ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เนื่องจาการเรียนการสอนในสถานศึกษา ในบางครั้งบุคลากรทางการศึกษาหรือครูผู้สอนไม่สามารถที่จะจัดการกับองค์ความรู้ที่มีอยู่เพื่อใช้ในการถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด การวัดความสำเร็จของการศึกษาในยุคสังคมแห่งความรู้และการเปลี่ยนแปลงนั้น นอกจากจะวัดกันในด้านของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณภาพของสถานศึกษา และองค์ประกอบต่างๆแล้ว อีกด้านหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าด้านอื่นที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นั่นก็คือ บุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บิหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียน การสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษา ครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ผู้เรียน เป็นตัวแปรสำคัญในการวัดความสำเร็จของการศึกษาด้วยเช่นกัน ด้วยการศึกษาในยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงและหมุนไปตามกระแสโลกทุกขณะ ครูผู้สอนที่สำเร็จการศึกษา มาทำหน้าที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาในศาสตร์ สาขาต่างๆจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ จะต้องมีการปรับตัวเปลี่ยนกระบวนทัศน์และวิธีการสอนเพื่อที่จะได้ถ่ายทอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อวงการการศึกษา มิฉะนั้นแล้วการศึกษาของไทยก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ในสังคมโลกเพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนการจัดการองค์ความรู้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องจัดองค์กรการศึกษา ให้เป็นองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ต่อบุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับโดยเฉพาะในระดับของครูผู้สอน องค์กรเอื้อการเรียนรู้เป็นองค์การที่คนในองค์กรได้ขยายขอบเขตความสามารถของตนอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่มและระดับองค์กร เพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายที่บุคคลในระดับต่างๆ ต้องการอย่างแท้จริง เป็นองค์กรที่ความคิดใหม่ๆ และการแตกแขนงของความคิดได้รับการยอมรับ เอาใจใส่ และเป็นองค์การที่บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในเรื่องราว วิธีการที่จะเรียนรู้ไปด้วยกันทั้งองค์กร (Peter Senge, 1995) องค์กรการศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถจัดการกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด เพราะบุคลากรทางการศึกษาเป้นตัวแปรที่จะช่วยในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ การศึกษาของสังคมไทยนั้นความรู้น่าจะอยู่ที่ตัววบุคคถึง 70-80% เนื่องจากขาดการจัดการองค์ความรู้ที่ดี ไม่ค่อยได้มีการจดบันทึกลงในสื่อรูปแบบต่างๆที่สามารถค้นหาและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ถึงแม้ว่าตัวบุคคลหรือบุคลกรนั้นไม่ได้อยู่แล้วก็ตาม การถ่ายทอดความรู้ผ่านคนสำหรับวงการศึกษาของไทยนั้นมีเพียง 15-20% เท่านั้น การจัดการความรู้ มีเป้าหมายหลักคือ ให้บุคลการทางการศึกษาสามารถนำความรู้ไปพัฒนาการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ ดังนั้นบุคลการทางการศึกษาจึงมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดของความรู้ ทั้งที่เป็นเอกสารและประสบการณ์ อันจะนำไปสู่การจัดทำฐานความรู้ (Knowledge Based System) เพื่อแบ่งความรู้เป็นหมวดหมู่ (Knowledge Group) ตามความต้องการและลักษณะงานของผู้เรียน ตลอดจนวางเครือข่ายการเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access System) ให้สะดวกสำหรับผู้เรียนเพื่อใช้ในการเก็บเกี่ยว และประโยชน์จากความรู้โดยอาศัย ICT และชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practices : CoPs) ซึ่งเป็นการรวมตัวของคนที่ทำงานด้านเดียวกัน หรือสนใจเรื่องคล้าย ๆ กันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ประชาคมความรู้ : KC เป็นการนำความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวตน มาผ่านการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่านกระบวนการทางสังคม การเข้าถึงความรู้ทำได้โดยการติดต่อสื่อสารผ่านคน การสนทนา การปฏิสัมพันธ์และสื่อสารกับผู้รู้ ผ่านเวทีทั้งระบบโดยตรงและผ่านเครือข่าย Internet เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงความรู้