วันนี้ผมดูแลห้องสอบวิชาภาษาอังกฤษ นักศึกษาที่เข้าสอบคือนักศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๖ คน แบ่งเป็นเพศชาย ๑ เพศหญิง ๑๕ และห้องนี้เองทำให้ผมต้องมานั่งบันทึกเก็บไว้
หลังจากจัดการให้นักศึกษานั่งสอบเป็นที่เรียบร้อย ผมเดินออกไปนอกห้องเพื่อไปรับลม เนื่องจากห้องสอบมีเครื่องปรับอากาศแต่อากาศที่ออกมาเป็นลมไม่เย็น โชคดีที่วันนี้ฝนโปรยลงมาจึงไม่ร้อนมาก ไม่เหมือนเมื่อวาน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก จึงเปิดหน้า
ต่างและประตู
สิ่งที่ผมแปลกใจคือ รองเท้าใครวางเรียงยาวกันริมกำแพงกั้นระเบียงตึก เพื่อให้แน่ใจจึงเข้ามาดูในห้องสอบ มองไปที่เท้าของนักศึกษาพบว่า ไม่มีใครใส่รองเท้าเข้ามาเลย ไม่มีแต่แต่ถุงเท้า จึงออกไปข้างนอกมองไปที่รองเท้าวางเรียงอยู่นั้นและนึกตลกในใจ "มันเป็นไปได้อย่างไร" และเดินมาบอกเพื่อนพร้อมกับหัวเราะประมาณว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี "สงสารเด็กเหล่านี้จริงๆ"
อาคารนี้เป็นอาคารเก่าพอสมควร พื้นเป็นหินขัด ประตูทำจากไม้กระดานอัด หน้าต่างเป็นหน้าต่างกระจก กรอบไม้ บางบานเห็นถึงความปล่อยปละละเลยของเล็กๆแบบนี้ไป เมื่อเช้าเพื่อนที่ดูแลห้องสอบด้วยกัน เปิดหน้าต่างบานหนึ่ง ผมนึกกลัวในใจว่า เดี๋ยวมันจะหลุด แต่มันไม่หลุด ก็ถือว่าดีไป ในห้องมีพัดลมติดเพดานอยู่ ๔ ตัว มีอยู่
ตัวหนึ่งที่ใช้การไม่ได้ พื้นเพดานมีรอยด่างเป็นวงกลมใหญ่บ้างเล็กบ้าง เหมือนกับน้ำลายบูดบนผ้าห่มที่ไม่ได้ซักเป็นแรมปี พื้นห้องหากเดินด้วยเท้าเปล่าก็น่าจะเป็นสีคล้ำด้วยฝุ่นละออง ซึ่งพิจารณาได้จากฝ่าเท้าของนักศึกษาในขณะนี้ (บันทึกขณะสังเกตนักศึกษาแต่ละคน)
เป็นไปได้อย่างไรกับการที่นักศึกษาถอดรองเท้าเข้าห้องสอบ นั้นแสดงว่า เธอและเขากำลังแต่งกายไม่เรียบร้อย น่าจะผิดกฎการเข้าห้องสอบอยู่นะ (HAHA) และยิ่งเป็นนักศึกษาเอกภาษาอังกฤษ....มีคำถามเกิดในใจผมหลายประโยค.."ให้อะไรกับเด็กเหล่านี้ไป"..."ใครทำให้เด็กเหล่านี้กลัว ประหม่า หวาดหวั่น ไม่มั่นใจ ไม่เป็นตัวของตัวเอง"......เด็กน้อยผู้น่าสงสาร
ให้นึกถึงคำของคุณวิกรม "เราต้องล้างระบบการศึกษาทั้งระบบ..." จากรายการตาสว่าง พิธีกรคือคุณสัญญา
และต้องล้างสมองผมด้วย เพราะผมก็เป็นประมาณเด็กเหล่านี้...เช่นกัน แต่บางทีก็รู้สึกดี เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง จนไม่ยอมรับรู้ รับฟังความคิดเห็นจากใครๆทั้งสิ้น..และผมก็เป็นอย่างเช่นคนตัวอย่างหลังนี้ด้วย...ผมเป็นอะไรที่ไม่รู้เป็นอะไร
แวะมาทักทายค่ะ...
