ผญาม่วน 2 อึดจังหย่อม ผอมจังปัว : ทุกข์ยากจึงคิดออม ผ่ายผอมจึงคิดรักษา


ยอม : กินคำน้อย ประหยัดใช้ (ออกเสียงสระออยาว ๆ ว่า หย่อม กินหย่อม ตรงข้ามกับคำว่า กินโป่ม กินโผ่ : กินคำใหญ่เต็มปาก)

         คนไทยอีสานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่พูดและฟังภาษาอีสานโบราณ/ภาษาลาวไม่ค่อยได้  สาเหตุหลักน่าจะมาจากคนอีสานรุ่นใหม่พูดโดยใช้ศัพท์  สำเนียง แบบสมัยใหม่  เช่น  ใช้คำจากภาษาไทยกลาง ภาษาต่างประเทศ มาพูดในสำเนียงอีสาน  รวมทั้งการปรุงแต่งภาษา  ศัพท์และสำเนียงที่เรียกว่าแอ๊บแบ๊ว  ซึ่งมีทั้งแอ๊บแบ้วอีสาน  และแอ๊บแบ๊วแบบคนกรุง  แม้แต่ความสำเร็จของหนังตลกหม่ำ  จ๊กมก เรื่องแหยม  ยโสธร  ทำให้เกิดสำนวนพุดแบบยื่นปากยาว ๆ แล้วลากเสียงว่า  ...อะฮื้อ...แมนรับบ่ได้... หากจะคิดตามความเป็นคอมมันดี้  ของผู้กำกับหม่ำ  จ๊กมก  ก็คือการเจตนาล้อเลียนภาษาแอ๊บแบ๊วแบบอีสานมาขายความฮา  จนมีคนเอามาทำเป็นเพลงลูกทุ่งอีสานก็ยังดังอีกเช่นกัน

          ผมเกริ่นนำยาวไม่รู้ว่านอกเรื่องหรือเปล่าครับ  วันนี้ผมอยากเสนอ ผญาม่วน สั้น ๆ แต่ได้ความหมาย  และสามารถนำมาเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้  ด้วยสำนวนว่า

           อึดจังหย่อม     ผอมจังปัว

           ความหมายศัพท์ที่ควรรู้  คือ

           อึด : ขาดแคลน  ไม่มีกิน  อดข้าว  อดน้ำ

           จัง :   จึง

           หย่อม, ยอม : กินคำน้อย  ประหยัดใช้  (ออกเสียงสระออยาว ๆ ว่า  หย่อม  "กิ่นหย่อม" ตรงข้ามกับคำว่า กินโป่ม กินโผ่ : กินคำใหญ่เต็มปาก)

            ปัว : รักษา  พยาบาล (โรงพยาบาล ก็ว่า โฮงปัว)

            อาจารย์ปรีชา  พิณทอง (ปธ. 9 ปราชญ์เมืองอุบลราชธานี) ได้อธิบายไว้ว่า "คนเราเวลามั่งมีศรีสุข  เป็นคนหน้าใหญ่ใจโต จะกินอะไร  จะใช้จ่ายอะไรไม่อั้น  เวลาทุกข์เงินบาทเดียวก็ไม่มี  จึงคิดอยากประหยัดเก็บกำเงินทอง  ในขณะเดียวกันเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยหนักจึงหอบไปหาหมอ  หมอก็แก้ไขให้ไม่ได้..."

           ถ้ากล่าวให้เป็นสำนวนเข้าใจง่ายน่าจะเป็น "ทุกข์ยากจึงคิดอยากออม  ผ่ายผอมจึงคิดรักษา" หรือ "อดค่อยออม  ผอมค่อยรักษา"

           คำว่า หย่อม  อันหมายถึงการกินคำน้อยนี้  พบในครอบครัวชาวบ้านถิ่นอีสานทั่วไปครับ  ในสมัยที่อาหารการกินขึ้นอยู่กับฟ้าฝนเท่านั้น  บรรดาสัตว์เล็กสัตว์น้อย เช่น ปลาข่อน (ปลาติดปลักตมจวนแห้งตามนา) แมลงต่าง ๆถ้าได้มาไม่กี่ตัว  ก็รู้โดยทันทีครับว่าอาหารมื้อต่อไปคือ "ป่น" ไม่ว่า ป่นปลา  ป่นจิหลีด (จิ้งหรีด)

            ป่นปลาก็คือการต้มน้ำใส่ปลาร้าและปลาที่หามาได้ให้สุกหอม  จี่พริกจี่หอม (จี่ : เผา) โขลกกับเนื้อปลาแล้วเทน้ำปลาร้าคนเติมเกลือนิดหน่อย ชิมให้ได้รสนัว ๆ (นัว :  รสกลมกล่อมจากปลาร้า) ยิ่งมีสมาชิกในครอบครัวมากคนก็ใส่น้ำปลาร้าให้มาก ๆ เข้าไว้ อย่างนี้เรียกว่า ป่นใสเจงเลง (ป่นมีแต่น้ำปล้าร้ามีเนื้อปลานิดเดียว) ส่วนพวกแมลงไม่ต้มครับ  จี่หรือย่างเอา  แล้วนำมาโขลกใส่พริกหอมเผา คนน้ำปลาร้าต้ม ถ้าเป็นจั๊กจั่นนี่นิยมโขลกดิบ ๆ 

