คนใต้เสียของดีไปอีกแล้ว

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B8

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุในพิธีทอดผ้าป่า ณ โรงเรียนเบญมราชานุสรณ์ 8 กันยายน 2544

พระพรหมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

ปัญญานันทภิกขุ พระพรหมังคลาจารย์ หรือที่รู้จักกันดีทั่วไปคือ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ถือกำเนิดที่ตำบลคูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 เดิมมีนามว่า ปั่น เสน่ห์เจริญ หลังใช้ชีวิตฆราวาสจนมีอายุได้ 18 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอุปนันทนาราม จ.ระนอง โดยมีพระระณังคมุนีเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดนางลาด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระจรูญกรณีย์เป็นอุปัชฌาย์เมื่อปี พ.ศ. 2474

 ศึกษาหาหลักธรรม

หลังจากอุปสมบทได้ไม่นาน ได้เดินทางไปศึกษาหาหลักธรรมในบวรพุทธศาสนาหลายจังหวัดที่มีสำนักเรียนธรรมะ เช่น นครศรีธรรมราช สงขลา และกรุงเทพมหานคร จนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีเป็นที่ 1 ของสังฆมณฑลภูเก็ต และสามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท และเอกในปีถัดมาที่ จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อด้านภาษาบาลีจนสามารถสอบเปรียญธรรม 4 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้หลวงพ่อต้องหยุดการศึกษาไว้เพียงเท่านั้น แล้วเดินทางกลับพัทลุงภูมิลำเนาเดิมและได้เริ่มแสดงธรรมในพื้นที่ต่างๆ ของภาคใต้ รวมทั้งเดินทางไปจำพรรษาที่วัดสีตวนารามและวัดปิ่นบังอร รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างที่จำพรรษาอยู่นี้ก็ได้ศึกษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพื่อเป็นพื้นฐานในการเผยแพร่ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป

เผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ

  • พ.ศ. 2475 หลวงพ่อมีโอกาสร่วมเดินทางไปประเทศพม่า กับพระโลกนาถชาวอิตาลีสหายธรรม ร่วมเดินทางแสวงบุญไปประเทศอินเดียและทั่วโลกโดยผ่านทางประเทศพม่าด้วยเท้าเปล่าเพื่อเป็นพุทธบูชา แต่เมื่อเดินทางถึงประเทศพม่าก็ต้องเดินทางกลับ
  • ระหว่างปี พ.ศ. 2475-2476 หลวงพ่อได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศหลายประเทศ จนหลวงพ่อได้ชื่อว่า เป็นพระสงฆ์รูปแรกของไทยที่ได้เดินทางไปประกาศธรรมในภาคพื้นยุโรป

 

สหายธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ

พ.ศ. 2477 หลวงพ่อได้เดินทางไปจำพรรษากับพระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และร่วมเป็นสหายธรรมดำเนินการเผยแพร่หลักธรรมที่แท้จริงตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ประกาศธรรมแก่ชาวบ้านที่เชียงใหม่

  • ในปี พ.ศ. 2492 หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้รับอาราธนานิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่ และได้เริ่มแสดงธรรมในทุกวันอาทิตย์และวันพระที่พุทธนิคม จ.เชียงใหม่ พร้อมกันนี้หลวงพ่อได้เขียนบทความต่างๆ ลงในหนังสือพิมพ์และเขียนหนังสือธรรมะขึ้นจำนวนหลายเล่ม นอกจากนี้ หลวงพ่อได้เดินทางไปประกาศธรรมแก่ชาวบ้าน ชาวเขาโดยใช้รถติดเครื่องขยายเสียง จนชื่อเสียงของหลวงพ่อดังกระฉ่อนไปทั่ว จ.เชียงใหม่ ในนาม "ภิกขุปัญญานันทะ"
  • ในยุคนี้เองที่หลวงพ่อได้ก่อตั้งมูลนิธิ "เมตตาศึกษา" ที่วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ และบำเพ็ญศีล กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกมากมาย

