ความเป็นมา             เมื่อพี่เลี้ยงนักวิจัย จ.ราชบุรี  ได้ขอเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการ อ.ส.ม. ประจำตำบลบ้านสิงห์ ณ สถานีอนามัยบ้านบางกะโด  ในวันที่ 15 ธันวาคม 2549  ซึ่งในวันนั้นคณะกรรมการได้พูดประชุมเกี่ยวกับเรื่องการจัด อ.ส.ม.สัญจร และการจัดเตรียมงานปีใหม่    พี่เลี้ยงฯ ได้สังเกต อ.ส.ม.ของหมู่บ้านต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมการประชุม และรู้สึกประทับใจกับบุคลิกมุ่งมั่น จริงจังของคุณวันเพ็ญ  จำปาจีน  อ.ส.ม. จากหมู่บ้านดอนโพ (หมู่ 11) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะฯ   หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม  พี่เลี้ยงฯจึงได้เข้าไปขอพูดคุยกับคุณวันเพ็ญ   มีการแนะนำตัวและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน  หลังจากนั้นได้เข้าไปเยี่ยมหมู่บ้านดอนโพอีก 3 ครั้ง และคุณวันเพ็ญได้พาไปรู้จัก พ.ต.อาจหาญ และคุณสินีนาต ศรีผิว พี่สินีนาตเล่าว่าพวกตนเพิ่งจะย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกของหมู่บ้านดอนโพทีหลังเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว  ในตอนแรกยังพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  จะเข้ามาดูแลสวนในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์  จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  ผู้พันได้เกษียณอายุราชการจึงได้มาพักอาศัยเป็นการถาวร  เมื่อเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านพวกตนสังเกตเห็นว่า  เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมีเวลาว่างมาก  และไม่มีกิจกรรมอะไรที่ช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็ก  เด็กส่วนใหญ่เมื่อกลับมาจากโรงเรียนก็วิ่งเล่นในหมู่บ้าน  จับปลาตามคลอง ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลเด็กมากนัก  เพราะงานสวนเป็นงานที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก  เมื่อเสร็จจากงานสวนก็ต้องการพักผ่อน พวกตนพอมีเวลาจึงคิดที่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ  ได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถของตนเอง พวกตนจึงได้ชักชวนกลุ่มเด็กเล็กที่ยังสามารถชักจูงได้และไม่มีภารกิจหรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวมากมาทำกิจกรรมร่วมกัน  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้จัดกิจกรรมเขียนเรียงความและวาดภาพให้กับเด็กมาแล้ว  ขณะนี้ พ.ต.อาจหาญ และคุณสินีนาตกำลังริเริ่มกิจกรรมเยาวชนกลองยาวให้กับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ที่เลือกกิจกรรมนี้เพราะสามารถหาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาสอนให้ได้  และต้องการจัดตั้งกลุ่มกลองยาวเยาวชนบ้านดอนโพ  โดยกำลังประสานงานกับเทศบาลตำบลบ้านสิงห์เพื่อขอความสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการจัดซื้อชุดกลองยาวให้กับเด็ก ๆ   นอกเหนือจากเด็กเยาวชนกลองยาวแล้วยังมีกลุ่มยุวเกษตรกรซึ่งเป็นเด็กรุ่นโต  จัดตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว  เด็กกลุ่มยุวเกษตรกรเคยมีกิจกรรมเลี้ยงไก่และทำปุ๋ยอยู่สักพักหนึ่ง  แล้วก็ต้องเลิกกิจกรรมไปเพราะขาดงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานที่ให้จัดตั้ง และอีกสาเหตุหนึ่งยุวเกษตรกรแยกย้ายไปเรียนต่อบ้าง  ไปทำมาหากินบ้าง  บางคนก็ไปมีครอบครัว  จึงไม่มีเวลามาสานงานให้เกิดความต่อเนื่อง  เมื่อทั้งพี่เลี้ยงฯและพี่ทั้งสามท่านได้ทำความเข้าใจและรับทราบเป้าหมายร่วมกันทั้งสองฝ่ายแล้ว  พี่เลี้ยงฯ จึงได้ขอให้ทางชุมชนได้นัดหมายกลุ่มเด็กเยาวชนบ้านดอนโพเพื่อมาเปิดเวทีทำความรู้จักกัน 

