การประชุมคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 ของ สสส. เมื่อวันที่ 4 ต.ค.50 ทำให้ภาพของ "การสร้างสุขภาวะในพื้นที่" ชัดเจนขึ้นอีกระดับหนึ่ง
ผมมีนิสัยไม่ดี ชอบตั้งคำถามแผลง ๆ ว่าที่ใคร ๆ ทำเรื่องนี้กันอยู่หรือมาร่วมกับ สสส. เพื่อ "สร้างสุขภาวะในพื้นที่" เขาทำเพื่อคนในพื้นที่หรือเพื่อตัวเอง/เพื่อหน่วยงานของตัวเองกันแน่
สำหรับผม การสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชนมีหลักการเดียวเท่านั้น คือ ต้องส่งเสริมให้คนในพื้นที่และชุมชนช่วยตัวเองได้ ป้องกันตัวเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของอะไร ๆ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
- เป็นเหยื่อของระบบการศึกษา
- เป็นเหยื่อของสื่อมวลชน
- เป็นเหยื่อของหน่วยราชการ ระบบราชการ
- เป็นเหยื่อของกิเลสภายในตน...อวิชชา
- เป็นเหยื่อของความรู้ความเข้าใจผิด ๆ
- ฯลฯ
ผมมองว่า สุขภาวะของผู้คนในพื้นที่และชุมชน มากับอิสรภาพ
ในที่ประชุมเมื่อวาน เราจึงตกลงกันว่า สสส. สำนัก 3 (แผนสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน) ควรเน้นการเข้าไป coordinate การสร้าง "นักพัฒนาชุมชนแนวใหม่" ที่เป็นนักพัฒนาติดพื้นที่ อยู่ในพื้นที่ เป็นคนของพื้นที่ และมีทักษะของ "คุณอำนวย" คือมีทักษะของการเป็น "Learning Facilitator" ให้แก่คนในพื้นที่และชุมชน
ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่ สสส. น่าจะหาองค์กร/คน ไปทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชน และศูนย์การจัดการความรู้การพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการเกษตร, เทศบาล, อบต., สถานีอนามัย, กระทรวงพัฒนาสังคม, ฯลฯ เพื่อสร้างเครือข่ายพัฒนา "คุณอำนวยการเรียนรู้ชุมชน" สำหรับทำงานเป็น Learning Facilitator ในพื้นที่
ผมมีความสุข (อีกแล้ว) เพราะเห็นโอกาสใหญ่ที่ KM จะเข้าไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่/ชุมชน
วิจารณ์ พานิช
5 ต.ค.50
สวัสดีครับ ตอนนี้ผมเรียนกฎหมายอยู่ และสนใจในสาขาที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และกฎหมายกับสังคม กล่าวคือทำอย่างไรที่จะให้กฎหมายนั้นตอบสนองความต้องการของสังคมมากที่สุดครับ และเรื่องสุขภาวะนี้ก็เป็นอีกสาขาหนึ่งที่กระผมสนใจมาก และจะร่วมส่งเสริมสนับสุนนต่อไปครับ ถึงอย่างไรก็ขอเป็นกำลังใจให้มีองค์กรที่สำคัญ หรือ การปรสานความร่วมมือในภาครัฐ และเอกชน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะ ซึ่งปัจจุบันปัญหาในเรื่องนี้มีความรุนแรงมาก ทั้งสุขภาวะทางกาย และทางจิตใจ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการอยู่ร่วมกกันของสังคม แต่กระผมเชื่อว่าเมื่อมีการตื่นตัวเช่นนี้แล้วนั้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรั้งสังคมไทยให้ไม่ล่มสลาย และสถาบันครอบครัวก็เข้มแข็งขึ้น และสภาวะทางจิตใจก็สามารถยกระดับได้ และณ ปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมต่อทุกภาคส่วน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในด้านสุขภาวะ ตัวอย่างก้าวแรกก็คือ การที่มีลานเต้นแอโรบิคแทบจะทุกที่ของชุมชนเลย เช่นนี้ก็ขอให้มีการผลักดันในด้านอื่นๆต่อไปครับผม
และกระผมก็มีผลงานวิชาการให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันด้วยครับ อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ
http://learners.in.th/blog/prince-in-dream/toc