 วัดชลประทานรังสฤษฎ์

  • ในปี พ.ศ. 2502 ม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน ในสมัยนั้น ระหว่างที่ไปเยือนเชียงใหม่มีความประทับใจ ในลีลาการสอนธรรมะแนวใหม่ของหลวงพ่อ จึงเกิดความศรัทธาปสาทะในหลวงพ่อ และในขณะนั้นกรมชลประทานได้สร้างวัดใหม่ขึ้น ชื่อ "วัดชลประทานรังสฤษฎ์" ที่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้อาราธนาหลวงพ่อไปเป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 จนถึงปัจจุบัน
  • พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ได้ดำเนินการเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยวิธีที่ท่านได้เริ่มปฏิวัติรูปแบบการเทศนาแบบดั้งเดิมที่นั่งเทศนาบนธรรมาสน์ถือใบลาน มาเป็นการยืนพูดปาฐกถาธรรมแบบพูดปากเปล่าต่อสาธารณชน พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุผลร่วมสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เป็นการดึงดูดประชาชนให้หันเข้าหาธรรมะได้เป็นเป็นอย่างมาก ซึ่งในช่วงแรกๆ ได้รับการต่อต้านอยู่บ้าง แต่ต่อมาภายหลังการปาฐกถาธรรมแบบนี้กลับเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปจนถึงบัดนี้ เมื่อพุทธศาสนิกชนทราบข่าวว่า หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุจะไปปาฐกถาธรรมที่ใดก็จะติดตามไปฟังกันเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดหลวงพ่อได้รับอาราธนาให้เป็นองค์แสดงปาฐกถาธรรมในสถานที่ต่างๆ และเทศนาออกอากาศทั้งทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ จนถึงปัจจุบัน
  • นอกจากนี้ หลวงพ่อยังได้รับอาราธนาไปแสดงธรรมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น และยังได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมและกล่าวคำปราศรัยในการประชุมองค์กรศาสนาของโลกเป็นประจำอีกด้วย
  • โดยที่หลวงพ่อท่านเป็นพระมหาเถระผู้มีชื่อเสียงของประเทศไทย ได้สร้างงานไว้มากมายทั้งด้านศาสนาสังคมสงเคราะห์ตลอดจนงานด้านวิชาการ ดังนั้นหลวงพ่อจึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมาย และเป็นประธานในการดำเนินกิจกรรมทั้งที่เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและสังคม เช่น สนับสนุนโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน เป็นประธานจัดหาทุนสร้างตึกโรงพยาบาล กรมชลประทาน 80 ปี (ปัญญานันทะ) และเป็นประธานในการดำเนินการจัดหาทุนสร้างวัดปัญญานันทาราม ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ แม้ว่าคำสอนของหลวงพ่อจะเป็นคำสอนที่ฟังง่ายต่อการเข้าใจ แต่ลึกซึ้งด้วยหลักธรรมและอุดมการณ์อันหนักแน่นในพระรัตนตรัย หลวงพ่อปัญญานันทภิภขุ เป็นหนึ่งในบรรดาภิกษุผู้มีชื่อเสียง และเปี่ยมด้วยคุณธรรมเมตตาธรรม ผู้นำคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งเหมาะสมสำหรับชนทุกชั้นที่จะเข้าถึง หลวงพ่อเป็นพระสงฆ์รูปแรกที่กล้าในการปฏิรูปพิธีกรรมทางศาสนา ของชาวไทยที่ประกอบพิธีกรรมหรูหรา ฟุ่มเฟือย โดยเปลี่ยนเป็นประหยัด มีประโยชน์และเรียบง่าย ดังนั้น หลวงพ่อจึงได้รับการขนานนามว่า "ผู้ปฏิรูปพิธีกรรมของชาวพุทธไทย" ในปัจจุบัน

 ผลงานและเกียรติคุณ

งานด้านการปกครอง

  • พ.ศ. 2503 เป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์
  • พ.ศ. 2506 ได้รับพระบัญชา แต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
    • เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 9
    • เป็นรองเจ้าคณะภาค 18
  • พ.ศ. 2515 เป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

งานด้านการศึกษา

  • พ.ศ. 2503 เป็นเจ้าสำนักศาสนาศึกษา แผนกธรรมและบาลีวัดชลประทานรังสฤษฏ์
  • พ.ศ. 2512 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธศาสนาวัดอาทิตย์ ระดับอนุบาล ประถม มัธยมศึกษา
  • พ.ศ. 2524 เป็นผู้อำนวยการจัดการการอบรมพระธรรมทายาทของวัดชลประทานรังสฤษฏ์
    • เป็นผู้อำนวยการจัดการอบรมพระนวกะที่บวชในวัดชลประทานรังสฤษฏ์