วางแผนก่อนเปิดเวที

ในวันเสาร์ที่  6 มกราคม 2549  ทางโรงเรียนอนุบาลโพธาราม  ได้จัดโครงการแรลลี่จักรยานประจำปี  ซึ่งในปีนี้เส้นทางการปั่นจักรยาน  ได้ถูกออกแบบแวะเข้ามาทำกิจกรรมในหมู่บ้านดอนโพ  โดยจัดฐานกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่แปลงเกษตรของหมู่บ้าน  ซึ่งมีทั้งฐานแปลงนา  ฐานในสวนฝรั่ง  ฐานในแปลงผัก  พี่เลี้ยงฯ  ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในช่วงเช้า  ซึ่งทำให้มีโอกาสรู้จักสมาชิกของชุมชนบ้านดอนโพมากขึ้น  เช่น  พี่อุดร  พี่ตา  พี่ขวัญชัย  พี่รัตนา  พี่ทวี  เมื่อกิจกรรมในช่วงเช้าเสร็จ  ช่วงบ่ายจึงได้ร่วมวางแผนการเปิดเวทีเยาวชนบ้านดอนโพร่วมกับ พ.ต.อาจหาญ  พี่สินีนาต  และพี่วันเพ็ญ  ซึ่งก่อนวางแผนเวที  ได้ร่วมคุยเป้าหมายของพี่ทั้งสามท่านว่าต้องการพัฒนาเด็กในด้านใดบ้าง   ซึ่งผลของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างทั้ง 3 ท่านพอสรุปออกมาได้ 2 ด้าน  คือทางด้านคุณงามความดี  เช่น ความซื่อสัตว์  ความขยัน  ความรับผิดชอบ  ความอดออม  มารยาท  บุคลิกภาพ กล้าแสดงออก  ฯลฯ และทางด้านศักยภาพในการเรียนรู้ เช่น การคิด  ความสนใจใฝ่รู้  รักการอ่าน  การเขียน  เมื่อเห็นภาพรวมของเป้าหมายของพี่ทั้งสามท่านแล้ว  จึงได้ชวนวางแผนกิจกรรมเวทีในวันพรุ่งนี้  ซึ่งมี 2 เป้าหมาย คือ ทำความรู้จักระหว่างพี่เลี้ยงกับเด็กเยาวชนบ้านดอนโพ  และชวนให้เด็กเยาวชนรู้ว่าขณะนี้มีกลุ่มเด็กบางกลุ่มได้ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  เพื่อให้เด็ก ๆบ้านดอนโพ ได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวเด็ก ๆ ภายนอกชุมชน  เมื่อวางเป้าหมายเสร็จ  ก็กำหนดกิจกรรมโดยเป้าหมายแรกจะใช้กิจกรรมเกมส์ใบ้คำ ทายซิใครเอ่ย  และเป้าหมายที่สองให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากวีดิทัศน์เรื่องเยาวชนสร้างสรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี 

บรรยากาศก่อนเปิดเวที

พ.ต.อาจหาญเล่าให้ฟังในภายหลังว่าหลังจากที่ไปบอกเด็ก ๆแล้ว   เด็ก ๆ ตั้งหน้าตั้งรอมาตั้งแต่เช้า  วิ่งเทียวเข้าเทียวออกบ้านของตนเองเพื่อคอยถามว่าจะให้ดูให้เล่นอะไรบ้าง  เมื่อพี่เลี้ยงฯ มาถึงศาลาประชาคมประจำหมู่บ้านก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง  เห็นเด็ก ๆ เล่นเจี๊ยวจ๊าวเต็มไปหมด  เมื่อเห็นเด็ก ๆ อย่างเต็มตาแล้วรู้สึกไม่มั่นใจว่าเกมส์และคำถามที่เตรียมชวนน้องคุยจะยากเกินไปหรือไม่  เพราะพี่เลี้ยงฯ คิดว่าน้อง ๆ ที่จะได้พบน่าจะเป็นช่วงอายุระดับ ม.ปลาย หรือ ปวช.  แต่ก็รู้สึกประทับใจอยู่มาก  เพราะทั้ง ๆ ที่ยังแปลกหน้ากันอยู่ ๆ เด็ก ๆ ก็รีบเข้ามาทักทายเป็นอย่างดี  และรีบเข้าไปนั่งล้อมวงอย่างเรียบร้อยรอคอยการเปิดเวที  ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาและยังไม่มีผู้ใหญ่ท่านอื่นมา     เวทีแรกของเด็กเยาวชนบ้านดอนโพ

            ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาตามที่นัดไว้  พี่เลี้ยง ๆ ได้ชวนน้อง ๆ คุยสัพเพเหระ  และเริ่มกิจกรรมแนะนำตัวกัน  เนื่องจากเกมส์ทายซิใครเอ่ยที่เตรียมมาพี่เลี้ยงคิดว่ายากเกินไปสำหรับน้อง ๆ เพราะมีน้องเล็กมาก ๆ อยู่ด้วยหลายคน  จึงให้เป็นการแนะนำตัวธรรมดาไปตามลำดับว่าชื่อจริง ชื่อเล่น นามสกุลอะไรกันบ้าง  เรียนอยู่ที่ไหน ชั้นไหน  ซึ่งน้อง ๆ หลายคนแนะนำตัวไปก็เขินอายไป  บางคนก็พูดเร็วเป็นจรวด  จนพี่เลี้ยงฯ ฟังไม่ทัน บางคนก็พูดเบามาก ๆ  ก็ต้องคอยเสริม คอยทัก  คอยแนะวิธีการแนะนำตัวให้  พี่เลี้ยงฯ สังเกตว่านอกจากน้องที่ร่วมเวทีแล้ว  ยังมีน้อง ๆ ที่วิ่งมาวิ่งไป  ระหว่างศาลากับหมู่บ้าน อยู่อีกเป็นบางส่วน เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว  พี่เลี้ยง ฯ ได้ชวนให้น้อง ๆ คุยให้พี่เลี้ยง ฯ ฟังเกี่ยวกับหมู่บ้านของตนเอง  ซึ่งน้องปุ๋ยอาวุโสสุด  อาสาเป็นคนเล่าให้ฟัง  ซึ่งก็เล่าว่าหมู่บ้านดอนโพเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีคนไม่มาก มีอายุ ครบ 20 ปีแล้ว  เป็นหมู่บ้านเกษตร ปลูกฝรั่ง ส้มโอ  หน่อไม้ฝรั่ง  มะพร้าว  และน้องประกายช่วยเล่าต่อเรื่องวิธีการปลูกดอกดาวเรือง

