พฤติกรรมการอ่าน การปฏิบัติงานประจำต้องใช้การอ่านและงานอดิเรก คือการอ่านเช่นเดียวกัน การอ่านทำให้ได้รับความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และแนวคิดใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ ทำให้เราพัฒนาตนเองจากการเรียนรู้ ความรู้และประสบการณ์ของผู้อื่นการทำงานในสายบริหารดิฉันได้ศึกษานโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครนายก และนโยบายของผู้อำนวยการโรงเรียนนครนายกวิทยาคม และศึกษาตัวอย่างจากการปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน แล้วตัดสินใจปฏิบัติงานที่รับผิดชอบซึ่งงานส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ การทำงานที่กล่าวมาแล้วต้องใช้การอ่านทุกขั้นตอนเป็นการยืนยันว่าการอ่านต้องใช้กับงานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">หนังสือที่ชอบอ่านนอกเหนือจากการทำงาน คือ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ หรืออ่านจากเวปไซต์ต่างๆ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ สามารถคุยหรือให้ข้อเสนอแนะแก่บุคคลอื่นได้ อ่านหนังสือประเภทประวัติบุคคลที่ประสบความสำเร็จ การบริหารเวลา การพัฒนาตนเอง การดูแลรักษาสุขภาพ การดูแลรักษาสภาพแวดล้อม กล่าวคือทุกเรื่องที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อจะทำสิ่งใดควรรู้จริงในสิ่งนั้นจึงทำให้มีความมั่นใจ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">การส่งเสริมให้นักเรียนได้อ่าน</p>
1. ได้จัดสภาพแวดล้อมของห้องสมุดให้เหมาะสมที่จะให้บริการนักเรียน
2. จัดให้มีบรรณารักษ์ประจำห้องสมุด
3..บรรณารักษ์เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาตนเอง และพัฒนางานที่รับผิดชอบ
4. จัดให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านตามโอกาสวันสำคัญต่างๆ
5. จัดให้มีโครงการส่งเสริมการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง 3 ปีการศึกษา
6. ส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอ่านตามโอกาสที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น
7. จัดให้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ เพื่อนักเรียนจะได้ศึกษาและพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ
</span></span>
เห็นด้วยที่ผู้บริหารมีหนังสือที่ชอบอ่าน เป็นแบบอย่างแก่บุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นบุคลิกภาพที่น่านิยมมาก ดิฉันว่าหากจะให้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านของโรงเรียนท่านประสบความสำเร็จเร็วมากขึ้น ลองให้ครูนำเสนอหนังสือที่ครูอ่าน และให้นักเรียนได้นำเสนอหนังสือท่นักเรียนอ่านบ้างก็จะดีมาก