งานด้านการเผยแผ่

  • พ.ศ. 2492-2502 เป็นองค์แสดงปาฐกถาธรรมประจำวันพระและวันอาทิตย์ ณ พุทธนิคม สวนพุทธธรรม วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่
  • พ.ศ. 2500 เป็นประธานมูลนิธิ "ชาวพุทธมูลนิธิ" จังหวัดเชียงใหม่
    • เป็นประธานก่อตั้งพุทธนิคม จ.เชียงใหม่
  • พ.ศ. 2503 เป็นองค์แสดงธรรมทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์
    • เป็นผู้ริเริ่มการทำบุญ ฟังธรรมในวันอาทิตย์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์
    • เป็นผู้ก่อตั้งทุนพิมพ์หนังสือเพื่อเผยแผ่ธรรมะแก่ประชาชน พ.ศ. 2520
    • เป็นผู้อบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา
  • พ.ศ. 2525 รับเป็นองค์แสดงธรรมแก่วุฒิสมาชิก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • พ.ศ. 2534 เป็นผู้ริเริ่ม "ค่ายคุณธรรมแก่เยาวชน" ในโรงเรียนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ฯลฯ
  • พ.ศ. 2536 จำพรรษา ณ วัดพุทธธรรม ชิคาโก สหรัฐอเมริกา การปฏิบัติศาสนากิจในต่างประเทศ
  • พ.ศ. 2497 เดินทางเผยแผ่ธรรมรอบโลก
  • ช่วยเหลือกิจการพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรมะในต่างประเทศ คือ ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เยอรมัน
  • เป็นเจ้าอาวาสววัดพุทธธรรม วัดไทยในชิกาโก สหรัฐอเมริกา

งานด้านสาธารณูปการ

  • พ.ศ. 2516 เป็นประธานในการก่อสร้างกุฏิสี่เหลี่ยม เพื่อเป็นที่อยู่แก่พระภิกษุผู้บวชใหม่
  • พ.ศ. 2518 เป็นประธานในการก่อสร้างโรงเรียนพุทธธรรม
  • เป็นประธานในการก่อสร้างโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
  • พ.ศ. 2537 เป็นประธานก่อสร้างกุฏิสองหลังเป็นกุฏิทรงไทยประยุกต์

 งานด้านสาธารณประโยชน์

  • พ.ศ. 2533 เป็นประธานหาทุนสร้าง "ตึก 80 ปี ปัญญานันทะ" ให้โรงพยาบาลชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
  • สร้างศูนย์ฝึกและปฏิบัติงาน มูลนิธิแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
  • พ.ศ. 2534 บริจาคเงินสร้างอุโบสถวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) จ.เชียงใหม่
  • พ.ศ. 2537 บริจาคเงินสร้างโรงอาหารแก่โรงเรียนประภัสสรรังสิต อ.เมือง จ.พัทลุง
  • บริจาคเงินซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลวชิระ จ.ภูเก็ต
  • เป็นประธานหาทุนสร้างวัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี
  • บริจาคเงินเป็นทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในโรงเรียนท้องถิ่นที่ขาดแคลนต่างๆ หลายจังหวัด

 งานพิเศษ

  • พ.ศ. 2503 เป็นองค์แสดงธรรมถวายสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ณ ตำหนักจิตรลดารโหฐาน
  • พ.ศ. 2518 เป็นองค์แสดงธรรมถวายสมเด็จพรเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ ศาลาการเปรียญ วัดชลประทานรังสฤษฏ์
  • เป็นองค์แสดงธรรมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในพระราชพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดีอันมีศักดิ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
  • เป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบทแก่ช่าวต่างประเทศ ที่อุปสมบทในประเทศไทย เช่น ชาวอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมัน ญี่ปุ่น และศรีลังกา เป็นต้น
  • พ.ศ. 2529 ได้รับนิมนต์เข้าร่วมประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์อาเชี่ยนเพื่อสันติภาพ ครั้งที่ 7 ที่ประเทศประชาธิปไตยประชาชนลาว (12th Asain Buddist Conference for Peace)
  • พ.ศ. 2536 ได้รับนิมนต์ไปร่วมประชุมและบรรยาย ในการประชุมสภาศาสนาโลก 1993 ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา (The 1993 Parliament of the world's Religion)

