" เซนก็คือเซน ก็แล้วจะเอาอะไรจากเซนกันล่ะ(ฟะ)"

เมื่อกล่าวถึงเซนมากเข้า ก็มีคนย้อนถามมาว่า แล้วเซนคืออะไร มันเป็นอย่างไร ทำไมถึงต้องเป็นเซนด้วย ก็ในเมื่อมันก็คือศาสนาพุทธเหมือนๆกัน

วันก่อนก็มีเพื่อนถามมาว่า ทำไมต้องเป็นเซน ไม่เห็นจำเป็นอะไรเลย เป็นพุทธแล้วทำไมถึงต้องมีนิกายอีก แล้วเซนมันเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าได้แต่เพียงยิ้มๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีคำตอบ แต่เพราะงงกับแนวความคิดของเขามากกว่า ที่ว่า "ไม่รู้สิ ก็เป็นพุทธธรรมดานี่แหละ " แต่พอถามลึกลงไป ถึงหลักธรรมต่างๆกลับตอบไม่ได้เลย คือรู้จักแต่เพียงว่า พุทธก็คือพุทธ ไม่ใช่พฤพัสฯ ศุกร์ เสาร์ อะไรประมาณนั้น

เขาถามว่า "แล้วเซนคืออะไร มันเป็นยังไงล่ะ "

ตอบกลับไปว่า " เซนก็คือเซน ก็แล้วจะเอาอะไรจากเซนกันล่ะ(ฟะ) "

เขาว่า เขาเองก็สนใจเซนอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องเรียนรู้ยังไง

จึงตอบไปว่า ต้องรู้ตัวเองก่อนว่าจะเอาอะไรจากมัน เพื่ออะไร และจะเรียนรู้มันไปทำไม แล้วก็สนใจในศาสนธรรมมากแค่ไหน เพราะมันต้องอาศัยพื้นฐานทางธรรมและความสนใจในธรรมเสียก่อน หากไม่เข้าใจแล้ว ความไม่เข้าใจในคำสอนของเซนย่อมมีทางถูกบิดเบือนได้ ซึ่งนั่นย่อมไม่เป็นผลดีต่อใครเลย แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเอง และเพราะคนที่ได้สัมผัสกับเซนแล้วมักจะถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนข้าพเจ้าเองเป็นอาทิ ---

ยังไม่มั่นใจว่า เขาจะรับไม้หน้าสามของข้าพเจ้าได้หรือไม่ จึงจำใจต้องยื่นไม้นวมออกไป กลัวจะตกใจเสียก่อน แต่ก็ไม่แน่ว่าจะคงมาตรฐานนี้ตลอดไป เพราะยังไม่เข้าขั้นฌาณาจารย์เซนอย่างแท้จริงเสียด้วย

เพราะคำสอนที่ถูกถ่ายทอดกันมาแต่เดิม มิใช่ว่ามันจะใช้ได้ตลอดกาลเสมอไป เมื่อมันถูกถ่ายทอดมาอย่างซ้ำซาก จนกระทั่งมันตายซากไปแล้วแต่ก็ยังใช้อยู่ ความเบื่อหน่ายมันย่อมบังเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงมิได้ และคนสมัยนี้ยิ่งชอบเลี่ยงบาลีกันไปเรื่อยอยู่แล้ว มันก็ยิ่งใช้ไม่ได้เลยสำหรับคำสอนแบบเดิมๆ

สำหรับเซนที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดนอกคำภีร์ จึงย่อมมีความอิสระมากกว่า ด้วยการเข้าถึงธรรมจากจิตสู่จิต นั่นคือเนื้อหาสาระสำคัญของเซน ที่ไม่มีวันถูกบิดเบือนไป ซึ่งต่างจากตัวอักษรหรือคำพูดที่พูดต่อๆกันมา ย่อมมีการผิดเพี้ยนไปได้

เซนเป็นเพียงใบ้ไม้หนึ่งกำมือ ที่ข้าพเจ้าเลือกหยิบขึ้นมาถือเอาไว้เป็นแนวทางเท่านั้น ไม่มีอะไรอื่นเลย

สำหรับผู้ที่ยังใหม่ต่อเซน มันมิใช่อะไรอื่นที่จะต้องอาศัยการตีความเพื่อที่จะได้เข้าใจในอะไรบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขากำลังค้นหา มันเป็นเพียงปัดฝุ่นผงออกไป แล้วก็บรรลุเป็นพุทธะได้อย่างฉับพลัน

และสำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญ ข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะบอกนอกจาก ขอให้เลิกแกล้งโง่ไปหลอกถามคนอื่นๆด้วยคำถามยากๆ เพื่อที่จะได้ฉีกหน้าเขา และอยากขอแค่ให้ไปฆ่าตัวตนให้ตายเสียทีเถอะ หรือจะให้ข้าพเจ้าเอาไม้หน้าสามนาบหลังเพื่อเอามันออกสักสาม สี่ ทีก็เชิญ

------------------------------------------------------------------------------------------------------