ถ้าเป็นไปได้... หันเดินให้เร็วขึ้นหน่อย เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส และเสริมการออกกำลังแบบตะวันออก

พวกเราคงจะได้ยินคำแนะนำของกรมอนามัยที่ว่า การลดความอ้วนต้อง "3อ(คุมอาหาร-ออกกำลัง-อารมณ์ดี)" มาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลว่า การออกกำลังเบาๆ เช่น ไทเกก-ไทชิ ฯลฯ ให้ผลดีมากในการลดความอ้วนมาฝากครับ

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีดส์ เมโทรโพลิทัน และมหาวิทยาลัยฮัลล์ สหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ) ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่อ้วนมาก (ดัชนีมวลกาย / BMI ซึ่งคิดจากน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง = มากกว่า 30) อายุ 24-55 ปี 62 คน

...

ท่านแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ออกกำลังสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง โดยให้ออกกำลังแบบไทเกก-ไทชิ เต้นแอโรบิคในน้ำ หรือออกกำลังหลายอย่างสลับกันแบบ "วงจร (circuit)" เช่น ยกน้ำหนัก-ออกกำลังต้านแรงสลับเดินเร็ว ฯลฯ

กลุ่มทดลองจะได้รับการสอนให้อ่านฉลากอาหาร ทำกับข้าวสุขภาพ ฝึกวิธีสังเกตว่า ตอนนี้หิว-ตอนนี้อิ่ม และกินชอคโกแลตวันละนิดหน่อย(ประมาณเท่าหัวแม่มือ)

...

กลุ่มควบคุมจะได้รับคำแนะนำให้ทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้ทำพอประมาณ เช่น ไม่กินมากเกินหรือน้อยเกิน ฯลฯ

เมื่อติดตามไป 3 เดือนปรากฏว่า กลุ่มที่ออกกำลังเล็กๆ น้อยๆ น้ำหนักเฉลี่ยลดลงจาก 108.4 กิโลกรัมเป็น 104.6 กิโลกรัม มีการเปลี่ยนแปลงในด้านดีได้แก่

  • ความแข็งแรงเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะสมรรถภาพปอดดีขึ้น
  • ความดันเลือดลดลง ชีพจรลดลง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)รวมลดลง
  • รู้สึกว่าอะไรๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หุ่นดีขึ้น และความเครียดลดลง

...

ส่วนกลุ่มควบคุมอ้วนขึ้น 3 กิโลกรัมใน 3 เดือน

อาจารย์ท่านบอกว่า การออกกำลังเป็นประจำ แม้จะทำให้น้ำหนักลดลงไม่มาก ทว่า... เมื่อรวมกับความฟิตที่เพิ่มขึ้น และสุขภาพที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้านจะทำให้ความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจอดตัน ฯลฯ ลดลงมากในระยะยาว

...

การควบคุมอาหารอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องขอออกกำลัง และขออารมณ์ดีๆ แบบที่กรมอนามัยแนะนำด้วย

ผู้เขียนขอเรียนเสนอให้พวกเราหันมาเดินรวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 60 นาที ถ้าเป็นไปได้... หันเดินให้เร็วขึ้นหน่อย เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส และเสริมการออกกำลังแบบตะวันออก เช่น ไทเกก-ไทชิ รำกระบองชีวจิต ฯลฯ เข้าไป สุขภาพจะดีขึ้นอย่างมากมายทีเดียว

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

<p>ขอแนะนำ...                                                     </p>

    แหล่งที่มา:                                    

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><ul>

  • Thank BBC > Obese 'should exercise not diet' > [ Click ] > December 4, 2006.
  • <li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้ </li>

  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 10 ตุลาคม 2550.
  • </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span> </ul>