ทุกท่านผ่านการเรียนในระดับเล็กมาแล้วทั้งสิ้น คงจำกันได้ว่า ผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์ นั้นมีหลักอยู่ 4 ประการ คือ สุ จิ ปุ ลิ สุ คือ สุตต คือการฟัง จิ คือ จิตต การคิด ปุ คิอ ปุจฉา การถาม ลิ คือ ลิขิต การเขียน (ทราบกันดีอยู่แล้ว)...บอกทำไม .... ทำไม สุตต ต้องมาก่อน อันนี้น่าคิด ?
การฟังต้องมาก่อนเพราะ คนเราจะเริ่มเรื่องราวใดๆ ในชิวิตล้วนเริ่มจากการฟังทั้งสิ้น ตั้งแต่ในท้องคุณแม่จนเติบโตมา ล้วนเริ่มการพัฒนาตนเองจากการฟังทั้งสิ้น จีงไม่? อาทิเช่น เมื่อเราเป็นเด็กเราเรียนรู้โดยการฟังเสียง ของพ่อแม่ แล้วเลียนแบบ จนเราพูดได้ เป็นต้น ดังนั้นการฟังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นทักษะสำคัญ ที่สร้างความสำเร็จและช่วยการพัฒนาและยกระดับของสติปัญญามนุษย์มากที่สุด
แต่ปัจจุบันเราหลงลืมทักษะนี้ไปมาก..เนื่องจากมีโทรทัศน์เข้ามา เราสนใจเรื่องภาพมากขึ้น ทักษะการดู ซึ่งไม่ใช่หัวใจนักปราชญ์ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนทักษะด้านการฟังลดไปมาก... ดูจากเด็กรุ่นหลัง เวลาดูภาพจะมีจินตนาการ การแสดงความคิดที่ดี สร้างสรรค์ สรุปความเห็นได้ดี... แต่ถ้าให้ฟังจะได้ผลตรงข้าม เลย มีส่วนน้อยที่ทำได้... ครูหลายท่านคงทราบดี เมื่อให้เด็กฟัง จากวิทยุ หรือสื่ออื่นๆ เด็กจับประเด็นไม่ได้ เด็กแสดงความเห็นไม่ได้ เขาไม่มีทักษะการฟังที่ดี เพราะเขามัวแต่ดู ภาพเคลื่อนไหวที่ตื่นตาตื่นใจกว่า การฟังที่มีแต่เสียง เมื่อเด็กมัวแต่ดู ทักษะการฟังที่เคยดีในตอนเด็กก็ลดลงเมื่อโตขึ้น ยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ ทักษะนี้แทบจะไม่มีแล้ว เพราะทุกคนเป็นคนเก่ง มีอัตตา ไม่ฟังใคร บางครั้ง ตัวเองก็ไม่ฟัง... การฟังเป้นการทำให้เรารู้จักอ่อนน้อม และรู้จักยืดหยุ่นในการทำงาน รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และรู้จักความมีเหตุผล มันหายไปจาสังคมไทยเกือบจะหมดแล้ว...
น่าเสียดาย..ที่ทักษะนี้หดหายไป..ในอนาคต เราอาจต้องเปลี่ยนหัวใจนักปราชญ์ใหม่ เป็น ทัศ จิ ปุ ลิ ก้ได้ ทัศ คือ ทัศนา หมายถึงการดู