เมื่อเร็วๆนี้ มีคุณครูท่านหนึ่งได้เข้ามานั่งคุยด้วย และถามเรื่องการบริหารเวลาของผมในชีวิตประจำวัน ด้วยมีข้อสงสัยว่า บริหารเวลาอย่างไร ทั้งทำงาน ทั้งเรียน และชีวิตที่เป็นส่วนตัว  โดยเฉพาะเรื่องเรียนผมหนักเป็น 2 เท่า สำหรับปีนี้   เพราะเรียนปริญญาโท ที่ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา ปี 2   เรียนปริญญาเอก ที่  มหาวิทยาลัยนเรศวร สาขาการบริหารการศึกษา ปี 1  ไหนจะต้องทำงานเต็มเวลาที่โรงเรียนอีก และสวมหมวกหลายๆ ใบ ในองค์กรอื่นๆ เช่น เลขาฯสมาคมผู้บริหารฯ  กลุ่มโรงเรียนฯ งานที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษฯ   อะไรคือสิ่งที่ทำให้ ผมดำรงชีวิตอยู่ได้ ยังตัวเป็นๆ  มันเป็นคำตอบที่ยากจะอธิบาย ผมบริหารเวลาอย่างไร จึงใช้มันคุ้มค่า จริงๆ  นี่คือคำถามที่ต้องการคำตอบ                            

                                  ข้อความต่อไปนี้ คือคำตอบ...  ผมบริหารเวลา โดยการจัดลำดับความสำคัญของงาน  แยกประเภทของงานให้ชัดเจน   มอบหมายงาน  ตัดเวลาเกี่ยวกับสังคมที่ไม่จำเป็น ใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด....   ผมปฏิบัติงานที่โรงเรียน คืองานโรงเรียนจริงๆ จะไม่นำงานส่วนตัวใดๆมาทำ   ส่วนงานสมาคมฯ และกลุ่มโรงเรียนฯ  งานที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษฯ ไม่ใช่งานประจำ เป็นงานที่วิ่งมาชน บางช่วงเวลาเท่านั้น หากลงมาพร้อมๆกันก็มีครูที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะทำงานประสานช่วยงานที่สามารถทำได้    ส่วนการปฏิบัติงานนอกโรงเรียน เช่น การติดต่อประสาน ผมจะใช้วิธีโทรศัพท์ แต่หากจำเป็นต้องประสานด้วยตนเองก็จะประสานเฉพาะเรื่องงานจริงๆ จะไม่นั่งอยู่นาน  การประชุม อบรมสัมมนา ก็จะใช้เต็มเวลา แต่หากมีงานอื่นที่สำคัญและต้องทำก็จะทำความเข้าใจเรื่องที่ประชุมสัมมนาเฉพาะประเด็นสำคัญๆ ก็จะใช้เวลาบางส่วน  หากมีหลายๆงานคราวเดียวกัน ก็จะมอบรองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่แทน สำหรับ งานรับเชิญในโอกาสต่างๆ หากได้รับเชิญโดยตรง และผู้เชิญมีความผูกพันกันทั้งเรื่องส่วนตัวหรือ เรื่องงาน ก็จะไปทุกงาน แต่อยู่ไม่นาน ถ้ากลางคืนก็ไม่เกิน 3 ทุ่ม  ถ้าหากเชิญในนามโรงเรียนก็จะมอบหมายจัดกลุ่มคณะครูเข้าร่วมงาน แต่งานไหนสำคัญต่อองค์กรผมก็จะไปร่วมงาน โดยปกติผมจะไม่ดื่ม และไม่ชอบคุยเรื่องไร้สาระ  หากชวนไปนั่งทานข้าว เพื่อสังสรรค์ ผมก็จะดูกลุ่มที่ชวนว่า มีการดื่มหรือเปล่า ถ้ามีก็จะปฏิเสธ อย่างสุภาพ เพราะถ้าไปใช้เวลาแน่นอน ก็จะกระทบเวลาอื่นๆ  การทานข้าวเป็นการส่วนตัวผมจะเรียบง่าย  อาหารจานเดียวจบ  ชอบทานข้าวที่บ้านมากกว่านอกบ้าน  เวลาปกติเมื่ออยู่บ้าน ส่วนใหญ่หมดไปกับการอ่านหนังสือ  ค้นคว้า Internet  ทำงานส่ง  ฟังข่าววิทยุ  ฟังเพลงไทยสากล ดูข่าว  ดูแลต้นไม้หน้าบ้าน  ระยะนี้ผมจะนอนดึก  ตื่นดึก  ก่อนนี้ยังมีเวลาออกกำลังกายตอนเย็น ไปวิ่งที่สวนชมน่าน ตอนนี้แทบจะไม่  สุขภาพจึงดูไม่เต็ม 100%   เสื้อผ้า ผมซักรีดเองสัปดาห์ละ 1 ครั้ง    บ้านก็ทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  เรื่องเรียน ผมจะเขียน พิมพ์งานเองทั้งหมด ทำรูปเล่มด้วยตนเอง ยกเว้นที่ต้องใช้ฝีมือก็จะจ้างร้านและผมจะไม่นำงานส่วนตัวไปทำที่ทำงาน  เวลาเรียนศุกร์เย็น เสาร์อาทิตย์เต็มวัน บางวิชาตรงกันทั้ง 2 แห่ง ก็วิ่งรอกไปมาหรือไม่ก็โทรศัพท์ถามสมาชิกที่เรียนด้วยกันก่อน เหนื่อยพอสมควร บางทีมีการศึกษานอกสถานที่ตรงกันก็จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยดูความสำคัญ    ผมไม่มีเพื่อนแบบกันเองที่เรียนตั้งแต่ประถม-มัธยม-อุดมฯ แต่มีพี่-เพื่อน-น้องสนิทในสายผู้อำนวยการโรงเรียน ทุกคนจึงเคารพเวลาส่วนตัวซึ่งกันและกัน  ดังนั้นท่านจะเห็นว่า ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผมจะเป็นแบบทางการมากกว่า ซึ่งอาจจะไม่ดีนักแต่ก็เป็นบุคลิกส่วนตัวที่ผมภูมิใจ ...ความข้างต้น เป็นข้อมูลชีวิตการใช้เวลาของผมที่ตอบคำถามของอาจารย์ท่านนั้นอย่างตรงไปตรงมา                          

