เมื่อ 10 ต.ค.2550 ณ ห้องประชุมสภาการพยาบาล นายบอนและพี่ยุทธ ได้เข้าร่วมฟังการประชุมคณะกรรมการจัดงาน ซึ่งท่าน ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานนี้ด้วย ในฐานะเป็นทีมงานของท่าน ท่านจึงให้มานั่งรับฟังด้วย

งาน "เวทีขับเคลื่อนและร่วมเรียนรู้กระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ" จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน  2550 ณ ห้องประชุมแอสแคป ฮอล์ล อาคารสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ ก่อนที่จะเสนอให้ คสช. (คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) เห็นชอบ จากนั้นจะเริ่มกระบวนการยกร่างกันอย่างเป็นระบบต่อไป

ในที่ประชุมได้มีการแจกแจงรายละเอียด นายบอนนั่งฟังด้วยความตื่นตา เพราะเป็นการประชุมเตรียมงานในระดับชาติ ดูรายละเอียดผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมอย่างคร่าวๆ เท่าที่บันทึกประเด็นจากการประชุมมา มีรายละเอียดดังนี้

ตัวเลขที่ทางคณะกรรมการประมาณการไว้อย่างคร่าวๆ ของจริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้


ตัวแทนจาก 76 จังหวัด จังหวัดละ 8 คน = 610 คน
เครือข่ายประชาสังคม 25 กลุ่ม = 192 คน
เครือข่ายราชการ / การเมือง - 21 กลุ่ม = 88 คน
เครือข่ายวิชาการ / วิชาชีพ 20 กลุ่ม = 202 คน
คสช / ผู้ทรงคุณวุฒิ = 112 คน
คณะกรรมการ / คณะทำงานจัดงาน = 46 คน
รวม 147 กลุ่ม = 1250 คน

ซึ่งทางคณะทำงานจัดงาน ได้ทำหนังสือเชิญไปแล้ว ต้องการให้ตอบรับภายใน 19 ต.ค.2550 หากไม่ตอบรับ ต้องตัดสิทธิ์ เนื่องจาก  ห้องประชุมแอสแคป ฮอล์ล มีที่นั่งรองรับได้ราว 1000 ที่นั่ง

นั่งฟังการประชุมเตรียมงานแล้ว ต้องยอมรับถึงการเตรียมงานในระดับชาติที่ยิ่งใหญ่จริงๆ มีการโชว์ผังเก้าอี้ห้องประชุม แบ่งกลุ่มแบ่งส่วนว่า แต่ละกลุ่มจัดให้นั่งบริเวณใด รวมทั้งห้องเตรียมประชุมกลุ่มย่อยแต่ละห้องได้จัดไว้ด้วยเช่นกัน

ปรึกษาหารือ ขอความเห็นแม้กระทั่ง วันเวลาเปิดประตู เรื่องสถานที่จอดรถที่มีน้อย, การเชื่อม intenet , การติดต่อกับรถโมบายเพื่อถ่ายทอดผ่านดาวเทียม  เรื่องสถานที่จัดประชุม ดิวกับโรงแรม 10 แห่งในบริเวณใกล้ๆ การมีบริการรถรับส่ง...

การวางแผนที่จะเชิญฑูตจากต่างประเทศมาร่วมสังเกตการณ์การประชุม ซึ่งการจัดประชุมที่ อาคารสหประชาชาตินี้ มีบริการแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษให้ฟรีอีกด้วย

ในเรื่องของการจัดเตรียมสถานที่ ต้องมีป้ายติดบอกไว้อย่างชัดเจน และการจัดการประชุมในครั้งนี้ เป็นการจัดในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ในรูปแบบตลาดนัดความรู้ในลักษณะเดิมๆ ผู้มาร่วมประชุมอาจจะสับสน ไม่คุ้นเคย  ซึ่งก่อนเข้าสู่การประชุม จะต้องชี้แจงรูปแบบและวิธีการต่างๆให้ชัดเจน  ซึ่งในครั้งแรก การประชุมอาจจะวุ่นวาย สับสนไปบ้าง

เรื่องของเมนูอาหาร ที่ประชุมห่วงว่า มาจัดที่อาคารสหประชาชาติ จะมีแต่เมนูฝรั่ง ต้องให้จัดอาหารเมนูไทยด้วย

