ห่างหายจากการเล่าเรื่อง คนทำพันธุ์ (๑) ไปซะนาน ซึ่งเป็นการเล่าถึงลักษณะของงานปรับปรุงพันธุ์พืช ทำอย่างไรจึงจะได้เมล็ด รวมถึงข้อดีของพันธุ์ลูกผสม

บางท่านอ่านบันทึกแล้วเห็นคำว่า คนทำพันธุ์ ก็จินตนาการไปกว้างไกล แต่จะไกลถึงไหน คงต้องไปสอบถามเจ้าตัวกันเองครับ ฮ่าๆๆ

จริงๆแล้วคำนี้มีที่มาที่ไปครับ ตอนนั้นเราคิดจะทำเสื้อทีมของฝ่ายปรับปรุงพันธุ์กันเพื่อสวมใส่ไปร่วมงานปีใหม่ของบริษัทฯซึ่งจัดขึ้นที่ต่างจังหวัด

คอนเซ็ปของงานในปีนั้น ผมจำได้เพียงว่า เน้นให้ทุกคนพร้อมพรึบด้วยสีเหลือง เราจึงช่วยกันคิดและออกแบบเสื้อนี้ขึ้นมา ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า คนทำพันธุ์ เป็นคำที่น่าจะปักไว้ด้านหลังเสื้อแทนคำว่าฝ่ายปรับปรุงพันธุ์ นอกจากจะดูไม่เป็นทางการแล้ว ยังสามารถสื่อถึงงานที่พวกเราทำได้เป็นอย่างดี แถมช่วยเสริมสร้างจินตนาการและรอยยิ้มให้แก่ผู้พบเห็นอีกด้วย

พอถึงวันงาน สิ่งที่พวกเราจินตนาการกันไว้นั้นก็เป็นจริงครับ ทุกคนถูกอกถูกใจกันยกใหญ่กับคำว่า  คนทำพันธุ์ พี่บางคนถึงขั้นขอแลกเสื้อเลยครับ

บางครั้งการใช้สัญลักษณ์เพื่อประโยชน์บางอย่างก็มีความจำเป็นครับ อย่างเรื่อง เสื้อคนทำพันธุ์นี้ ผมยังจำได้ดีว่า กว่าที่จะได้เสื้อตัวนี้มา น้องๆเขาถกแถลงกันพอสมควรครับ ผมอดทนรอปล่อยให้เขาถกกันให้หนำใจ จนกว่าจะพอใจกันทุกฝ่าย เพราะเป้าหมายของผม ไม่ใช่ได้เสื้อที่สวยงามและมีคำสวยๆติดอยู่บนเสื้อ แต่สิ่งที่ผมต้องการคือ ใจที่รักงาน ผมหวังว่าเมื่อพวกเขาสวมใส่เสื้อแล้ว เขาจะระลึกได้ และรู้สึกรัก+ภูมิใจในงานที่เขาทำ สิ่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พยายามเชื่อมโยงสัญลักษณ์เล็กๆน้อยๆจากภายนอกเข้าไปสู่จิตวิญญาณของคนทำงาน เพราะผมเชื่อว่าหากเราเริ่มต้นทำงานด้วยใจที่รักงานที่ทำ งานนั้นถึงแม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรคบ้าง แต่ย่อมได้รับผลสำเร็จดีกว่าการทำงานแบบไร้หัวใจแน่นอน สุดท้ายใครได้ล่ะครับ ก็ Win-Win กันทุกฝ่าย...งานได้ผล คนทำงานก็เป็นสุข...นี่คือภาพองค์กรในอุดมคติของผมและอีกหลายๆคนใช่ไหมครับ?

เล่ามาตั้งนานเกือบลืมเล่าจุดสำคัญของ คนทำพันธุ์ (๒) ก็สืบเนื่องมาจากชื่อบันทึกเมื่อฝันของผมตอนเด็กๆ เป็นจริงขึ้นมา....คนทำพันธุ์ (๑) นั่นแหละครับ

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าข้างๆบ้านมีผักสวนครัวหลายชนิด มีทั้งขึ้นเองและตั้งใจปลูก ที่จำได้ก็มีฟักทอง บวบเหลี่ยม กระเจี๊ยบเขียว และมะเขือเทศครับ มีอยู่วันหนึ่งผมเห็นกิจกรรมของสโมสรผึ้งน้อยบินไป-มา เพื่อเก็บเกสรจากดอกฟักทอง ดอกโน้นที ดอกนี้ที แล้วก็แวะพักเหนื่อยดูดน้ำหวานจากดอกตัวเมีย ก็เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า...ถ้าเรานำดอกฟักทองของต้นนี้ไปผสมกับต้นโน้นเหมือนอย่างที่พวกผึ้งเขาทำบ้างผลลัพธ์จะเป็นยังไงน้า ก็เลยลองเล่นๆไปตามประสาเด็กๆ จะเป็นความบังเอิญ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับงานปรับปรุงพันธุ์พืชในที่สุด