น้ำตาขวดนี้.. มีกี่หยด วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากครับ

พวกเราคงจะมีประสบการณ์ใช้ยาหยอดตา หรือน้ำตาเทียมมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับยาหยอดตามาฝากครับ

ท่านอาจารย์นายแพทย์บิล ลล์อยด์ (Bill Llyod) เขียนบทความในบล็อก 'อาย ออน วิชั่น" ว่า ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียม 1 หยดมีขนาดประมาณ 0.05 มิลลิลิตร (มล. / ml.)

  • 1 หยด = 0.05 มล.
  • 1 มล. = 1/0.05 = 20 หยด
  • 1 ขวด (5 มล.) = 20 x 5 = 100 หยด
  • 1 ขวด (10 มล.) = 20 x 10 = 200 หยด

ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ได้ใช้ประมาณ 1 เดือน เรามาลองคำนวณกันว่า เดือนหนึ่งจะใช้ยากี่ขวดดี

สมมติให้มือแม่นมาก หยอดครั้งละ 1-2 หยดไม่พลาดเป้า ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมหยดเข้าตาเป๊ะเลย

  • ถ้าหยอดวันละ 1 ครั้ง  > 30-60 หยด
  • ถ้าหยอดวันละ 2 ครั้ง > 60-120 หยด
  • ถ้าหยอดวันละ 3 ครั้ง > 90-180 หยด
  • ถ้าหยอดวันละ 4 ครั้ง > 120-240 หยด

อาจารย์ลล์อยด์ (Lloyd) แนะนำว่า การใช้ยาหยอดตาส่วนใหญ่ใช้เดือนละ 1 ขวด ถ้าใช้ขวดขนาด 10 มิลลิลิตรน่าจะพอ

ยกเว้นถ้าหยอดวันละ 4 ครั้งขึ้นไป หรือหยอดผิดพลาดบ่อยๆ เช่น มือสั่น ฯลฯ อาจต้องใช้เดือนละหลายขวด

คำแนะนำในการใช้ยาหยอดตา หรือน้ำตาเทียมทั่วๆ ไปได้แก่

  1. เขียนวันที่-เดือน-ปีที่เริ่มใช้ยา > ไม่ควรใช้ยาเกิน 1 เดือน เพื่อป้องกันการสะสม และการแบ่งตัวของเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนเข้าไปในขวดยา
  2. เก็บไว้ในที่เย็น > ไม่ถูกแสงแดด ความร้อน หรือแสงจ้า เพื่อป้องกันยาเสื่อมสภาพ 
  3. เขย่าขวดเบาๆ ก่อนใช้ > เพื่อให้ยาผสมเข้ากันดี

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี มีสายตาดีไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย

ขอแนะนำ...                                                    

  • รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพตา / สายตา" 
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "เรื่องเกี่ยวกับยา / การใช้ยา"
  • [ Click - Click ]
  • ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
  • http://gotoknow.org/blog/talk2u

    แหล่งที่มา:                                    

  • Thank Reuters & Eye on vision blog > Bill Lloyd M.D. > [ Click ] , [ Click ] > September 28, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี+อาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 1 ตุลาคม 2550.