เรื่องการเปิดใช้ห้องประชุมที่อาคารแห่งนี้ การเปิดแต่ละห้อง ต้องจ่ายเงินค่าเช่าสถานที่ทั้งนั้น เปิดห้อง 1 ชั่วโมง ต้องจ่ายเงินค่าเช่าห้องนั้น เท่ากับ 1 วันเต็ม ดังนั้น จึงควรมีการลงทะเบียนการใช้ห้อง และจัดสรรบริหารจัดการเวลาในการใช้ให้คุ้มค่า

เนื่องจากผู้มาร่วมประชุมมาจากหลายภาคส่วน ที่ประชุมได้ให้ความเห็น เรื่องการแต่งกายของผู้มาร่วมประชุม ซึ่งย่อมมีทั้งใส่รองเท้าแตะ นุ่งผ้าถุง ซึ่งสามารถเข้ามาในที่ประชุมได้ แต่ควรจะจัดบรรยากาศอย่างไร ไม่ให้ประชาชนเกิดอาการเกร็งกับสถานที่ใหญ่โต

ในประเด็นเกี่ยวกับการแสดงความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม มีแนวทางจากที่ประชุมว่า กรณีนี้ที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีจำนวนมากๆ หลายร้อยคน หากต้องการจะพูดให้ยกป้าย เลขาจะทำหน้าที่จดชื่อและจัดลำดับการพูด

มีคำแนะนำในประเด็นนี้ว่า เลขาต้องสายตาไว ต้องไปนั่งหลังท่านประธานการประชุม ทำหน้าที่ดู มีกล้องส่องทางไกลส่องดูป้ายที่ยกให้ชัดเจน ว่า อยู่กลุ่ม/ เครือข่ายชื่อไหน ป้ายสีอะไร ต้องสังเกตจากป้ายที่จัดทำสัญลักษณ์ต่างๆได้ไว

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เวลาอถิปราย ผู้อภิปรายจะพูดแบบกล่าวโทษคนอื่น ต้องพยายามให้มีการอภิปรายในเชิงแสดงความคิดเห็น เสนอแนะทางเลือก ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ จะสร้างแนวทางในการอภิปรายแบบนี้ได้อย่างไร เพราะช่วงเวลาในการจัดกระบวนการในแต่ละขั้นตอนมีจำกัด

มีข้อเสนอจากที่ประชุมว่า ในประเด็นนี้ พิธีกร  / ผู้ดำเนินการประชุมต้องอธิบาย / บอกว่า ไม่ควรจะบ่น ควรจะเสนอแนวทาง ข้อเสนอ ซึ่งอาจจะจัดเตรียมคนที่จะอภิปรายไว้ก่อน 5-6 คน ให้พูดในเชิงเสนอแนะ ให้ความเห็น ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆทำตามแนวทางที่ได้เริ่มต้นวางเอาไว้

ในประเด็นนี้ ในบางเวทีมีคนคัดกรอง อาจจะมีการคุยกันก่อน เพื่อเตรียมคน วางประเด็นให้สร้างสรรค์ ไม่มั่ว ตกลงไว้ก่อนว่า ใครจะเป็นคนพูด ซึ่งจะทำให้เนื้อหาที่สื่อออกมา ดูมีพลังมากกว่าให้ใครพูดอะไรก้ได้ (อาจจะออกนอกประเด็น) หากมีการจัดเตรียมการไว้ บรรยากาศการประชุมจะดูดีขึ้น

อีกหนึ่งแนวทางคือ มีกรอบ มีหัวข้อประเด็น รวมประเด็นที่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนต้องพูดหมด ... ต้องคัด screen คน
ในบางประเด็นที่อาจจะดูคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ให้ตั้งประเด็นใหม่ แยกกลุ่มออกมา เพื่อประชุมเป็นกลุ่มย่อย ให้ประเด็นอื่นๆได้มีโอกาสปรึกษาหารือกันต่อไป