            ตอนล้อมวงกินข้าวนี่  พาข้าวกระด้งใบเขื่อง ๆ  ฝ่ายผู้ชายพ่อ ลูก จะนั่งขัดสมาธิหันตะแคงเข่าด้านเดียวใส่พาข้าว  ฝ่ายแม่และลูกสาวจะนั่งพับเพียบเอียงข้างเช่นกัน เพราะว่าถ้านั่งขัดสมาธิหรือพับเพียบตรง ๆ  หน้าจะกว้าง และไม่พอให้คนอื่น ๆ เข้ากินด้วยกันได้

         การกินป่นยามหน้าแล้ง หาของมาป่นยาก ๆ นี่ จะปั้นข้าวเหนียวแน่น ๆ ใช้ปลายคำข้าวจุ่มไม่มาก (บางคนเรียกว่าใช้คำข้าวจ้ำพอสุย ๆ น้ำป่นขึ้นมา เด็ดก้านผักกินแนมกันไปเลย  อร่อยดี)

         ทีนี้บ่อยครั้งครับ  ถ้าลูกคนไหนใช้คำข้าวเหนียวก้อนใหญ่ ๆ จ้ำ(จิ้ม) แรง ๆ จนน้ำป่นงวดลงเกือบจะหมดจากถ้วยป่น  เพราะติดข้าวขึ้นมา   แทบไม่เหลือให้คนอื่นจ้ำ  พ่อ หรือแม่ก็จะดุเบา ๆ ว่า "อือ..หย่อมกิน หย่อมกิน" หรือกล่าวว่า "อย่ากินโป่ม กินโผ่หลาย  ผู้อื่นสิบ่ได้กินนำ" (นำ: ด้วย) 

            ชาวบ้านอีสานสมัยก่อน  นอกจากจะบอกตรง ๆ ว่าอย่ากินคำใหญ่แล้ว  คงต้องการสอนว่าการกินไม่หย่อม  กินโป่ม กินโผ่ กินมาก ไม่รู้จักหาเตรียมการไว้สำหรับมื้อหน้า  เมื่อลำบากมาค่อยคิดอยากประหยัด.. อย่างนี้เป็นสิ่งไม่ดี   

            ในสภาพปัจจุบันผญาบทนี้ย่อมเข้ากันได้กับคนที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล  ไม่ว่าเรื่องกิน  เรื่องการรักษาสุขภาพร่างกาย  หรือเรื่องอื่น ๆ

          ..นี่คือ ผญาม่วน  ของฝากสำหรับวันนี้ครับ.             

หมายเลขบันทึก: 136447เขียนเมื่อ 9 ตุลาคม 2007 01:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 มิถุนายน 2012 17:43 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (6)
  • ขอบพระคุณ ผอ.มากครับสำหรับ ผะหยา ดีดี
  • บทนี้ชี้ให้เห็นการมองโลกของคนอีสานเป็นอย่างดี
  • คักอีหลี ม่วนอีหลี

ขอบคุณครับคุณออต  ภาษาเก่าบ้านเฮาแฮงซอกหา แฮงพ่อไปหน้า  คันซอกพ้อ  จังแมนดีใจหลาย  ฟ่าวเอามาเว่าสู่พี่น้อง.... ผมขอชื่นชม เล้าข้าวศึกษา มาในที่นี้ด้วยครับ

             อ่านผญาพาม่วนของครูชา  เปิงบ้าน  แล้วทำให้นึกถึงคำพูดภาษาอีสาน  สอนให้แง่คิดหลายอย่าง

             ขอชื่นชมที่พยายามรักษาภาษาถิ่นเอาไว้สอนลูกหลานต่อไป  หากทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นได้ ก็จะยิ่งดีมาก ๆ เลยครับ !

ท่าน ผอ.ที่เคารพ

  • ออตว่ามันสิคือ หนังสือหนังหา ต้องหาต้องซอกหา
  • ตามอ่านของท่านนะครับ
  • อ๋อ หลักสูตรท้องถิ่นเรื่องผะหยาอีสานก็ดีนะครับ ท่าจะสนุกได้ความรู้ ฮู้เจ้าของเอง

เห็นด้วยกับ คุณออต และ ครูศักดิ์ครับ... ไม่ว่าจะอยู่ในรูปหลักสูตรท้องถิน  หรือในรูปแหล่งเรียนรู้ใด ๆ เช่น หอศิลป์ มข.,  ศูนย์การเรียนชุมชนของ กศน. พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ดี ควรมีและสืบสานอย่างยิ่งครับ...   

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี