เช้าตรู่ 20 มกราคม 2548

ออกเดินทางจากกรุงเทพเพื่อไปประชุมที่เชียงใหม่ ระหว่างการเดินทางนั่งแท๊กซี่ ก็ได้คุยกับคนขับเสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อของคุณลุงไว้ คุณลุงเป็นคนหนองคาย แถมยังมีความรู้เรื่องราวต่างๆ อย่างน่าทึ่ง เราถามเรื่องบั้งไฟพญานาค คนในพื้นที่คิดหรือเชื่ออย่างไร ก็เลยคุยไปถึงเรื่องการถวายกฐินและการสวดเกี่ยวกับมหาชาดก ที่พระนักเทศน์ที่มีฝีมือต้องเทศน์กัณฑ์มัทรี หรือชูชก ก่อนลงรถก็เลยถามคุณลุงไปว่า หนองคายไม่น่าอยู่เหรอ ทำไมมาขับรถแท๊กซี่ เพราะเท่าที่ฟังเรื่องเล่าและวิถีชีวิต ก็เป็นเมืองที่อยู่ คุณลุงไม่น่ามาขับรถอยู่ไกลครอบครัวอย่างนี้

คุณลุงบอกว่า อาชีพหลักเมื่อก่อนคือปลูกกล้ายางขาย เราก็ได้ความรู้เพิ่มเติมว่ารัฐบาลมีนโยบายไปส่งเสริมการปลูกยางพาราที่หนองคายได้หลายสิบปีแล้ว เนื่องจากอากาศที่หนองคายคล้ายกับภาคใต้ มีสถานีวิจัยและพัฒนาปรับปรุงพันธ์ด้วย แต่พอเรื่องของกล้ายางกลายเป็นเรื่องของการต้องมีการประมูลโดยคนๆ เดียว ทำให้ชาวบ้านที่เพาะกล้า และขายอย่างพออยู่พอกินก็ได้รับผลกระทบไปด้วย..............

 07.30 น. เครื่องลงที่เชียงใหม่

ตอนเช้ามีพิจารณาโครงการเกี่ยวกับการลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ต่อด้วยการพิจารณาสนับสนุนทุนวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก ภายใต้แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

จบวันนี้ด้วยการกลับบ้านที่อำเภอสันทราย กลับมาช่วงนี้ก็ยังได้สัมผัสอากาศหนาวที่ยังคงพัดผ่าน มาเจอตาที่ป่วยด้วยอาการไตไม่ยอมทำงาน มีอาการต่างๆ แทรกซ้อน ลูกๆ ทุกคนต่างพากันมาดูแล ระหว่างที่เฝ้าตา ก็ได้คุยกับพี่ป้าน้าอา ที่ทำสวนชะอม มือที่กร้านด้วยการทำงานหนัก บวกกับโรคเชื้อราเนื่องจากการสัมผัสทั้งปุ๋ยทั้งยาฆ่าแมลงที่รดลงไปในแปลงชะอม ลองถามดูว่าเราไม่ใช้ของพวกนี้ไม่ได้เหรอเหมือนเมื่อก่อน ที่เราไม่ได้ใช้ และอีกอย่างมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ คำตอบที่ได้กลับมาคือ ชีวิตมันเกิดมาแค่นี้ อยู่นานไปก็ไม่สบายไปกว่านี้ ถ้าไม่ใช้ ผักก็ไม่งอก เพลี้ยแมงก็กินใบ .........

ความรู้สึกที่ได้ก็คือ เมื่อก่อนถ้าเราได้เจอเรื่องแบบนี้เราก็คงไม่ได้คิดอะไร เมื่อผ่านการเรียนรู้ที่มากขึ้น....ทำให้เราเชื่อมโยงได้ว่าทุกอย่างตั้งแต่เช้าของวันนี้ล้วนสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนโยบายสาธารณะ ........

ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ยังคงมีการเรียนรู้อีกมากมายที่รอเราอยู่ ...................