เอกสารการประชุมทุกชิ้น ต้องมีหมายเลย code กำกับให้ชัดเจน อ้างอิงได้ ซึ่งในการประชุมกลุ่มย่อยในช่วงท้าย จะมีการเข้าแถวแก้ไขประเด็นมาสู่การรับรอง ซึ่งในวันที่ 2 พ.ย. ประเด็นในที่ประชุมต้องเข้ามาสู่วาระที่ 2-3 เข้ามาสู่การรับรอง

ในช่วงซักถาม ทำความเข้าใจ ควรจะให้อยู่ในช่วงเวลาบ่าย 1 พ.ย. (กลุ่มย่อย)  พูดให้เต็มที่ บางเรื่องที่อภิปรายกันไม่จบ ให้ตั้งกลุ่มย่อย แยกไปอภิปรายให้ได้มติ ที่ประชุมใหญ่ให้พูดในเรื่องอื่นๆต่อไป เพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไป

มีข้อเสนอในประเด็นนี้ว่า ควรมีคณะกรรมการทั่วไป ดูแลทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการประชุม ดูแลห้องย่อยที่ 1 2 3  
หากห้องย่อยที่ 1,3 ประชุมเสร็จ ห้อง 2 ยังไม่เสร็จ ก็จัดการย้ายห้องที่ 2 ไปตัดสินใจห้องที่ 1+3  ซึ่งคณะกรรมการทั่วไป จะเป็นกลไกที่ผลักดัน ดึงประเด็น เชื่อมโยง ขับเคลื่อน  โดยอาจจะเชิญหัวหน้ากลุ่มมาก่อน เตรียมการ จะได้จัดการประชุมกลุ่มย่อยให้ได้

หากมีการพูดนอกเรื่อง ต้องหาทางหยุด เบรก ดึงเข้าประเด็น

***
ในส่วนของคณะทำงาน 4 กลุ่มย่อย
ซึ่งเป็น hilght ของงาน น่าจะให้มีการลงทะเบียนผู้นำเสนอในแต่ละกลุ่ม (บอกประเด็นที่จะพุดไว้ล่วงหน้า) เมื่อผู้เข้าประชุมยกป้ายขอพูด เลขาต้องจดทันที
ใครลงทะเบียนให้พูดก่อน คนที่ยกป้ายในที่ประชุม จัดให้พูดในลำดับถัดมา

ในงานนี้ ไม่ใช่การเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ แต่เป็นการมาพิจารณาระบบกลไก
ซึ่งผู้ที่เข้ามาร่วมนี้ ควรเอาคนที่ทำต่อเนื่องมาทำงาน  (หัวหน้ากลุ่ม/ ประธานกลุ่ม/ เลขากลุ่ม) )ไม่อย่างนั้นจะงง สับสน ตีความมากมาย

ข้อเสนอจากที่ประชุม ++
คณะทำงานแต่ละห้องประชุมกลุ่มย่อย  ควรจะมีผู้จัดการห้อง
หากต้องการพัฒนาศักยภาพผู้ร่วมประชุม อยากให้คนเหล่านี้เข้มแข็งต้องให้คนเหล่านี้ผลัดมาทำหน้าที่ประธาน จะได้เป็นผู้นำได้ทุกคน

ดังนั้น ใน 147 กลุ่ม ไปแยกมาว่า ใครสามารถที่จะเป็นประธานการประชุมได้
เลือกประธาน, รองประธาน, เลขา อ่านข้อสรุป ให้มีคนรับรอง
จะเกิดการเรียนรู้ไปในครั้งที่ 2  3  4  เป็นระบบมากขึ้น

เมื่อมีร่างขึ้นมา 1 ร่าง ถ้าจะเสนอแก้ไข ต้องเสนอล่วงหน้า ไม่ใช่ในเวลาประชุม
เมื่อเกิดการทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ จะค่อยๆเกิดการเรียนรู้
เลขาฯของคณะทำงานจัดการประชุม ควรให้ 147 กลุ่ม คัดเลือกหัวหน้าคณะ และรองให้ได้
และควรจะมีเบอร์โทรติดต่อของหัวหน้า รองหัวหน้ากลุ่ม แจกให้ทุกคน ให้พวกเขา lobby กันได้ 
เพื่อให้พวกเขาเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของธรรมนูญ มีสีสัน รู้สึกเป็นเจ้าของ
มองเห็นว่า ข้อความบรรทัดนี้ เขาเป็นคนเสนอ
คนที่คิดเหมือนกัน  นัดคุยนอกรอบ lobby เมื่อมานำเสนอ มาผลักดัน ขั้นตอนจะง่ายขึ้น

+ ควรมีคนประเมินดูว่า แต่ละห้องมีความสุขมั้ย (คนที่เข้าร่วม) สุข - ทุกข์เท่าไหร่?

