สวัสดีครับทุกท่่าน
สบายดีนะครับผม เมื่อเช้าได้มีโอกาสรับข้อเสนอแนะและการบ้านหรืออาจจะเรียกว่าการชีวิต หลายๆ ข้อนะครับ เลยจะเอามาเขียนไว้เพื่อเตือนตัวเอง....จึงอยากจะเปิดโอกาสให้ทุกท่านฝากมุมมอง ฝากการบ้าน การชีวิต ถึงตัวผมด้วยเพิ่มเติมได้ครับ
เรารู้สึกว่าคุณคิดแบบเด็กในเมือง (ไม่คุ้นเคยกับชนบท)
หรือคิดแบบฝรั่งที่ไม่คุ้นกับเมืองไทย (ประมาณนั้น)
คือการคิดแบบ เน้นทฤษฎี possibility > probability > reality
ท่านสามารถฝากมุมมองที่คุณมองเพื่อนำไปสู่การพัฒนากันได้นะครับ ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ผมยังด้อยประสบการณ์นักครับ ตอนนี้เหมือนนักฝัน และวันก่อน ก็ได้รับคำถามเหมือนกันครับ ได้แก่
ความจริงคืออะไร
องค์รวมคืออะไร เป็นอย่างไร
ยูนิเวิร์ส เป็นอย่างไร ?
ความฝันกับความจริง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ธรรมชาติ คือ อะไร ?
มุมมองเพิ่มเติมครับ
คุณคือใคร
ความจริงของชีวิต
เหมือนเม้งมองแต่ทฤษฏี แต่พอปฏิบัติจริงมันยาก
คือเม้งอยู่ไกลนะคับ ได้แต่นำเสนอแต่แนวคิด แต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ
คือความตั้งใจดี แต่วิธีการนำเสนออาจจะยังไม่เหมาะกับประเทศไทย
ผมไม่ทราบว่า อีโก้ กับระบบคิด คืออันเดียวกันไหม แต่ผมเชื่อว่าระบบคิดคุณมีปัญหา มากกว่า อีโก้ (ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาระบบคิด อ่านได้จากบทความ 87848)
คุณเหมือนวัวติดหล่ม คิดเร็วไปนิด ให้คิดช้าๆ ลงหน่อย
....

เป็นการชีวิต ที่ตอบยาก .......
เป็นคำถามเดียวกับ คุณเป็นใคร ?
เนื่องจากว่าท่านเป็นคนของสังคมไปแล้ว เวลาคิด ทำอะไรมันจะอยู่ในสายตา ในกระแส
ลองกลับไปถามตัวเองให้ชัดว่า เราเป็นใครนะ
เราเป็นอย่างที่เราคิดอยู่จริงๆ นะ
อะไรทำนองนี้ ผมอาจจะอธิบายไม่เคลียร์นะครับ
เป็นกำลังใจนะครับ
</ul>
ความฝันกับความจริง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร...ต่างคะ เพราะเป็นพวกชอบนอนฝันหวาน..ทั้งๆที่ในความเป็นจริงอยู่ท่ามกลางฝันร้ายคะ
</ul>
สวัสดีค่ะ
ขอแสดงความคิดแค่เรื่องเดียว เพราะข้ออื่นๆ ยังไม่มั่นใจ ธรรมชาติคืออะไร แท้จริงคือสิ่งที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ และดำเนินตามวิถีเดิม เช่นนั้นๆ แต่การเรียนรู้ธรรมชาติของแต่ละคน อาจมีตัวแปรมากมาย ทำให้มองไม่เห็นตามจริง เหมือนคนเดินทางก็จะอาจชอบแบบผจญภัย โลดโผน พิศดาร บางคนอาจชอบแวะเวียน เพลิดเพลิน ต่างๆนาๆ ฉะนั้น เมื่อถึงที่หมายในเส้นทางนั้น จึงจะยอมรับว่า ธรรมชาติก็เป็นธรรมชาติเสมอ เราต่างหาก ที่จะปรุงแต่งจนผิดธรรมชาติเอง
</ul>
</ul>
มีคำตอบง่าย ๆ มาแลกเปลี่ยนค่ะ
สวัสดีค่ะ
</ul><p> </p>
น่าจะแยกให้ออกระหว่างความเห็นกับคำถามครับ
ใครๆ ก็มีความเห็นต่อเราได้ แต่เราไม่ต้องมีชีวิตอยู่กับความเห็นนั้น ผมเชื่อว่าความเห็นที่มามีเจตนาดี แต่คนเราไม่เหมือนกัน และไม่ควรทำตัวเหมือนกันไปหมดด้วย
ส่วนคำถามนั้น มีทั้งแบบที่เราไม่รู้คำตอบ รู้คำตอบแต่อธิบายไม่ได้ ตอบไปผู้ถามก็ไม่เข้าใจ หรือเป็นคำตอบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อใครทั้งสิ้น และยังมีคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบอีก ถามเล่นสนุกๆ ถามเพื่ออวดรู้เพื่อที่จะได้ภูมิใจในตอนที่เฉลยก็มี
ส่วนควรจะตอบหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่+ตอบแล้วผู้ถามได้ประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับ
สวัสดีครับพี่