ในประเทศไทยมีกลุ่มชนที่พูดภาษาแตกต่างกันถึง 70 กลุ่ม

แผนที่ภาษาชาติพันธุ์ในประเทศไทย : ภาพรวมของภาษาที่หลากหลาย

๐จากสาระคำบรรยายของ ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์  สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  (มหาวิทยาลัยมหิดล) 28 ก.ย.50 ,เชียงใหม่  

 

 

       ผมนั่งฟังคำบรรยายของ ศ.ดร.สุวิไล  เปรมศรีรัตน์  ด้วยอาการตื่นเต้น   ที่ตื่นเต้นก็เพราะ  แผนที่ภาษาชาติพันธุ์ที่ท่านทำไว้ระบุข้อมูลว่า 

       ในประเทศไทยมีกลุ่มชนที่พูดภาษาแตกต่างกันถึง  70 กลุ่ม

 

     มีผู้พูดภาษาไทยกลางมากที่สุดถึง ร้อยละ 37 

     รองลงมาคือ ภาษาลาวอีสาน ร้อยละ 28 

     ภาษาคำเมือง(ภาษาเหนือ) ร้อยละ 10 

     ภาษาปักษ์ใต้ ร้อยละ  9 

     ภาษาเขมรถิ่นไทย  ร้อยละ 3 

     ภาษามลายูถิ่น  ร้อยละ 2 

    ภาษาไทยโคราช ,ผู้ไทย , กูย(ส่วย) , ญ้อ , ไทยเลย , ลาวหล่ม , กะเหรี่ยง , ภาษาร้อยละ 1 

    และภาษาอื่นๆ ภาษาละไม่ถึงร้อยละ 1

     ฟังต่อไปก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่พบความหลากหลายของภาษาในประเทศไทย เพราะ  

       ประเทศไทยตั้งอยู่ในใจกลางแผ่นดินใหญ่ของเอเชียอาคเนย์ซึ่งเป็นดินแดนที่มี ประชากรต่างชาติพันธุ์และภาษาปะปนกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  

        ศ.ดร.สุวิไล  ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์เชิงเชื้อสายหรือตระกูลภาษาในประเทศไทยว่า แบ่งเป็น 5 ตระกูลใหญ่ ดังนี้ 

 

ภาษาตระกูลไท Tai  language  family             24  กลุ่มภาษา

 1.กะเลิง            kaloeng           2. คำเมือง/ยวน    khammuang/yuan  

 3.โซ่ง/ไทดำ     Tai Dam           4. ญ้อ                Nyaw  

5.ไทขึน           Tai Khun           6. ไทยกลาง       Gentral Thai  

7.ไทยโคราช     Thai Korat        8. ไทยตากใบ      Thai Takbai  

9. ไทยเลย        Thai Loei         10. ไทลื้อ            Thai Lu 

11. ไทหย่า         Thai Ya            12. ไทใหญ่         Thai Yai,Shan 

13. ปักษ์ใต้         Southern Thai   14. ผู้ไท             Phu Thai 

 15. พวน          Phuan                16. ยอง              Yong 

17. โย้ย          yoy                      18. ลาวครั่ง         Lao khrang 

19. ลาวแง้ว     Lao Ngaew            20. ลาวตี้            Lao Ti 

21. ลาวเวียง    Lao Wiang             22. ลาวหล่ม        Lao Lom 

23. ลาวอีสาน  Lao Isan                24. แสก              Saek  

            

ภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก  Austroasiatic  language  family    22  กลุ่มภาษา

1.กะซอง            Kasong               2. กูย-กวย(ส่วย)    Kuy,kuay  

3. ขมุ                Khmu                 4. เขมรถิ่นไทย      Thailand  khmea  

5. ชอง               chong                6. ซะโอจ(ชุอุง)      Sa-oc(Chung)  

7. ซาไก(เกนชิว)  saki (kensiw)      8. ซัมเร                Samre  

9. โซ่                So                    10. โซ่(ทะวึง)         So (thavueng) 

11. ญัฮกุร(ชาวบน) Nyah Kur        12. เญอ                Nyoe 

13. บรู/ข่า            Bru                 14. ปลัง (สามเต้า,ลัวะ)  Plang(Samtao,Lua) 

15.ปะหล่อง(ดาละอัง) Palaung(Dala3ang) 16.มอญ         Mon 

17. มัล-ปรัย(ลัวะ/ถิ่น) Mal-Pray(Lua/ถิ่น)   18. มลาบี(ตองเหลือง) Mlabri(Togluang)

 19. ละเม็ด(ลัวะ)     Lamet(Lua)         20. ละเวือะ(ละว้า/ลัวะ) Lavua/Lawa/Lua) 

21. ว้า (ลัวะ)         Wa (Lua)            22. เวียดนาม(ญวน/แกว)  Vietnamese     

              

