ครูในอนาคต : มาตรฐานวิชาชีพครู
การพัฒนาวิชาชีพครู : สาระสำคัญที่ควรทราบ
ครู หมายความว่า บุคคลวิชาชีพที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และ การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน(พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 : มาตรา 4)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีผลกระทบต่อครู
1. ครูในอนาคต ต้องเป็นตัวอย่างของผู้ที่ได้รับการศึกษา (มาตรา 6 , มาตรา 7)
2. ครูในอนาคต ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่าง-ต่อเนื่อง (มาตรา 8 , มาตรา 25 , มาตรา 30)
3. ครูในอนาคต ต้องปฏิบัติงานตามาตรฐานวิชาชีพครู (มาตรา 9(4))
4. ครูในอนาคต ต้องจัดการศึกษาพื้นฐานได้ (มาตรา 10)
5. ครูในอนาคต ต้องมีความสามารถในการสอนผู้เรียนหลายประเภท(มาตรา 10)
6. ครูในอนาคต ต้องปฏิบัติงานได้ใน 3 ระบบการศึกษา (มาตรา 15)
7. ครูในอนาคต จะต้องปฏิบัติงานได้ในสถานศึกษาต่าง ๆ ( มาตรา 18)
8. ครูในอนาคต ส่วนหนึ่งต้องจัดการอาชีวศึกษา โดยให้ความร่วมมือ กับสถานประกอบการ (มาตรา 20)
9. ครูในอนาคต ต้องจัดการศึกษาโดยถือผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด (มาตรา 22)
10. ครูในอนาคต จะต้องจัดให้มีการเรียนรู้และทักษะต่าง ๆ (มาตรา 22)
11. ครูในอนาคต จะต้องจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (มาตรา 24)
12. ครูในอนาคต ต้องสามารถประเมินผู้เรียน (มาตรา 26)
13. ครูในอนาคต ต้องสามารถจัดทำสาระของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน(มาตรา 27)
14. ครูในอนาคต จะต้องช่วยให้ชุมชนได้มีการเรียนรู้ (มาตรา 29)
15. ครูในอนาคต ต้องมีคุณภาพและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ(มาตรา 52 , มาตรา 53)
16. ครูในอนาคต จะได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนที่เหมาะสม (มาตรา 55)
17. ครูในอนาคต จะได้รับการพัฒนาและการเชิดชูเกียรติ(มาตรา 52 , มาตรา 55)
แนวความคิดการพัฒนาวิชาชีพครู
1. คุณภาพของผลผลิตและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต เป็นเครื่องชี้ ความสำเร็จของวิชาชีพ
2. การพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต โดยการพัฒนางานในภาวะปกติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จะส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตได้ตามเป้าหมาย
3. การพัฒนางานที่เป็นการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเรียนรู้ หลักการ วิธีการ และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในงานอาชีพ และนำมาใช้ในงานเพื่อค้นหาความรู้ สร้างความรู้ใหม่ในวิชาชีพของตนเองอย่างต่อเนื่อง
4. ครูที่สามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ เป็นไปตามมาตรฐาน ควรได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับระดับมาตรฐานคุณภาพงานที่ปฏิบัติ
5. การพัฒนาวิชาชีพครู เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของครูทุก ๆ คน เพื่อสร้างผลผลิตให้มีคุณภาพสูงขึ้นอยู่เสมอ
เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู พ.ศ. 2537 (คุรุสภา)
มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ
มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้เรียน
มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง
มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน
มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน
มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ (ออกใหม่)
แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 (คุรุสภา)
จรรยาบรรณข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์ โดยเสมอหน้า
จรรยาบรรณข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้อง ดีงาม ให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
จรรยาบรรณข้อที่ 3 ครูต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และใจ
จรรยาบรรณข้อที่ 4 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
จรรยาบรรณข้อที่ 5 ครูต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ให้ศิษย์กระทำ-การใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
จรรยาบรรณข้อที่ 6 ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ
จรรยาบรรณข้อที่ 7 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพครู
จรรยาบรรณข้อที่ 8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
จรรยาบรรณข้อที่ 9 ครูพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และ พัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย
มาตรฐานวิทยฐานะครู (สปศ.)
1. ครูปฏิบัติการ ต้องจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีที่หลากหลาย แต่ยังต้องอาศัยคำแนะนำเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติ
2. ครูชำนาญการ ต้องมีการศึกษาวิจัยพัฒนาหลักสูตรโดยวิทยาการใหม่ ๆ วิเคราะห์ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ พัฒนาตน องค์กร และ ทำงานเป็นทีม
3. ครูเชี่ยวชาญ ต้องคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ มาพัฒนา พร้อมทั้งสามารถเผยแพร่ความรู้ ให้คำปรึกษาแก่เพื่อนครูได้ พัฒนานักเรียนให้เกิดผลโดยตรงต่อครอบครัว ทำงานเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง
4. ครูเชี่ยวชาญพิเศษ เป็นผู้นำและสร้างผู้นำในการคิดนวัตกรรมมาพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปใช้อ้างอิงได้ เป็นผู้นำในการแก้ปัญหา และวางระบบป้องกันปัญหา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (สปศ.)
1. คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ครูประจำการ)
1.1 มีวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา หรือ สาขาอื่นที่ ก.ค. รับรอง
1.2 มีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี
หากครูท่านใดมีคุณสมบัติไม่ครบตามข้อ 1.1 , 1.2 ต้องพัฒนาตนเองภายใน 5 ปี (นับจากมีการตั้งสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา) ให้ได้ปริญญาตรีทางการศึกษา หรือ สาขาอื่นที่ ก.ค. รับรอง หรือ ผ่านการประเมินประสบการณ์ หรือ ผลงานเทียบเคียงปริญญาตรี
2. แนวทางการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ครูประจำการที่ปฏิบัติงานสอนก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ และ มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ให้ยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ดังนี้
2.1 เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา
2.2 หลักฐานที่สถานศึกษารับรองประสบการณ์การสอนของครู
2.3 ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน (ในกรณีที่ต้องมี)
2.4 วุฒิบัตรการฝึกอบรมที่สภาครูและบุคลากรทางการศึกษารับรอง
2.5 หลักฐานอื่น ๆ กรณีที่ใช้ประกอบการขอเทียบประสบการณ์และผลงาน (สำหรับผู้ไม่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี) ทั้งนี้ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือ ผู้บังคับบัญชาที่สังกัด ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐาน แล้วรวบรวมเสนอต่อสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต่อไป
3. แนวทางการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
3.1 เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพที่สภาครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด
3.2 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการพัฒนาหรือผลการพัฒนาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด
3.3 เป็นผู้ที่ประพฤติตนไม่เป็นไปตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
3.4 เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐาน หรือ จรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรงและอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ยังไม่มีข้อยุติ
4. แนวทางการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
4.1 เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
4.2 เป็นเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง
4.3 เป็นผู้ที่ไม่เข้ารับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือ ผลการพัฒนาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด และ ส่งผลเสียหายต่อการประกอบวิชาชีพครูอย่างร้ายแรง
4.4 เป็นผู้ที่ประพฤติตนผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรงจนมิอาจให้ปฏิบัติวิชาชีพอีกต่อไป
องค์ประกอบของวิชาชีพชั้นสูง
1. เป็นงานที่ใช้ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา และเป็นงานที่ใช้สติปัญญา
2. มีจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นแบบแผนการปฏิบัติงาน
3. มีองค์กรรับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ
4. มีสถานภาพในสังคมสูง ได้รับการยกย่องนับถือ
เงื่อนไขของวิชาชีพ "ครู"
1. ได้รับการศึกษาอบรมเป็นพิเศษ
2. มีจรรยาบรรณครู
3. มีมาตรฐานวิชาชีพครู
4. มีมาตรฐานวิทยฐานะ
5. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
6. มีองค์กรวิชาชีพกำกับ
7. มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สปศ.)
สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นองค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพ อยู่ในกำกับของกระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ออกใบพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพคณะกรรมการสภาครุและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย กรรมการผู้แทนองค์กร 8 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน และ กรรมการที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพ 12 คน รวมคณะกรรมการทั้งสิ้น 27 คน
หลักประกันคุณภาพครู
1. สถาบันผลิตครู ทำหน้าที่ผลิตครูใหม่ที่มีคุณภาพ และมีความรักในวิชาชีพ
2. สถาบันพัฒนาและส่งเสริมครู คณาจารย์ ทำหน้าที่พัฒนาและส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นครูประจำการ
3. องค์กรบริหารงานบุคคล ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่ และ สถานศึกษา
4. องค์กรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำหน้าที่รักษามาตรฐาน-วิชาชีพและจรรยาบรรณครู
บทบาทของครูในการปฏิรูปการสอนและการเรียนรู้
1. ศึกษามาตรฐานการศึกษาและหลักสูตร
2. ศึกษากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3. เขียนแผนการสอน
4. ทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการสอน
5. บันทึกและเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการสอนไว้ในแฟ้มสะสมงานครู
การปฏิรูปการสอนของครู
1. ศึกษามาตรฐานการศึกษาและหลักสูตร
2. กำหนดเป้าหมาย วางแผนการสอน
3. นำกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนมาใช้
4. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
5. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และสื่อการเรียน
6. ดำเนินการสอน ดูแลกระบวนการเรียนรู้ กระตุ้นให้ปฏิบัติ ให้คำแนะนำ
7. เสริมความรู้ให้ผู้เรียนและส่งเสริมการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
8. ประเมินผลการสอน
9. วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน
10. บันทึกสรุปผลการสอน