งานด้านวิทยานิพนธ์

ได้เขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาไว้มากมาย เช่น

  1. ทางสายกลาง
  2. คำถามคำตอบพุทธศาสนา
  3. คำสอนในพุทธศาสนา
  4. หน้าที่ของคนฉบับสมบูรณ์
  5. รักลูกให้ถูกทาง
  6. ทางดับทุกข์
  7. อยู่กันด้วยความรัก
  8. อุดมการณ์ของท่านปัญญา
  9. ปัญญาสาส์น
  10. ชีวิตและผลงาน
  11. มรณานุสติ
  12. ทางธรรมสมบูรณ์แบบ
  13. 72 ปี ปัญญานันทะ เป็นต้น

 เกียรติคุณที่ได้รับ

  • พ.ศ. 2520 ได้รับรางวัล "สังข์เงิน" จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ในฐานะพระภิกษุผู้เผยแผ่ธรรมะและศีลธรรมยอดเยี่ยมของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2521 ได้รับรางวัล "นักพูดดีเด่น" ประเภทเผยแผ่ธรรม จากสมาคมฝึกพูดแห่งประเทศไทย
  • พ.ศ. 2525 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระศาสนา เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จากกรมการศาสนา โดยได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณ 2 รางวัล คือ ประเภท ก.บุคคล และประเภท ข.สื่อสารมวลชน (รายการส่งเสริมธรรมะทางสถานีวิทยุโทรทัศน์)
  • พ.ศ. 2524 ได้รับปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาครุศาสตร์ จาก มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2531 ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • พ.ศ. 2534 ได้รับปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์
  • พ.ศ. 2536 ได้รับปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2536 ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปรัชญาและศาสนา) จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • พ.ศ. 2537 ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 สมณศักดิ์ที่ได้รับ

  • วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ "พระปัญญานันทมุนี"
  • วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นราช ที่ "พระราชนันทมุนี"
  • วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นเทพ ที่ "พระเทพวิสุทธิเมธี"
  • วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ "พระธรรมโกศาจารย์ สุนทรญาณดิลก สาธกธรรมภาณ วิสาลธรรมวิภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี"
  • วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏหรือรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ "พระพรหมมังคลาจารย์ ไพศาลธรรมโกศล วิมลศีลาจารวินิฐ พิพิธธรรมนิเทศ พิเศษวรกิจจานุกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวา่สี"

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทาน ปากเกล็ด ได้มรณะภาพแล้วที่ อาคารอัษฎาง รพ.ศิริราช เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ท่านเกิดปี 2454 รวมอายุ 96 ปี

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีคนใต้



ความเห็น (14)

  • พระดีๆเสียไปอีกรูปหนึ่งแล้ว.....อีกนานเท่าใดจึงจะได้มีพระดีๆอย่างนี้สักรูป
  • เป็นไปตามกฏธรรมชาติตามหลักพุทธศาสนา
  • ความดีที่ท่านให้มาตลอดเราควรจะได้ประพฤติปฏิบัติตามกันนะครับ...เพื่อระลึกถึงท่าน
  • ผมเองก็เป็นคนจังหวัดเดียวกับท่าน พัทลุง...แต่ตอนนี้มาอยู่จังหวัดนครศรีฯครับ
  • ขอบคุณท่านอาจารย์มากนะครับที่แจ้งข่าว
  • ผมนำบล็อกของอาจารย์ในแพลนเน็ตผมเรียบร้อยแล้วครับ ชุมชน คน กศน.และ กศ.ตามอัธยาศัย
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับP

                  ยินดีครับ ที่ได้รู้จักคน กศน. อีกท่าน

มีอะไรที่ช่วยเหลือกันได้แจ้งข่าวถึงกันนะครับ

                                              สวัสดีครับ

สวัสดีค่ะน้อง...คำสุวรรณ์

  • เมื่อ ปี พ.ศ.2522  ครูอ้อยทำงานเป็นปีแรก  และได้มีโอกาสไปวัดชลประทาน ฯ นนทบุรี   และได้ศึกษาพระธรรมระยะหนึ่ง   จากนั้นมาครูอ้อยก็ระหกระเหินไปอยู่ต่างจังหวัด
  • ย้ายเข้ามาใน กทม.ปี 2538  ได้ไปเข้าค่ายธรรมะ อยู่ ครั้งหนึ่ง  ประทับใจมาก  สงบเยือกเย็น
  • เสียใจมากกับการสูญเสีย   แต่ยังคงอยู่ในใจตลอดเวลาค่ะ