เนื่องจากน้อง ๆ รู้ว่าวันนี้จะมีอะไรมาให้ดู   ยิ่งเห็นผู้พันที่ต่อสายโทรทัศน์อยู่ด้านหลังยิ่งใจจดจ่อ  และพี่เลี้ยงฯ ก็หมดมุกคิดอะไรไม่ออก  เนื่องจากไม่ได้เตรียมเกมส์มาเล่นกับน้อง ๆ จึงได้ชวนดูวีดีทัศน์ต่อทันที  ก่อนดู พี่เลี้ยงฯได้ให้การบ้านแก่น้อง ๆ ว่า  เด็ก ๆ ที่อยู่ในเนื้อเรื่องพวกเขาทำอะไรกันบ้าง  และได้แจกกระดาษปากกาให้แก่น้อง ๆ ด้วยเพื่อให้ไว้จดบันทึกขณะดู                    เมื่อจบเรื่องเยาวชนสร้างสรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี แล้ว  ผู้พันได้เปิดเรื่องสงครามเก้าทัพและ เรื่องสโนไวท์กับคนแคระทั้ง 7 ให้น้อง ๆ ได้ดูต่อไป  ซึ่งในขณะที่น้อง ๆ นั่งดู  กลุ่มผู้ใหญ่จับกลุ่มคุยกันต่อ  พี่วันเพ็ญบอกว่าในวันเด็กที่จะถึงนี้ต้องการให้เด็ก ๆ เขียนเรียงความมาส่ง  แล้วจะให้พี่เลี้ยงฯ ช่วยเป็นกรรมการให้                ประมาณเกือบสี่โมงเย็น  เมื่อสโนไวท์จบแล้ว  พี่เลี้ยงฯ ได้ชวนน้อง ๆ คุยว่ากิจกรรมวันนี้รู้สึกอย่างไรกันบ้าง  ซึ่งน้อง ๆ ก็ตอบว่าสนุกดี  เพราะได้ดูการ์ตูน  และคุณครู (พี่เลี้ยงฯ)ใจดี  แล้วจากการดูหนังเรื่องแรกก็ได้ความรู้เกี่ยวการอนุรักษ์ธรรมชาติ  รู้จักการแยกขยะ  ส่วนเรื่องสโนไวท์มีตัวแทนของน้อง ๆ ตอบว่าเป็นตัวอิจฉาไม่ดี  ถ้าจะจัดกิจกรรมครั้งต่อไป  น้อง ๆ ต้องการให้มีกิจกรรมวาดรูป  และพาไปเที่ยว                เพื่อเชื่อมต่อไปยังสิ่งที่พี่วันเพ็ญต้องการ  พี่เลี้ยงฯ  จึงได้ถามความคิดเห็นจากน้อง ๆ ว่าวันเด็กปีนี้  น้อง ๆ อยากให้ผู้ใหญ่จัดกิจกรรมแบบไหนให้บ้าง  ซึ่งเมื่อวานนี้ทางหมู่บ้านเพิ่งจะทำฐานแรลลี่ให้กับโรงเรียนอนุบาลโพธาราม  น้อง ๆ จึงต้องการอยากได้แบบนั้นบ้าง  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้  คือ  ต้องแบ่งน้อง ๆ เป็นสีหรือกลุ่ม  แล้วมีการปั่นจักรยานไปตามฐานต่าง ๆ  แล้วต้องให้มีความตื่นเต้น  ความสนุก  หรือมีการค้นหาสิ่งของแบบนักสืบด้วย  นอกเหนือจากกิจกรรมฐานแรลลี่แล้ว  กิจกรรมอื่น ๆ ในวันนั้นที่ต้องการ คือ ให้มีกิจกรรมการแสดงของเด็ก เช่น เต้น รำ  หรือ ละคร  เกมส์แข่งขันต่าง ๆ และมีรางวัลให้กับเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย       

              เมื่อทราบความต้องการของน้อง ๆ แล้ว  พี่เลี้ยงฯจึงชวนคุยว่าถ้าต้องการให้พวกผู้ใหญ่จัดให้  ป้าวันเพ็ญมีข้อเสนอให้เด็ก ๆ เขียนเรียงความมาส่ง  โดยมีชื่อเรื่องว่า หมู่บ้านดอนโพในฝัน มาส่งที่พี่ปุ๋ย (ประธานกลุ่มเยาวชน)  ในวันที่ 15 ม.ค. 2550  และถ้าน้องๆ คนใดที่ชอบขีดเขียนจะวาดภาพมาประกอบก็ได้  หลังจากนั้นก็ปล่อยให้น้อง ๆ พักดื่มน้ำใบเตยที่พี่สินีนาตเตรียมทำมาเลี้ยงเด็ก ๆ พี่เลี้ยงฯจึงชวนน้อง ๆ ถ่ายรูปของตนเอง  เพื่อมาจัดทำทำเนียบเด็กเยาวชนบ้านดอนโพ  โดยมอบหมายให้น้องกัญเป็นช่างกล้องให้  ปรากฏว่ากิจกรรมถ่ายภาพกลับเป็นกิจกรรมที่เรียกความสนใจของน้อง ๆ ได้มากที่สุด 

ซึ่งเมื่อถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พอดีว่าพี่วันเพ็ญได้ความคิดจากเรื่องเยาวชนสร้างสรรค์ จ. สุราษฎร์ธานี เรื่องการเก็บขยะมาจำแนกประเภท  พี่วันเพ็ญจึงชวนน้อง ๆ แข่งขันกันเก็บขยะ  เก็บไปเรื่อย ๆ จนถึงวันเด็ก  ใครเก็บได้มากที่สุดคนนั้นชนะ  น้อง ๆ เลยเฮละโลแยกย้ายกันไปเก็บขยะ  จึงเป็นการปิดเวทีโดยไม่ต้องกล่าวลา               JJJJJJJJJJJJJ

เวทีเด็กเยาวชนบ้านดอนโพ  ครั้งที่ 1

วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ.2550