เครือข่ายผู้ประสานงานเพื่อการให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจ
เมื่อวันที่ 1-2 กันยายนที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปที่เสถียรธรรมสถาน ย่านรามอินทรา เพื่อร่วมกิจกรรมของที่เป็นการมารวมตัวกันของคนในแวดวงสาธารณสุข มีตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล อสม. นักวิชาการ ตามที่แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส.จัดขึ้นด้วยเป้าประสงค์ที่ชัดเจนจากชื่องานครั้งที่ซึ่งฟังแล้วสะดุดใจและเห็นภาพ นั่นคือ เวทีเครือข่ายผู้ประสานงานเพื่อการให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจ
แต่อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่ากับการที่ตัวแทนผู้ประสานงานจาก 11 จังหวัดได้เฟ้นหาเรื่องประทับใจ 1 เรื่องในดวงใจของการให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจ มาแบ่งปันกับผู้เข้าร่วม ซึ่งหากจะยกตัวอย่างก็เช่น
นพ.สุทิน คำมณีจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เล่าเรื่องการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย “สถานพยาบาลใกล้บ้านใกล้ใจ” ซึ่งเริ่มจากการทำงานประทำให้เป็นงานคุณภาพ และดูว่าคนไข้มาพบแพทย์ด้วยโรคอะไร และพบว่า ในภาคอีสานเป็นมะเร็งตับกันเยอะ ส่วนใหญ่ไปรักษาจากโรงพยาบาลอื่นมาก่อน และได้รับการวินิจฉัยแล้วว่ารักษาไม่หาย ซึ่งคนไข้ส่วนหนึ่งขอกลับมารักษาที่บ้านกับโรงพยาบาลใกล้บ้าน นอกจากมะเร็งตับเราก็ยังรวมทุกมะเร็งน่าจะดีกว่าจึงเกิดเป็นการดูแลทุกมะเร็ง ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือเรื่องความเจ็บปวดของผู้ป่วย ซึ่งต้องการการรักษาแบบองค์รวม
ความรู้สึกของคนทำงานเริ่มจากทำโดยบังคับ ทำไปทำมาก็สอดคล้องกับประสบการณ์ตนเองที่แม่เสียชีวิตด้วยมะเร็งตับเหมือนกัน case ที่ประทับใจเป็นผู้ชายเป็นมะเร็งตับมารักษาอยู่ที่บ้านเพราะเป็นระยะสุดท้าย ที่จากเดิมเป็นคนไข้ที่หมดหวังรอวันตาย นั่ง ยืน เดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ด้วยการดูแลแบบองค์รวมทั้งหมอ พยาบาล และครอบครัวที่เข้าใจและช่วยกันอย่างจริงใจ จนผู้ป่วยสามารถกลับมานั่ง ยืน และเดินได้ ความรู้สึกประทับใจคือเราสามารถยืดอายุคนไข้ได้อีก 3 เดือน โดยมีสุขภาพจิตดี “เราก็ช่วยได้บ้างในจุดที่คิดว่าทำได้ดีที่สุด ญาติก็รู้สึกดี”
คุณชลัทธร อัญญาเนาวรัตน์ หัวหน้างานส่งเสริมสุขภาพ รพ.แม่ใจ จ.พะเยา เล่าถึงการทำงานด้วยใจความเป็นมนุษย์ว่าเป็นการบูรณาการเข้ากับงานทุกแผนก ทำงานด้วยความใส่ใจและติดตามเอาใจใส่ผู้ป่วยไม่เฉพาะเรื่องอาการความเจ็บป่วยทางการแต่ยังสามารถช่วยรักษาอาการทางใจของเขาด้วย ซึ่งที่พะเยามีหลายกรณีที่การใส่ใจด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องอื่น ๆ รพ.นครสวรรค์ นำเสนอความโดดเด่นของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและโรคความดัน ที่ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกี่ยวกับเทคนิควิธีการแก้ไขปัญหา/ทุเลาอาการของโรค เช่น วิธีการคุมความดัน คุมน้ำตาล เป็นการถอดและดึงความรู้ในตัวคนมาสู่ความรู้ที่คนอื่นเอาไปใช้ได้และเขารู้สึกดีและมีคุณค่าในการได้ใช้ความรู้ในตัวช่วยเหลือผู้อื่น
รพ.ศรีษะเกษ คุณสถิตย์ บอกว่า การทำงานในปัจจุบันต้องทำทั้งในระบบและนอกระบบ แผนการขยายเครือข่ายเน้นจิตอาสา งานบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์นั้น ต้องดึงตัวอย่างดี ๆ ให้กำลังใจคนทำงาน ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีใครเห็นคุณค่า
ดร.สง่า อินทะจักร รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ โต้โผใหญ่ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ บอกว่า เวทีนี้ เป็นเวทีให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ใครทำดีอยู่ที่ไหนเราจะตามไปดูแล้วมานำเสนอเพื่อที่จะให้เกิด “พอใจ ไว้ใจ และเกรงใจ” เกิด”พวกเรา” ขึ้นมา และหากสามารถทำให้เกิดเป็นเครือข่ายการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ซึ่งในครั้งนี้ก็เห็นแล้วว่าในทุกระดับของคนสาธารณสุขสามารถทำได้ และไม่ใช่การทำงานใหม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับคำว่าการทำงานด้วยหัวใจทำให้ดีที่สุด มีตัวอย่างให้เห็นหลายแห่ง อย่างเช่น พะเยาว เชียงราย อย่างที่ได้ไปเห็นมา ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้บริการด้วยโรคที่เห็นเฉพาะหน้า แต่ให้บริการที่ลึกลงไปถึงชุมชน ปัญหาของครอบครัวนั้น ๆ ด้วย ก็เลยเกิดการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา สามารถให้บริการผู้ป่วยที่ทุกทรมานมาเป็นสิบๆ ปี ให้กลับสู่สังคมได้

สวัสดีครับ
แวะมาอ่านครับ ยังไงมีกิจกรรมน่าสนใจอีกอยากให้ประกาศล่วงหน้าครับ ถ้าว่างอยากไปร่วมด้วยครับ
สวัสดีค่ะ..น้อง...
ครูอ้อยตามน้องชาย...อาจารย์ โกศล คงสมปราชญ์ มาค่ะ น่าสนใจนะคะตามเรื่องที่เล่าน่ะค่ะ
แล้วครูอ้อยจะตามมาอ่านอีกนะคะ
ขอบคุณค่ะ
5555555555555555
อยากจะอ่านตัวอย่างการเขียนเรื่องเล่าดีดีจังเลยค่ะ