การพัฒนาสถานศึกษา

วิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการเสริมสร้างสถานศึกษาที่เข็มแข็ง                  ตลอดระยะเวลาในการเป็นผู้บริหารในโรงเรียนมา 30 ปี  กระผมเฝ้าถามตัวเองเสมอว่าเราได้สร้างโรงเรียนประสบความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศตามที่มุ่งหวังได้หรือยัง  แม้ว่าโรงเรียนที่เคยบริหารมา 7 โรงเรียน  จะมีความสำเร็จในระดับหนึ่งสามารถเข้ารับการประเมินได้รับรางวัลย์ในระดับโรงเรียนพระราชทาน  โรงเรียนดีเด่นในระดับจังหวัด  มีคุณภาพของผู้เรียนผ่านการประเมินของ สมศ.  หรือได้รับรางวัลย์ในระดับจังหวัดหรือระดับประเทศ  แต่ก็มีความรู้สึกว่ายังไม่ใช่โรงเรียนที่คิด  แม้ที่ผ่านมามีความสุขอยู่มากแต่ก็ยังไม่โล่งหัวใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเหลือลาการทำงานเพียง 10 ปี ยิ่งทำให้เกิดความกดดันหัวใจ  แต่วันหนึ่งที่ได้รับฟังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระราชทานแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ทำให้เกิดความหลุดพ้นจากความรู้สึกที่เป็นพันธนาการว่า  โรงเรียนที่เรามุ่งหวังอาจเกิดขึ้นไม่ได้ในช่วงชีวิตราชการ  แต่ผมสามารถสร้างโรงเรียนที่มีความเข้มแข็งและมีการพัฒนาได้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแลงของทุกยุคทุกสมัยได้  ความพอเหมาะ  ความสมเหตุผล  และการมีภูมิคุ้มกันให้สถานศึกษา  ย่อมเป็นทางสายกลางที่เหมาะสม  และเราเองน่าจะได้ชื่นใจเต็มหัวใจว่าเราทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว  ดังนั้น  การคิดวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเสริมสร้างสถานศึกษาที่เข็มแข็งจึงเกิดขึ้น  แม้ว่าเรื่องนี้อาจมีคนได้พยามคิดไว้เช่นกัน  แต่ในบริบทของโรงเรียนแต่ละแห่งคงไม่เหมือนกัน  ดังนั้น วิถีการพัฒนางานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงจึงเกิดขึ้น มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ  วิถีการบริหาร  วิถีวิชาการ  วิถีปฏิบัติ  วิถีการบริหารใช้หลักการบริหารแบบใจถึงใจเสริมสร้างพลังสร้างสรรค์ในการทำงาน หลักความพอประมาณ และหลักเหตุผล              วิถีวิชาการใช้หลักการบูรณาการเสริมสร้างคุณธรรมนำความรู้  วิถีปฏิบัติใช้หลักกิจกรรมนำสู่การเสริมสร้างคุณลักษณะ  ผลจากการใช้แนวทางดังกล่าวมา  จากการใช้การบริหารผ่านแนวคิดวิถีทั้ง 3  ทำให้สถานศึกษามีความเข็มแข็งทางด้านงบประมาณ  ด้านความรู้ความสามารถและจิตวิญญาณการทำงานของครู  และนักเรียนมีคุณลักษณะเด่นในด้านคุณธรรม  คุณลักษณะตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งเป็นผลจากการประเมินทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ  แต่อย่างไรก็ตามนวัตกรรมนี้ยังคงต้องพัฒนาต่อไป  และหวังว่าท่านที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะช่วยพัฒนานวัตกรรมนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา  ครู และผู้เรียนต่อไป