อาจารย์เล่าเรื่องได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ แต่เอ๊..อาจารย์ลงโทษนักศึกษา หรือป่าวละคะ (HAHA)
สวัสดีค่ะ
นึกเห็นภาพตามไปด้วย ที่สถานที่ทำงานก็รณรงค์ไม่ให้ถอดรองเท้าค่ะ เพราะรองเท้ารักษาเท้า ไม่ให้สกปรก หรืออันตรายได้ ยิ่งน่าเกลียด ถ้าเจ้าหน้ที่ใส่ แวคนไข้ถอด แบ่งชนชั้นค่ะ
ให้นึกถึงคำของคุณวิกรม "เราต้องล้างระบบการศึกษาทั้งระบบ..." จากรายการตาสว่าง พิธีกรคือคุณสัญญา
และต้องล้างสมองผมด้วย เพราะผมก็เป็นประมาณเด็กเหล่านี้...เช่นกัน แต่บางทีก็รู้สึกดี เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง จนไม่ยอมรับรู้ รับฟังความคิดเห็นจากใครๆทั้งสิ้น..และผมก็เป็นอย่างเช่นคนตัวอย่างหลังนี้ด้วย...ผมเป็นอะไรที่ไม่รู้เป็นอะไร
........................................
เราต้องล้างระบบ .. เห็นด้วยจริงๆ ได้ข่าวว่าครูเออลี่ ปีนี้ ๙ หมื่นกว่าคน เกิดอะไรขึ้น
ท่านอาจารย์ครับ ตั้งสติให้ดี หายใจเข้าลึกๆ หลับตาไว้ แล้วตั้งคำถาม ฉันเป็นอะไร ......
ประสพการณ์อันเลวร้ายเมื่อครั้งเป็นนักเรียน เมื่อคุณครูให้เรากอดอกนั่งตัวตรงนั่งฟังครูสอน( พูด) โดยมีไม้เรียวที่ตัดมาจากแขนงไผ่กวัดแกว่งไป มา บางทีก็ฟาดโครมลงบนโต๊ะ เสียงไม้เรียวแหวกอากาศ ดังแฟ้ว- โครม มันทำให้หัวใจเต้นโครมคราม หัวสมองสับสนไปหมด มันมีแต่ความกลัว ๆๆๆ และกลัว ครูถามอะไรก็ไม่กล้าตอบ กลัวผิด กลัวถูกตี โอ้ย ไม่อยากเรียนเลย นั่นนะสิแล้วจะให้เด็ก หรือผู้ใหญ่อย่างนี้ไม่กลัวได้อย่างไร เพราะเราถูกทำให้กลัว เพื่อให้ปกครองง่าย แต่มันกำลังทำร้ายอนาคต จริงๆนะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ครูอ้อยก็มีความรู้สึก..บ่นบ่น แบบนี้ค่ะ หากทุกคนปฏิบัติเหมือนๆกันก็ดีค่ะ..แต่มันไม่ใช่ค่ะ
สวัสดีครับ "พี่เพ็ญศรี" (เอิ๊ก..ดูจากภาพ)
สวัสดีครับ "ตันติราพันธ์" (ขอโทษครับ รูปไกลจนมองไม่เห็นใบหน้า...:-)..)
สวัสดีครับ "ลุงวอ"
สวัสดีครับ "แสงเทียน"
สวัสดีครับ "คุณครูอ้อย"
มาเป็นกำลังใจให้ครับ
ท้อได้แต่อย่าถอย ครับผม