รูปแบบการเขียนรายงานวิชาการ
การเขียนรายงานวิชาการ
(Technical papers)
การเขียน เป็นทักษะอย่างหนึ่งของการสื่อสารขั้นสูงที่ เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มานาน
พอสมควร เพราะสิ่งที่ได้บันทึกลงไปในแผ่นกระดาษนั้น จะเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้อย่างดีที่สุดเป็นข้อมูลที่
เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด ทีพลิกพลิ้วได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรายงานวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นบทความวิชาการ
หรือบทความรายงานการวิจัย ซึ่งจะมีผู้นำไปอ้างอิงได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเตรียมต้นฉบับเอกสารก่อนลงตีพิมพ์
หรือเผยแพร่ จึงควรตรวจสอบ ให้รอบคอบเป็นพิเศษ
เราคงเคยอ่านบทความกันมามากทั้งจากสื่อหนังสือพิมพ์ และเอกสารที่แจกในการประชุมในช่วง
เวลารีบเร่งเรามักตัดสินใจเลือกอ่านเมื่อเห็นชื่อคนเขียน หรือหัวเรื่องที่ตรงกับเราสนใจ การประเมินค่า
บทความจึงขึ้นอยู่กับผู้อ่าน ในที่นี้ผมจะใช้เกณฑ์ประเมินคุณค่าผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะในการตัดสิน
ที่ให้ความสำคัญโดยพิจารณาที่คุณภาพของรายงาน และคุณประโยชน์ที่ได้รับผนวกกับประสบการณ์ของผมเอง
ที่ทั้งอ่านและเขียนมามากพอสมควร มาไล่เรียงให้เป็นเรื่อง ดังนี้
ด้านคุณภาพของบทความ ตั้งแต่รูปแบบ จนถึงการนำเสนอลีลาการเขียน
1.1รูปแบบของรายงาน ที่ถูกต้องคือมีชื่อเรื่อง ชื่อคนเขียน เริ่มเขียน
ก็มีการนำหรือเรียกบทนำ เนื้อหา และบทสรุป ตามลำดับ ถ้าเขียนบทความมากว่าหนึ่งหน้าก็บอกหน้าไว้ด้วย
ผมจะนำเสนอ 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่มีเฉพาะตัวหนังสือล้วนๆ และ รูป แบบที่มีภาพประกอบ
ชื่อเรื่อง
ชื่อผู้แต่ง
บทนำ
........................................................................................
เนื้อหา
........................................................................................
1...........................
2............................
2.1........................
2.2........................
บทสรุป
...............................................................................................
เลขหน้า
หมายเลขภาพ
ชื่อเรื่อง
ชื่อผู้แต่ง เลขหน้า
บทนำ
..............................................................................................
เนื้อหา
................................................................................................
1...........................
2............................
2.1........................
2.2........................
บทสรุป
...............................................................................................
1.2 เนื้อหาสาระ จุดนี้นับว่าสำคัญมาก เป็นจุดขายของผู้เขียนว่าจะดังหรือจะดับ
เพราะถ้าเป็นมือใหม่หัดเขียนก็มักเขียนวกวน ไม่มีจุดยืนแน่นอน คิดอะไรได้ก็เขียนลงไป ทำให้ขาดความเป็น
เอกภาพ นักเขียนที่ยังไม่ชำนาญจึงควรเริ่มกำหนดกรอบ ไว้ว่าจะเริ่มต้นด้วย เรื่องอะไร ลำดับต่อไปจนจบมีอะไร
ที่จะนำเสนอ มีความกระทัดรัด ไม่กำกวม ไม่เยิ่นเย้อ เนื้อหาสาระหลักต้องชัดเจน เขียนเชื่อมโยงระหว่างประโยค
ระหว่างย่อหน้า ไม่ทำให้สะดุด
1.3 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ บทความที่ดีเมื่ออ่านจบคนอ่านจะพยายามจำชื่อ
คนเขียนไว้ในใจเจอเมื่อไรก็รีบอ่าน ติดตาม เสน่ห์ตรงนี้สร้างได้ครับ ถ้าคนเขียน ได้ให้สิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรียกว่า
นวัตกรรม การนำเสนอสิ่งใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ทันสมัย ชี้ให้เห็นจุดแข็ง หรือสิ่งที่พึงระวังเมื่อนำของใหม่ไปใช้
ผู้เขียนวิเคราะห์ไว้อย่างเหมาะสมลงตัว แสดงถึงภูมิรู้ของผู้เขียน (นักเขียนบางท่านสามารถเขียนเล่าเรื่องยาก
ให้ง่ายและยังสอดแทรกอารมณ์ขันได้ คนอ่านก็สนุกไปด้วย ได้ทั้งสาระเนื้อหาและความกระหายใคร่รู้ต่อไป
จนไม่อยากวาง จุดนี้อาจจะเป็นพรสวรรค์ ของนักเขียนบางคน)
1.4 การอ้างอิง บทความทางวิชาการล้วนๆ ที่จะมีปริมาณคนอ่านเฉพาะกลุ่ม จะมีการอ้างอิงมาก กว่าบทความทั่วไป ยิ่งเป็นบทความที่ต้องผ่านการตรวจอ่านก่อน (peer review) ด้วยแล้วผู้เขียนมักจะอ้างทฤษฎี หรือรายงานการวิจัย ข้อความที่คนสำคัญกล่าวไว้ เพื่อแสดงว่าเราไม่ได้ไปลอกมา และไม่ได้คิดขึ้นเองเป็นการให้เกียรติ และน่ายกย่อง วิธีการอ้างอิงมีสองลักษณะ คือ
1.4.1 การอ้างอิงเชิงอรรถ (footnote & Endnotes) คือ
การอ้างอิงบางตอนที่ลอกมา หรือจากคำพูด หรือจากศัพท์บัญญัติ การอ้างอิงครั้งนั้นมีเจตนาเพื่ออธิบายเพิ่มเติม
ให้ผู้อ่านเข้าใจ และไม่อยากจะเขียนอธิบายในเนื้อหาสาระพิมพ์เชิงอรรถด้วยตัวเลขกำกับที่ข้อความแล้วโยง
ไปที่เชิงอรรถ ตัวอย่าง
สมาน ชาติยานนท์ ได้ให้ความหมายของบทเรียนสำเร็จรูปว่า
“ …การเรียนแบบโปรแกรมนักเรียนจะเรียนรู้ไปทีละขั้นๆ จนมีความเข้าใจในเนื้อหานั้นอย่างถ่องแท้ แล้วจึงเรียน
เรื่องอื่นต่อไป” 1
1. สมาน ชาติยานนท์ “เทคโนโลยี่ทางการศึกษา” ในประมวลบทความเกี่ยวกับนวตกรรม
การศึกษา กรมวิชาการ 2517 หน้า 138
การอ้างอิงที่นิยมนำมาใช้กันค่อนข้างมากขณะนี้คือการอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
เพราะ ไม่เปลืองเนื้อที่ และบางครั้งในหน้าเดียวกันจะอ้างอิงหลายครั้ง ตัวอย่าง
สาย ภานุรัตน์ (สาย ภานุรัตน์ 2521 อ้างถึงใน ชารี มณีศรี :2521 : 19) ได้ระบุความมุ่งหมายของการนิเทศ
การศึกษาไว้ว่า.........
1.4.2 บรรณานุกรมอ้างอิง (Biographic references
and citation) คือ ชื่อหนังสือ บทความ จากวารสาร จาก internet ปกติทั่วไปจะพิมพ์ส่วนนี้ไว้ท้าย
บทความ ตัวอย่าง
วารสาร Science Asia (http:// Science.tiac.or.th)
http//www.nectec.or.th
O’Neil H.F.Computer-Based Instruction New York.Academic
Press.1981.
ความถูกต้องของภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มักจะใส่ในวงเล็บเพื่อ
ยืนยันรากศัพท์เดิม ตัวอย่าง คำว่า นวัตกรรม บางที่ เขียน นวตกรรม บางที่เรียกว่าวิธีใหม่ ดังนั้นผู้เขียนจึงจะมี
ภาษาอังกฤษกำกับโดยใส่ในวงเล็บ เมื่อกล่าวถึงคำนี้ครั้งแรก เช่น “...การเรียนการสอนในยุคปฏิรูปการศึกษาจะมีการนำนวัตกรรม(innovation) เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น …..”
ด้านคุณประโยชน์ต่อวงวิชาการ
2.1 ประโยชน์ในวงวิชาการ สามารถนำไปอ้างอิงได้อย่างสนิทใจเพราะ ชื่อคนเขียน
หรือเพราะการ สรุปรายงาน ที่เป็นรูปธรรม หรือเพราะการวิเคราะห์ การอภิปรายที่แหลมคม หรือเพราะการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นไปได้ในการปฏิบัติ
2.2 มีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ เพราะการตรวจสอบอย่างดีจากผู้รู้ ได้ลองนำไปใช้แล้วได้ผลเป็นที่ประจักษ์
ด้านคุณประโยชน์ จึงเป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องคิดไว้ในใจ ว่าผลงานที่ผลิตขึ้นจะได้รับการยอมรับเพียงใด ดังนั้นคนเขียนต้องพยายามติดตามข่าวคราวอยู่ตลอดเวลา เป็นนักอ่าน นักฟัง
นักคิด นักจำ เมื่อจะเริ่มเขียนบทความต้องวางแผนไว้อย่างเป็นระบบ ว่าเขียนอะไร ลงไป อ้างอิงได้หรือไม่ จะต่อเรื่องกันอย่างไร ถ้าให้น่าสนใจน่าจะมีภาพประกอบ จำนวนเท่าไร เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนหรือไม่ หรือนำภาพมาเพื่อพักสายตาคนอ่าน ก่อนจบต้องสรุปให้ประทับใจ อาจจะเป็นบทกลอน คำคม ข้อคิดให้ติดตาม แต่อย่าจบแบบที่พลิกความคาดหมาย เพราะวิธีนั้นมักจะใช้กับการเขียนเรื่องสั้น
เมื่อทำต้นฉบับเสร็จแล้วอย่าเพิงใจร้อนลงพิมพ์เผยแพร่ทันที แต่เก็บไว้สักระยะนำมาอ่านซ้ำ ทบทวนอีกทีว่าน่าจะเติมเต็มส่วนไหนบ้างให้สละสลวย เป็นการบ่มความคิด สะกิดสิ่งที่บกพร่องที่มองไม่เห็นในระยะแรกที่ก้มหน้าก้มตาเขียน และถ้าจะเขียนเพื่อหวังผลทางธุรกิจก็ต้อง คิดถึงและชำเลืองดูผู้บริโภคด้วยว่า เขียนให้ใครอ่าน ก่อนเขียนเราเป็นนายบทความ พอเขียนเสร็จส่งจำหน่าย บทความเป็นนายของเราไปแล้วครับ.
.............................................................
หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้เขียนโดยนางวิภารัตน์ หนูรุ่น นะค่ะ แต่เขียนโดย ดร.ชัยพจน์ รักงาม ท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนบทความ
วิชาการ จึงขอฝากต่อให้กับทุกท่านจะได้นำไปใช้อ้างอิงได้