแบบสอบถามที่รวบรวมได้มาตรวจสอบความสมบูรณ์ และนำมาบรรณาธิกรณ์ (edit) เพื่อให้ได้แบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ และถูกต้อง-

- สร้าง- Code Book แล้วนำแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์มาลง- รหัสตามคู่มือในแบบลง- รหัส ( Coding sheet )

- จัดทำโปรแกรมเพื่อประมวลผลหาค่าสถิติต่าง- ๆ

1. ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลวิเคราะห์โดยใช้ Mode ( Freq.,ร้อยละ )

2. ความสัมพันธ์ในครอบครัว บทบาทในสังคม บทบาทหน้าที่ในครอบครัว การรับรู้ภาวะสุขภาพ ( สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเครือญาติ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน/เพื่อนสนิท สัมพันธภาพกับบุคคลในชุมชน สัมพันธภาพกับชมรม/สมาคม สัมพันธภาพกับวัด/ศาสนสถาน) วิเคราะห์โดยใช้ Mean และ SD