การจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัย


          เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.48   ผมไปร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัยของจุฬาฯ    มีการนำเสนอเกณฑ์ภาระงานขั้นต่ำของอาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   โดยกำหนดภาระงานเป็น 5 ประเภท   คืองานสอน   งานวิจัย   งานพัฒนานิสิต   งานบริหาร   และงานบริการวิชาการ   มีการกำหนดภาระงานขั้นต่ำสำหรับแต่ละประเภท


          กรรมการสภาฯ บางท่านมีความเห็นว่า   การประเมินภาระงานของอาจารย์น่าจะเน้นเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ   และจะมีปัญหา enforcement    กรรมการที่นั่งติดกับผมบอกว่าเป็นวิธีคิดแบบแยกส่วน   กรรมการท่านหนึ่งชี้ให้เห็นการปฏิบัติภารกิจในสภาพจริงและมุมมองของนิสิต   จะพบว่าการปฏิบัติภารกิจของอาจารย์จะไม่แยกส่วนเป็นด้าน ๆ เสมอไป   และในอาจารย์บางท่านการปฏิบัติงานสอนเป็นงานพัฒนานิสิน   และหรืองานวิจัยไปในตัว


          ผมให้ความเห็นว่า   การมีเกณฑ์ไม่เพียงพอ   ต้องมีการจัดการ (management)   เน้นการจัดการเชิงบวก   เสาะหาอาจารย์ที่ปฏิบัติภารกิจแต่ละด้านได้ผลดี   มีวิธีการที่แยบยล   ที่ทำได้สะดวกงานไม่หนัก   สนุก   และเกิดผลหลายด้าน   เชิญท่านเหล่านี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติ   และ capture ความรู้ในการปฏิบัติงานได้ผลดีเป็น Knowledge Assets ในการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์   นำมาสังเคราะห์เป็น Core Competence ในการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์


          นอกจากนั้น   มีการจัดการเพื่อ
·       เผยแพร่ Knowledge Assets,  Core Competence  และรายชื่ออาจารย์ที่มี best practice เหล่านี้
·       ยกย่องและให้รางวัลอาจารย์ที่มี best practices และแลกเปลี่ยนความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ได้ดี


        ผมลืมเสนอแนะไปว่า   ควรเปิดชุมชน “สนุกกับการเป็นอาจารย์จุฬาฯ” ในบล็อก Gotoknow.org  และส่งเสริมให้อาจารย์ผู้มี best practices เขียนบล็อกแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน


          จะเห็นว่าสามารถประยุกต์ใช้หลักการและวิธีการ KM ในการบริหารงานด้านต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย 

  
          การประยุกต์ใช้ KM เป็นเรื่องที่ต้องการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์


                                                                                                วิจารณ์  พานิช
                                                                                                   30 มิ.ย.48