พ่อ คือวีรบุรุษหรือเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยในบ้าน คำตอบนี้ซ่อนอยู่ในสายตาของแม่
อิทธิพลของแม่ทรงพลังอย่างยิ่ง ชึ่งจะเห็นได้จากหนังสือ "Fathers and Sons" ของลูอิส ยาบลอนสกี เขาเล่าถึงการนั่งรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน แม่บรรยายสรรพคุณ ของพ่อไว้ดังนี้ "ดูพ่อของแกสิ ไหล่ลู่คอตกทำอะไรไม่เคยสำเร็จ ไม่มีความกล้าพอจะหางานใหม่ที่ดีกว่าเดิม ได้เงินเดือนเยอะมากกว่าเดิม ชีวิตนี้พ่อแกคงเอาดีไม่ได้"
พ่อของยาบลอนสกีไม่ปริปากโต้แย้ง สายตาตกจ้องมองจานข้าวเบื้องหน้า ผลลัพธ์ก็คือ ลูกชายทั้งสามของพ่อเติบใหญ่ขึ้นนด้วยความเชื่อว่าพ่อของตนเป็นคนขี้แพ้ เหลวเป็นก้อนดิน ไม่มีใครสักคนตระหนักว่าพ่อทำงานหนักเลี้ยงดูครอบครัวจนลูกชายทั้งสามเติบใหญ่
ยาบลอนสกีกล่าวสรุปไว้ว่า"จากการวิจัยของผม แสดงผลชัดว่าแม่เป็นแผ่นกรองขั้นพื้นฐานที่สุด และจะแผ่อิทธิพลมายังความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก" ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง คิดดูว่ามันจะเป็นผลดีสักแค่ไหนถ้าแม่จะเป็นผู้ที่ยกย่องพ่อ ชี้ให้เป็นจุดเด่น และวางพ่อใว้ในต่ำแหน่งของคนที่มีความกล้าและมีหลักการ
แม่จำเป็นต้องหาภาพพจน์ของชายแกร่งเพื่อเป็นแนวทาง สั่งสอนลูกๆ ให้เป็นชายสมชาย
แม่จะทำหน้าที่ได้ง่ายขึ้นถ้าประกาศเกียรติคุณยกย่องพ่อในฐานะผู้นำของครอบครัว
บทความดีๆ จาก Dr.James Dobson แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์
สวัสดีรับ