ขอบคุณสำหรับประวัติและเกียรติคุณที่น่าศึกษาของชนรุ่นหลังต่อไปค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่ได้นำเสนอสิ่งดี ๆ คะ นกชอบคำพูดบอก ต้องรีบสอน รีบทำงาน เวลาเหลือน้อย จะนอนเมื่อไหร่ก็ได้เดี๋ยวก็ได้นอนยาว

  • ผู้มีปณิธานอันสูงส่ง
  • ผู้มีเปิดโลกของนักปาฐกถา
  • ผู้มีจริยาวัตรอันงดงาม
  • ผู้เข้าใจโลกและธรรมแท้จริง
  • ผู้อุทิศตนเพื่อชาวโลก
  • ผู้สร้างสถาบันตัวอย่าง (วัดชลฯ) 
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับพี่ครูอ้อยP

               ชนรุ่นหลังต้องหมั่นปฏิบัติธรรม ตามที่ท่านได้กรุณาชี้นำทางไว้ให้ครับ

                                       สวัสดีครับ

                  

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับP

              "ต้องรีบสอน รีบทำงาน เวลาเหลือน้อย จะนอนเมื่อไหร่ก็ได้เดี๋ยวก็ได้นอนยาว"

              ท่านสอนให้รู้ทันธรรมชาติครับ

                                               สวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับP

            โลกจะเดินตามท่านไปครับ เพื่อสันติสุข จากการรู้ทันซึ่งความเป็นไปของธรรมชาติที่ท่านชี้นำไว้ครับ

                                     สวัสดีครับ

                              

  • สวัสดีค่ะ
  • แวะตามมาขอบคุณค่ะ
  • เป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีคุณค่าทางสังคมทีเดียว...ทำให้รู้สึกเศร้าใจไปด้วย...
  • บล็อควิถีคนใต้...งั้นคุณก็น่าจะเป็นคนใต้นะค่ะ ใช่หรือป่าวเอ่ย
  • ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ...ขอเชิญชวนทานอาหารเจด้วยคนสะเลย อิอิ
  • เชิญแวะได้นะค่ะที่...
  •  "เพราะห่วงใยในสุขภาพ...จึงสรรหามาฝาก"   :   http://gotoknow.org/blog/agri-aoyyala02   
  • ตำนานการกินเจ   http://gotoknow.org/blog/agri-aoyyala02/137467
  • ว่าง ๆ เชิญแวะได้นะค่ะ


     

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับP

                  ใช่ครับบ้านผมอยู่ใกล้บ้านคุณ แค่ ๔ สถานีรถไฟเท่านั้นเองครับ ช่วงนี้ทานเจครับ

                                         สวัสดีครับ

                             

เขียนเมื่อ 

ท่านจากไป แต่สังขารค่ะ  แต่พระธรรมและคำสั่งสอนจะยังอยู่ เพียงพูดดี ทำดี คิดดี ปฏิบัติดี เราก็ยังคงรักษาสิ่งที่เป็นพระธรรมได้ค่ะ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับP

                ท่านเคยบอกว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติครับ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผมคิดว่า "ทุกอย่างเกิดจากใจ แล้วไปจบลงที่ใจเช่นกันครับ" ขออนุโมทนาครับ

                                       สวัสดีครับ

                                     

เขียนเมื่อ 

มาร่วมไว้อาลัย แม่ทัพธรรมครับ

ได้ยินเรื่องท่านปัญญาฯ เห็นครูบาเดินทางมากรุงเทพฯ กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลย บอกไม่ถูกไม่รู้ทำไม

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับP

             เช่นกันครับ ผมกำลังดูทีวีรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์  ซึ่งจัดทำวิดีโอตอนเคลื่อนสังขารท่านกลับวัด ท่านผู้เปี่ยมบุญ ย่อมรู้ตัวเอง รู้เท่าทันธรรมชาติ

                                      สวัสดีครับ