+ น่าจะมีระบบหทมุนเวียนใน 147 กลุ่ม ... บางที ประธานการประชุมอาจจะไม่ต้องเก่ง แต่ระบบการจัดประชุมมีประสิทธิภาพ
+ มีข้อเสนอจากที่ประชุม ให้เกียรติแก่ท้องถิ่น (เน้นการมีส่วนร่วม) มาเป็นประธาน/ รองประธานกลุ่ม
+ ถ้าให้จาก 147 กลุ่ม คัดมาเป็นประธาน 4 กลุ่มหลัก ควรมีคณะกรรมการกำหนดวิธีการคัดเลือก ฝ่ายเลขาต้องเข้มแข็ง

คนที่มาร่วมประชุมเป็นพันคน ต่างไม่รู้จักชื่อกันมาก่อน เลขาต้องรู้ อาจต้องจัดเตรียมคนมาเป็นประธาน
เตรียมคนเสนอชื่อประธาน เตรียมคนยกมือรับรอง รูปแบบนี้ ก็สะดวกดี สำหรับการประชุมในครั้งแรก

+ ในการประชุม ต้องจดบันทึก และถ่ายรูปกลุ่ม เพื่อสังเกตดูว่า กลุ่มไหนไม่มา หรือมาน้อย หรือ ขาด
แสดงว่า จะต้องเข้าไปทำงาน ให้ข้อมูลในกลุ่มนั้นเพิ่มขึ้น

+ คณะทำงานทั้ง 4 คณะต้องมีแมวมองใน 147 กลุ่ม
หากพบว่า มี 1 กลุ่มไม่เห็นด้วย หรือมีความเห็นขัดแย้ง แตกแยก ต้องเข้าไปเจรจาต่อรองก่อนที่จะเข้าที่ประชุมใหญ่ จะทำให้ประชุมใหญ่ราบรื่น
เป็นเทคนิคที่ให้คนกลุ่มใหญ่ ควบคุมคนกลุ่มเล็กไม่ให้ก้าวร้าว

+ ทีมคณะทำงานต้องเตรียมจัดการ สังเกตบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ไม่มีชื่อปรากฏในแบบลงทะเบียน หากประสงค์จะเข้ามาร่วมประชุม จะจัดให้บุคคลเหล่านั้นไปอยู่ที่กลุ่มไหนอย่างไร  / ต้องมีผู้สังเกตการณ์ แยก จัดกลุ่ม พาไปนั่งยังเก้าอี้บริเวณที่จัดไว้สำหรับแต่ละกลุ่ม ไม่ให้ปะปนกันคนละกลุ่ม

+ ข้อเสนอจากที่ประชุม ถ้าเอาน้องๆเยาวชน อาสาสมัครมาช่วยงาน มารับตอนเข้าสถานที่ จะทำให้บรรยากาศที่ดูใหญ่ๆ เป็นทางการ ดูเป็นกันเองมากขึ้น  ต้อง assign งานให้ชัดเจน ตั้งแต่ฝ่าย ต้อนรับ ดูแล เสร็จภาระกิจในแต่ละช่วงแล้ว ไปทำหน้าที่อะไรตค่อไป

+ หลังจากพิธีปิดแบบมีส่วนร่วม จะจัดให้มีการแถลงข่าวหลังการประชุม ให้ตัวแทนภาคส่วน + ประธาน 4 กลุ่ม สรุปออกมาว่า การประชุมนี้ ได้อะไร
พิธีเปิด - ปิด ถ่ายทอดเสดทางทีวี
โดยหลังพิธีปิด จะมีการจัดรายการพิเศษช่วงปิดท้าย  ให้ประธานจัดงานมาพูดแถลงข่าว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ร่วมประชุมแยกย้ายเดินทางกลับไปแล้ว
โดยจะถ่ายทอดทางช่อง 11

