ที่ผมต้องเอ่ยชื่อเรื่อง เภสัชกรกับเท้าเบาหวาน เนื่องจากเป็นมุมมองของผมเอง ในฐานะเภสัชกร ที่ลองลงไปในชุมชนร่วมกับทีมเบาหวานคนอื่นๆ ในการประเมินเท้าผู้ป่วย ตอนแรกผมก็ทำหน้าที่หลักเป็นผู้ประสานงาน ทำแผนจัดกิจกรรมต่างๆ ในฐานะเลขาของทีมเป็นหลัก แต่เมื่อทำงานเกี่ยวกับเท้า(เบาหวาน)มากขึ้น ก็เริ่มชินไปโดยไม่รู้ตัว เริ่มสามารถจับเท้า ประเมินแผล ดูเล็บ คลำชีพจรไปกับทีมโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่เคยคิดว่าเภสัชกรน่าจะวุ่นวายกับเรื่องยาก็น่าจะพอ แต่เมื่อว่าไปแล้ว ถ้าเอาตำแหน่งออกไป เรามันก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นนี่นา ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้ และฝึกฝนต่างหาก แถมตอนลงชุมชนยังได้คุยเรื่องที่เราถนัดอยู่แล้ว(เรื่องยา) กับคนอื่นๆได้ตลอดเวลา ทั้งตัวผู้ป่วยเองที่นำยามาถาม ตัวเจ้าหน้าคนอื่นมาแลกเปลี่ยนเรื่องยา ได้ประโยชน์หลายๆด้านโดยไม่รู้ตัว
สรุปว่า ผมลืมมองนอกกรอบครับ โดยเฉพาะกรอบของการเรียนรู้ ที่ไม่น่าจะมี
ภก.เอนก ทนงหาญ ผู้เล่าเรื่อง

ขอชื่นชม ภก.เอนก และทีมธาตุพนม เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ของการทำงานเป็น “ทีม” ที่ยึดเอาผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
เห็นด้วยกับคุณเอนกค่ะว่างานบางอย่างแม้จะไม่เคยทำ แต่ก็ไม่ยากที่จะเริ่มเรียนรู้งานของกันและกันในทีมเพื่อช่วยกันทำให้การดูแลผู้ป่วยเกิดประโยชน์สูงสุด
ต้องบอกว่าดีใจด้วยอีกขั้นกับการนำความรู้จากตำราออกมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและชุมชนของเราขอเป็นกำลังใจให้เดินหน้าต่อไปคะ
คนเป็นเบาหวานค่าน้ำตาลในเลือดไม่เกิน 170 จะต้องทานยาเป็นประจำหรือไม่
ขอบคุณทีม เทพธารินทร์ครับ สำหรับกำลังใจแบบเพื่อนช่วยเพื่อน จริงๆ
สวัสดีค่ะ อ.เอนก