ปัญหากระเป๋านักเรียนหนัก
แนวทางการแก้ไขปัญหากระเป๋านักเรียนหนัก

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle">                                    ปัจจุบันสภาพร่างกายและโครงสร้างทางร่างกายของเด็กไทยในยุคปัจจุบันผิดปกติไปจากเดิมมาก ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำรงชีวิตที่ไม่สมดุล เนื่องจากการหิ้วกระเป๋าหนักเกินไป หากไม่ได้รับการดูแล การกดทับของน้ำหนักกระเป๋าจะลงไปสู่กระดูกสันหลังของเด็ก หมอนรองกระดูกจะเกิดปัญหาได้หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจะเกิดผลเสียต่อพัฒนาทางด้านร่างกายของนักเรียนต่อไปในอนาคต จากปัญหาดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการได้อนุญาตให้นักเรียนใช้กระเป๋าเป้าสะพายหลัง เพื่อให้เกิดความสมดุล แต่ก็ยังไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริงอย่างเป็นระบบได้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตระหนักถึงความจำเป็นของปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการศึกษาสภาพปัญหาจากกระเป๋าใบโตของนักเรียนจากผลการดำเนินการที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง และเป็นระบบเกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงกำหนดเป็นแนวทางในการดำเนินการและแก้ไขปัญหา เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีแนวทางในการบริหารจัดการซึ่งมีแนวทางดำเนินการดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle"></p>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle">                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรดำเนินการประสานผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันหามาตรการ แนวทางเพื่อการแก้ปัญหา เช่น</p>                1. รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง และครูซึ่งถือเป็นผู้ใกล้ชิดและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างความตระหนักจนเป็นวิถีการใช้กระเป๋านักเรียนที่ถูกสุขลักษณะ                2. ควรมีการศึกษาและออกแบบกระเป๋านักเรียนที่ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีรูปทรงและการใช้งานที่เหมาะสมกับสรีระของนักเรียนในช่วงวัยต่าง ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle">                3. ควรมีการศึกษาแนวทางการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จในโรงเรียนต่าง ๆ นำมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หลากหลายวิธี เช่น นำมาเวียนเป็นข่าว หรือบทความเผยแพร่ หรือทำเป็นสารคดีแนวบันเทิงสั้น ๆ เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ หรือนำเสนอทางโทรทัศน์วงจรปิดของโรงเรียน</p>