ภาษาตระกูลจีน-ทิเบต    Sino-Tibetan language family         21  กลุ่มภาษา                      

  กลุ่มภาษาจีน 

 1.กวางตุ้ง             Cantonese              2. แคะ(ฮักกะ)      Hakka 

3.แต้จิ๋ว                Teochiu                  4. แมนดาริน/จีนกลาง   Mandarin 

 5.ไหหลำ              Hinanese               6. ฮกเกี้ยน           Hokkian 

7. ฮ่อ                  Yunnanese (Western  Mandarin)  

กลุ่มภาษาทิเบต-พม่า  

1.กะยา               Kaya                         2.กะยอ               Kayq 

3.จิงโพ/คะฉิ่น      Jingpaw/Kachin          4.บเว                 Bwe 

5. บิซู                Bisu                           6.ปะกายอ           Sgaw Karen 

7. ปะด่อง           Padaung                     8. โปว               Pwo Karen 

9. พม่า              Burmese                    10. ละหู่/มูเซอร์    Lahu 

11. ละว้า(ก๋อง)     Lawa(Gong)               12. ลิซู               Lisu 

13. อะข่า            Akha                          14. อึมปี             Mpi   

                   

ภาษาตระกูลออสโตรเนเชียน  หรือ มลายาโยโพลีเนเชียน  Austronesian or Malayo-Polynesian  language family                                                3  กลุ่มภาษา 

 1. มลายู/นายู              Melayu / Nayu/Yawi 

2. มอเก็น/มอเกล็น         Moken/ Moklen 

3. อูรักละโวย                Urak Lawoy

 

ภาษาตระกูลม้ง-เมี่ยน (แม้ว-เย้า)        Hmong-Mien  or  Miao-Yao  language family                                                                                        2 กลุ่มภาษา 

 1.ม้ง/แม้ว (ม้งดำ,ม้งขาว)   Hmong / Miao 

2. เมี่ยน / เย้า                 Mien/ Yao 

                

  สำหรับในเขตภาคเหนือนั้น   มีความซับซ้อนในกลุ่มภาษาต่างๆ มาก  เนื่องจากมีเขตติดต่อกับลาว พม่า จีน ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายอพยพมาสู่ดินแดนแถบนี้  ปัจจุบันพบว่ามีคนพูดภาษาต่างๆ กว่า 34 ภาษา ใน 4 ตระกูลใหญ่  คือ ตระกูลไท 12 กลุ่มภาษา  ตระกูลจีน-ทิเบต 11 กลุ่มภาษา  ตระกูลม้ง-เมี่ยน 2 กลุ่มภาษาและตระกูลออสโตรเอเชียติก 9 กลุ่มภาษา 

         ในกลุ่มภาษา 4 ตระกูลนั้น

        มีผู้พูดในกลุ่มภาษาตระกูลไทถึงร้อยละ 92

        รองลงมาร้อยละ 5 คือตระกูลจีน-ทิเบต

        และตระกูลม้ง-เมี่ยนและออสโตรเอเชียติกตามลำดับ 

        ภาษาที่มีผู้พูดมากที่สุดก็คือ  ภาษาคำเมือง  เกือบร้อยละ 50   เนื่องจากเป็นภาษากลางของเขตล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนและมีผู้พูดภาษาไทยกลางเกือบร้อยละ 27 เนื่องจากเป็นภาษากลางของเขตภาคเหนือตอนล่าง

        การศึกษาภาษาเพื่อทำแผนที่ทำให้เรามองเห็นปัญหาหลายประการ เช่น การใช้ภาษาไทยกลางหรือไทยมาตรฐานที่เพิ่มมากขึ้นในขณะที่ภาษาไทยถิ่น ภาษาพื้นบ้านลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ ด้วยอิทธิพลด้านการศึกษาและสื่อมวลชน  อีกประการหนึ่งคือการตาย การย้ายภาษา การเปลี่ยนแปลงภาษาทำให้ภาษาประมาณ 14 ภาษา ใกล้สูญ  เช่น  ญัฮกุร  โซ่(ทะวึง)  ชอง  กะชอง ซัมเร ฯ เป็นต้น 

         ในท้ายสุดท่านจบด้วยคำประกาศ ขององค์การยูเนสโกว่า

 กลุ่มชนหนึ่งๆ มีสิทธิที่จะเรียนรู้หนังสือโดยผ่านภาษาแม่ของตน และ มีสิทธิที่จะพัฒนาภาษาของตนให้ดำรงอยู่ได้

          น่าคิดมากครับ  ผมก็ขอเรียนฝากนักวิจัย นักวัฒนธรรมทุกท่านไว้ครับว่า  ข้อมูลแผนที่ภาษาที่เห็นนี้มีความสมบูรณ์มองเห็นการกระจายภาษาต่างๆ 70 กลุ่มภาษาไปทั่วประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตามรอยวัฒนธรรม และการเข้าถึงในข้อมูลเรื่องอื่นๆ ต่อไปอีกมากครับ  หากใครสนใจในรายละเอียดเรื่องนี้  ก็หาหนังสือรายงานผลการวิจัยของศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ (โรงพิมพ์คุรุสภา/กทม.2544)  เรื่อง นี้  ได้ครับ