                                    การบริหารเวลา (Time Management) ตามหลักการที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร   ผมอ่านหนังสือเรื่อง หลักและเทคนิคการบริหารและการวางแผน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผลิตเมื่อปี 2547  รวบรวมจากนักวิชาการหลายท่าน เช่น เฉลิม สุขะสมบัติ กล่าวว่า  การบริหารเวลา หมายถึง วิธีดำเนินการโดยใช้เวลาปฏิบัติงานให้ได้ผลตามเป้าหมายมากที่สุด การบริหารเวลามิใช่นำเวลามาบริหาร เพราะเวลาจับต้องไม่ได้ การบริหารเวลาจึงอยู่ที่จะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานให้มากที่สุด ให้รู้ถึงวิธีการทำงานโดยละเอียด รวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวกับงานด้วยเพื่อประโยชน์นำมาใช้ในการวางแผนปฏิบัติงานและการบริหารเวลา    เมธี  ปิลันธนานนท์  กล่าวว่า การบริหารเวลา หมายถึง กระบวนการทำงานโดยใช้เวลาน้อยที่สุดแต่ได้ผลมากที่สุด    Harold  Koontz  ให้ความหมายว่า  การดำเนินงานให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้โดยอาศัยปัจจัยทั้งหลาย ได้แก่ คน  เงิน  วัสดุอุปกรณ์ ในการบริหารงานนั้น  โดยสรุป การบริหารเวลา หมายถึง  การใช้เวลาให้คุ้มค่า  เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยใช้กระบวนการวางแผนรูปแบบต่างๆ จัดเวลาให้เหมาะสมและ กระจายงานให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม   หลักการบริหารเวลา จะประกอบไปด้วย  ทำทันเวลา   ทำถูกเวลา   ทำตามเวลา และ  ทำตรงเวลา                               

                                 ท่านทั้งหลายอาจมีเทคนิคในการบริหารเวลาที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับความเป็นตัวตนที่แท้ของชีวิต  งานที่ทำในปัจจุบัน  สภาพและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่  เวลา (Time) จึงเป็นทรัพยากรที่มีค่า ไม่สามารถหามาทดแทนได้และเป็นทรัพยากรที่ทุกๆคน มีเท่ากันโดยไม่ต้องซื้อ เวลาที่สูญเสียไปไม่สามารถหามาทดแทนได้ ดังคำกล่าวที่ว่า  เวลาและวารีมิใยดีจะคอยใครบุคคลที่ประสบความสำเร็จล้วนแต่เป็นวัฎจักรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด   ดังคำที่ว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง   ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า สมกับที่ได้เกิดมานะครับ ชีวิตมนุษย์เราสั้น  คุณความดีเท่านั้นที่จะอยู่ยั่งยืน   สวัสดีครับ.