สถานศึกษา/ผู้บริหารโรงเรียน                                    1. การกำหนดนโยบายของสถานศึกษา ควรให้ความสำคัญ และกำหนดนโยบายเรื่องปัญหากระเป๋านักเรียนหนักอย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และสร้างให้เป็นวิถีชีวิตประจำวันของนักเรียน โดย                                    1)  ควรมีการศึกษาออกแบบกระเป๋า โดยคำนึงถึงเนื้อผ้าที่เบา โครงสร้างของกระเป๋า วัสดุโครง ควรใช้อลูมิเนียม เพราะเบากว่าเหล็กโดยภาพรวมกระเป๋าต้องมีน้ำหนักเบา (ไม่ใช่เฉพาะตัวกระเป๋ามีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม)                                    2)  ควรมีการลดน้ำหนัก วัสดุ อุปกรณ์ให้มากที่สุด โดยใช้สมุดปกอ่อน แทนการใช้สมุดปกแข็ง ความหนาประมาณ 40 หน้า                                    2. ผู้บริหารและครู ควรสอดส่องดูแล ให้คำแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด เช่น ในช่วงเช้าของแต่ละวัน ควรกำหนดให้ครูเวรคอยรับนักเรียนที่หน้าประตูโรงเรียน พร้อมกับสังเกตสภาพการใช้กระเป๋า การหิ้วกระเป๋าของนักเรียน หากสังเกตเห็นกระเป๋าหนักผิดปกติ ควรตรวจสอบและให้คำแนะนำที่เหมาะสม หากพบว่าผู้ปกครองหิ้วกระเป๋าให้ ควรสอบถามสาเหตุ กรณีพบว่าหิ้วให้เพราะกระเป๋าหนัก ควรแนะนำให้ผู้ปกครองดูแล และกำชับให้เด็กจัดตารางสอน หากกระเป๋าไม่หนัก ควรแนะนำให้นักเรียนถือเอง เพื่อเป็นการฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบช่วยเหลือตัวเอง                                    3. รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ทุกรูปแบบ เช่นการประชุมชี้แจงผู้ปกครองทุกชั้น ทุกระดับ รณรงค์ผ่านกิจกรรม Home room ผ่านโทรทัศน์วงจรปิดที่มีอยู่ในทุกห้องเรียน หรืออาจนำสื่อ VCD ที่นักเรียนช่วยกันจัดทำและแสดงเอง ซึ่งมีความยาวประมาณ 5 นาที อาจทำให้ดึงดูดความสนใจจากนักเรียนได้เป็นอย่างดี                                    4. รณรงค์สร้างความตระหนักให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญและร่วมมือกันแก้ปัญหา อย่างจริงจัง แก้ปัญหาความเข้าใจผิดให้กับผู้ปกครองกรณีทีทราบว่า นักเรียนต้องนำหนังสือ สมุดกลับบ้าน หรือไปโรงเรียนให้ครบทุกวิชา ให้แนะนำในการนำตำราเรียนบางวิชากลับไปทบทวนที่บ้าน หรือบางวิชาที่ควรเก็บไว้ที่โรงเรียน โดยไม่ต้องกลัวสูญหาย เป็นการฝึกคุณธรรมการไม่ลักขโมยหนังสือผู้อื่น และนักเรียนสามารถหิ้วกระเป๋าด้วยตนเองได้ ทั้งนี้เพราะเด็กจัดตารางเรียน                                    5. ปรับสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานศึกษา                                    1)  จัดน้ำดื่มที่สะอาดและเพิ่มจุดบริการให้มากขึ้น เพื่อนักเรียนไม่ต้องนำกระติกน้ำมาจากบ้าน อาจจัดให้นักเรียนมีแก้วน้ำส่วนตัวและมีที่จัดเก็บไว้ในชั้นเรียน                                    2)  จัดที่เก็บหนังสือหรือ locker หรือจัดให้มี หรือออกแบบตู้เก็บของ (locker) ของนักเรียนเป็นรายบุคคลไว้ในชั้นเรียน เพื่อใช้จัดเก็บของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เพื่อลดปริมาณสิ่งของที่ต้องเก็บไว้ในกระเป๋า                                    3)  จัดมุม/ชั้นหนังสือในชั้นเรียน จัดหาหนังสืออ้างอิง พจนานุกรม และหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยเรื่อง (theme)  ที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ ให้นักเรียนค้นคว้าเพิ่มเติม หรือเพื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยนักเรียนไม่จำเป็นต้องพกหนังสือเหล่านั้นในกระเป๋า รวมทั้งไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองในการจัดซื้อ                                    4)  จัดให้มีระบบที่นักเรียนสามารถยืมอุปกรณ์กีฬาเพื่อใช้เล่นในโรงเรียน โดยไม่ต้องนำออกจากบ้าน                                    5)  ดำเนินการวางแผนการใช้อย่างเป็นระบบในเรื่องต่าง ๆ เพื่อนำเก็บไว้ที่โรงเรียน เช่น เรื่องชุดกีฬา รองเท้ากีฬา ชุดลูกเสือ-ยุวกาชาด อุปกรณ์วาดเขียน เครื่องดนตรี และให้นักเรียนนำกลับบ้านเพื่อซักล้างบ้างตามวาระที่เหมาะสม                                    6)  ควรจัดอุปกรณ์เครื่องเขียนที่ใช้ในชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องให้จัดซื้อเป็นของส่วนตัว เป็นการฝึกให้นักเรียนรักษาสิ่งของส่วนรวมร่วมกัน และการเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือแบ่งปัน                                    7) จัดให้มีสมุดสื่อสารระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง เพื่อชี้แจง/ให้ข้อมูลแก่ผู้ปกครองให้ความสำคัญเรื่องน้ำหนักของกระเป๋านักเรียนอย่างต่อเนื่อง                                    8)  จัดระบบอาหารกลางวันที่เอื้อให้กับนักเรียน โดยไม่ต้องมีภาระเรื่องกล่อง/ปิ่นโตอาหารหรืออุปกรณ์อื่น                                    6.  ปรับประกวนการจัดการเรียนการสอน                                    1)  ควรพิจารณาการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ห้องสมุด และหนังสือจำนวนมาก โดยอาจศึกษาจากโรงเรียนรุ่งอรุณที่สอนบูรณาการ โดยใช้สาระวิชาเป็นแกน    ภาคเรียนละ 1-2 วิชา                                    2)  เน้นให้ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการ และใช้กิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น ลดการใช้สาระในหนังสือและแบบเรียนลง                                    3)  จัดตารางเรียนควบ กล่าวคือ วันละ 6 คาบ รวมเป็นวิชาละ 2 คาบ เด็กก็จะจัดตารางเรียนเพียง 3 วิชาต่อวัน                                    4)  ควรให้นักเรียนเลือกใช้สมุดปกอ่อนแทนสมุดปกแข็ง สำหรับเด็กโตอาจพิจารณาเรื่องการทำงานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทน เช่น การส่งงานผ่าน E-mail  การจัดเก็บงานด้วยแฟ้มงานอิเล็กทรอนิกส์ (eletronics portfolio) *************** 

</font></span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 81.0pt 225.0pt 270.0pt" class="MsoSubtitle"></p>