++  สำหรับเอกสารการประชุม ส่งให้เร็วที่สุด ทั้งเอาขึ้น เวบ หรือทางอีเมล์

 

(ร่าง) กำหนดการเวทีขับเคลื่อนและร่วมเรียนรู้กระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ 1-2 พ.ย. 2550


(ร่าง) กำหนดการเวทีขับเคลื่อนและร่วมเรียนรู้กระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ
1-2 พ.ย. 2550
ณ ห้องประชุมแอสเคป ฮอล์ล อาคารสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

วันที่ 1 พ.ย.2550
7.00-8.30 น. ผู้เข้าร่วมงานลงทะเบียนและรับเอกสาร

8.30- 9.30 น. นำเข้าสู่การประชุม
 - การแสดงนำ
 -  ชี้แจงการประชุม

9.30 - 10.20 น. พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประธาน คสช. : ประธาน
- "ร้อยเรียงเรื่องราวการปฏิรูประบบสุขภาพ สู่ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ"
- ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ (นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ) กล่าวรายงาน
- ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประธาน คสช. ปราศรัยเปิดงานขับเคลื่อนฯ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ กับการสร้างสุขภาวะ"
 
10.20 - 12.00 น. เสวนา " พ.ร.บ.สุขภาพฯ จะมีน้ำยาจริงหรือ?"
 โดย
- นางรัตนา สมบูรณ์วิทย์ (ผู้แทนประชาคม)
- นายเล็ก กุดวงษ์แก้ว (ผู้แทนประชาคม)
- นพ.อำนาจ กุสลานันท์ (ผู้แทนวิชาชีพ)
- นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา (ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข)
- ดร.เสรี พงศ์พิศ (ผู้แทนชุมชน / วิชาการ)
- นายสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง (ผู้แทนภาคธุรกิจ)
- นายสมชาย แสวงการ (ผู้แทนสื่อ)
- นส.จุฑามาศ แพงเวียง (ผู้แทนเยาวชน)

ดำเนินรายการโดย คุณศิริบูรณ์ ฉัตรดอกไม้ไพร (อยู่ระหว่างติดต่อประสานงาน)

12.00-12.30 น. นำเสนอสรุปสาระสำคัญของ 4 กลุ่มต่อที่ประชุมใหญ่
กลุ่มที่ 1 ระบบกลไกการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ
กลุ่มที่ 2 ระบบและกลไกการจัดสมัชชาสุขภาพ
กลุ่มที่ 3 ระบบและกลไกการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
กลุ่มที่ 4  ระบบและกลไกการจัดการความรู้เพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพ

12.30-13.30 น. พักรับประธานอาหารกลางวัน

13.30 - 17.00 น. ประชุมกลุ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 พิจารณาระบบกลไกการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ
กลุ่มที่ 2 พิจารณาระบบและกลไกการจัดสมัชชาสุขภาพ
กลุ่มที่ 3 พิจารณาระบบและกลไกการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
กลุ่มที่ 4  พิจารณาระบบและกลไกการจัดการความรู้เพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550
7.00-9.00 น. ลงทะเบียนและรับเอกสารเพิ่มเติม / การแสดงนำ
9.00-9.20 น. ปาฐกถาพิเศษ "พ.ร.บ.สุขภาพฯ ในมุมมองของผู้ทำคลอด" โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
9.20-11.30 น. พิจารณาข้อเสนอของ 4 กลุ่มย่อย
- ระบบกลไกการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ
- ระบบและกลไกการจัดสมัชชาสุขภาพ
- ระบบและกลไกการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
-  ระบบและกลไกการจัดการความรู้เพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพ
นพ.บรรลุ ศิริพานิช : ประธาน
นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี / นายพิชัย ศรีใส / ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา : เลขานุการ

11.30 - 12.00 น. ปาฐกถาพิเศษ "พ.ร.บ.สุขภาพ : เครื่องมือการสร้างสังคมสมานฉันท์ " โดย ศ.นพ.ประเวศ วะลี
12.00- 12.15 น. พิธีปิดแบบมีส่วนร่วม
12.15- 12.30 น. รายการพิเศษ- สรุป