วันที่ 1 ตุลาคม 2550 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เกือบจะต้องแลกด้วยชีวิตแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมาเนื่องจากวันนั้นมีภารกิจต้องไปเข้าร่วมการประชุมเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนอ.กาญจนดิษฐ์จ.สุราษฎ์ธานีการประชุมจัดขึ้นที่ร.ร.กาญดิษฐ์จ.สุราษฎ์ธานี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เสร็จจากการประชุม 16.00 น. ก็เดินทางกลับโดยรถยนต์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั่งรถเรื่อยมาจนถึงตลาดแม่กิ้มส้องอ.สิชลมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งจากข้างทางซ้ายมือผ่านหน้ารถไป(จะข้ามไปยังตลาดดังกล่าวซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนตามเส้นทางลัดที่ทำขึ้นเอง) โดยไม่ได้หันมามองดูรถเลยแม้แต่นิดเดียว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รถที่ดิชั้นนั่งมาวิ่งอยู่เลนขวาของช่องจราจรมุ่งหน้าสู่อ.ท่าศาลาด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. เห็นจะได้คนขับรถตัดสินใจหักหลบมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวจนทำให้รถเสียการทรงตัวส่ายหมุนไปมาอย่างหน้าหวาดเสียว( ด้วยความเร็วของรถที่วิ่งมากับการที่ถนนเปียกลื่นเพราะฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นานคนขับรถไม่สามารถควบคุมรถได้) ที่สุดรถก็พุ่งลงข้างทางไปหยุดตรงหน้าต้นมะพร้าวระหว่างเสาไฟฟ้าข้างทางโดยรถได้รับความเสียหายอย่างเล็กน้อย ส่วนคนที่นั่งมาในรถ(มีดิชั้นและคนขับ) ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเลย…….(โชคดีที่ตัดสินใจนั่งด้านหน้าและคาดเข็มขัดนิรภัย รู้สึกได้เลยว่าด้วยความแรงรถถ้าไม่มีเข็มขัดช่วยดึงไว้ก็คงจะพุ่งไปด้านหน้าชนกระจกรถอย่างแน่นอนอาจไม่ถึงตายแต่ก็คงเจ็บหนักพอสมควร)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> จากตอนนั้นจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้อยู่ถึงเหตุการณ์วันนั้นอยู่(อธิบายอย่างไรก็คงไม่เท่ากับการได้เจอกับตนเอง….ณวินาทีนั้น..ที่คิดถึงคือความตายรออยู่เบื้องหน้า….) ภาพมันยังวนซ้ำไปมาอยู่เป็นระยะๆอดคิดเสียไม่ได้ว่าการมาทำงานที่จะต้องเดินทางบ่อยๆแบบนี้มีความเสี่ยงสูง ไปนู่นมานี่อยู่ตลอดหากไม่มีอะไรที่จะรับประกันความปลอดภัยเลยมันก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปเพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดไม่อาจจะคาดการณ์ล่วงหน้าเหตุการณ์ครั้งนี้คงจะช่วยเตือนตัวเองได้ไปอีกนานหากจะทำอะไรต้องมีสติอยู่ด้วยความไม่ประมาทที่สำคัญต้องหาอะไรไว้เป็นหลักประกันในกรณีที่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย เล่ามาเสียยืดยาว ยังไม่ได้พูดถึงสาระที่ได้จากการประชุมวันนั้นเลย เอาเป็นว่าเล่าต่อ บันทึกถัดไปเห็นจะดีกว่านะคะ
นาทีชิวิต.... เกือบต้องตายข้างถนน
โชคดีที่ตัดสินใจนั่งด้านหน้าและคาดเข็มขัดนิรภัย รู้สึกได้เลยว่าด้วยความแรงรถถ้าไม่มีเข็มขัดช่วยดึงไว้ก็คงจะพุ่งไปด้านหน้าชนกระจกรถอย่างแน่นอน อาจไม่ถึงตาย แต่ก็คงเจ็บหนักพอสมควร
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ศน.ภาณุ · 1 ต.ค. 2550
MONGKHON KUMLUE · 1 ต.ค. 2550
JJ · 1 ต.ค. 2550
นวัตกรรม บ้านหนองกระทุ่ม · 1 ต.ค. 2550
dechavoot · 1 ต.ค. 2550
Jaingpai · 1 ต.ค. 2550
ขอบคุณ ครูนงเมืองคอน พี่
ณัทธร รักษ์สังข์ และคุณ
MOO
ที่แวะมา ปลอบใจ ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว ขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ค่ะ ขอให้คุณพระคุ้มครองทุกๆท่านด้วย เช่นกันนะคะ
ลุ้นอยากรู้อย่างมาก เพราะท่านครูนงไปแจ้งไว้ที่บันทึก แต่พอเปิดลิ้ง เครือข่ายล่มไปเสียนี่ เลยรีบกลับมาใช้อินเตอร์เนตที่บ้าน น่ากลัวจริง ๆ แต่ยังไงก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วนะน้องเล็ก รู้เลยว่ารู้สึกยังไง ตอนทำงานใหม่ ๆ เดินทางไปประชุมเหมือนกัน แถว ๆ ต้นเหรียง ช่วงนั้นอยู่ขนอม หัวหน้าขับรถหักหลบแกลลอนน้ำม้นที่รถคันหน้าทำหล่นลงมา ไม่รุนแรงขนาดตกคู แต่ก็ใจหายอยู่หลายวันเพราะรถวิ่งเร็ว แกว่งไปมา
เรื่องร้ายผ่านไปแล้วนะครับ ต่อจะไม่มีมาอีก
คุณพระคุ้มครองแล้วน้อง…ยังไงก็เหมือนที่น้องเล็กบอกนะตั้งสติ ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทละกัน
ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
สวัสดีครับ...น้องเล็ก
ไม่เป็นไรนะพี่เล็ก
นึกซะว่าผ่านเคราะห์ไปแล้ว
(น่าใจหายจริงๆ)
โชคดีจังเลยอ่า...ขนาดขับรถตัดหน้าน้องหมาแกยังรอดมาได้ คนอย่างแกนี่ดวงแข็งจิงๆ คิดถึงนะ ปีใหม่เจอกัน...ที่บ้านเค้านะ อิอิ
ถึงยังไงก็อย่าประมาทนะ
ขอให้ทำงานอย่างราบรื่นนะคับ
ไม่ได้นั่งหน้าจอเสียนาน เพิ่งรู้เรื่องนะคะเนี่ย วันก่อนเห็นน้องเล็กแว็บ ๆ ที่สวนอัมพร พอตอนเย็นทราบว่าไม่สบายต้องกลับก่อน อย่างไรก็ดูแลสุขภาพมาก ๆนะคะ