พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมาก(ไม่ดี) ปากเปื้อนสี(เลือด)

เมื่อคืนไปทานอาหารร่วมกันแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ (รศ.)และผู้ช่วยศาสตราจารย์(ผศ.)  พร้อมทั้งมีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนานคลื้นเครง จึงเกิดความอยากเขียนเรื่องปาก  

ปาก เป็นอวัยวะที่สำคัญไม่น้อยในชีวิตของคนเรา มีหน้าที่หลายประการ เช่นเป็นช่องทางเข้าของอาหารสู่ร่างกายให้เกิดพลังงาน(มีไว้กิน)  เป็นช่องทางเข้าออกของลมให้เกิดเสียงที่สื่อสารกัน  (มีไว้พูด)

ประเด็นหลังเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพราะให้คุณอย่างเอนกอนันต์ ในขณะเดียวกันถ้าใช้ไม่ถูกก็ให้โทษอย่างมหันต์ได้เช่นกัน มนุษย์จึงต้องมีสติให้มากในการพูด อย่าสักแต่ว่ามีปากแล้วก็พูดๆ โบราณกล่าวไว้ว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมาก(ไม่ดี) ปากเปื้อนสี(เลือด)

ทำบุญทางปาก พูดให้คนคลายโศรกเศร้า เบาใจ สบายใจ ไร้ทุกข์ บรรลุธรรมก็ได้

ทำบาปทางปาก พูดให้คนทะเลาะวิวาทกัน ทำสงครามกัน ฆ่ากัน แตกแยกแตกร้าวกัน หรือเจ็บช้ำน้ำใจจนไปฆ่าตัวตาย เป็นต้น

หากใช้ปากในทางไม่ดีก็เป็นอาวุธร้ายแรงที่มีพิสัยในการทำลายล้างสูง ได้ทั้งระยะใกล้และไกล ยิ่งมีอุปกรณ์ช่วยอย่างในปัจจุบันก็ยิ่งเพิ่มศักยภาพมากขึ้น อยู่กันคนละฟากฟ้ายังส่งวาจาไปถล่มกันได้

การพูดเท็จคือการกล่าวให้คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง โดยมีความจงใจหรือเจตนาในการกล่าวเท็จ และไม่ต้องอ้างการกล่าวเท็จนั้นเป็นด้วยความสุจริตหรือโกหกสีขาวอะไรเทือกนั้น เจตนารู้กันยากแต่ผู้พูดย่อมรู้อยู่แก่ใจตนเอง 

นอกจากการกล่าวเท็จด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรแล้ว การรับรอง การสนับสนุนผู้กล่าวเท็จก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรด้วย เพราะการกระทำเช่นนั้นไม่แตกต่างจากการกระทำด้วยตนเองโดยตรง

คนที่พูดเท็จท่านกล่าวว่า "จะไม่ทำความชั่วอื่นไม่นั้นไม่มี"  เพราะว่าการกล่าวเท็จที่เกิดนั้นเพื่อการปกปิดความชั่วอื่นที่ตนกระทำไว้แล้ว กำลังทำหรือจะกระทำ

การพูดใส่ร้ายป้ายสี โยนความผิดให้คนอื่นก็จัดเป็นการพูดเท็จเช่นกัน

สังคมหันมาทำบุญทางปากกันมากๆ ก็น่าจะดีนะ เพราะตอนนี้เงินในกระเป๋าร่อยหรอแล้วครับ