ในที่สุดผมก็หาคำตอบได้ว่า "หลากลางหนไว้ทำไหร"
โดยคุณตีนอร์ นิบง ได้เขียนไว้ในวารสารทักษิณคดี ดังนี้
"ศาลากลางหน" เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสังคมชนบมไทยปักษ์ใต้อีกสิ่งหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในสังคมชนบท ซึ่งสังคมเมืองในปัจจุบันนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว แหละคงเหลือไว้แต่ศาลารอรถประจำทาง แม้ว่ารูปแบบจะคล้ายคลึงกันแต่ทว่า....ความหมายและที่มานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
"ศาลากลางหน" ให้นิยามถึง ศาลาสาธารณะซึ่งเอกชนหรือประชาชนในชุมชนนั้นๆ ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่หยุดพักของคนเดินทาง หรือเป็นที่พักผ่อนของผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียง และบางโอกาสอาจจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมบางอย่างร่วมกันของชาวบ้าน
จะสังเกตุได้ว่าในสมัยก่อนนั้น เมื่อถึงทางแยกหรือปากทางเข้าหมู่บ้าน หน้าวัด หน้าเมือง ตลอดจนรายทางระหว่างหมู่บ้าน จะมีศาลากลางหนสร้างไว้ริมทาง อันแสดงถึงสัญญลักษณ์แห่งน้ำใจที่เจ้าถิ่นหยิบยื่นให้แก่ผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
ไมตรีจิตที่งดงามเช่นนี้ได้ถูกฝังอยู่ในสายเลือดของชาวใต้มานานหลายรุ่นคนแล้ว สายใยแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ปรากฏ ณ ศาลากลางหน
นอกจากน้ำจิตน้ำใจที่เราไม่สามารถประมาณค่าเป็นราคาได้ ยังก่อให้เกิดพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชนอีกด้วย
สวัสดีค่ะ
ศาลากลางหน เป็นคำโบราณมากนะคะ เคยได้ยินแต่ศาลาท่าน้ำ ศาลาริมทาง อ้อ ศาลาคนเศร้า(ไม่เกี่ยวกันเนาะ) คนสร้างคงได้บุญมาก เพราะเวลาเราเดินทาง เราต้องการที่พักพิง ถึงแม้ทุกวันนี้ จะมีรถขับกัน เวลาจอดพัก ก็ใช้ศาลาริมทางเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณครับคุณบุญรุ่ง
ศาลากลางหน ทางถิ่นใต้จะเรียกว่า หลากลางหน หรือ หลากลางทาง ส่วนหนึ่งของคุณประโยชน์ก็เหมือนศาลาริมทาง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ยังมีคุณประโยชน์ที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผูกไว้อีกหลายส่วน คอยติดตามดูนะครับ
หลากลางหน อ่านว่า ล้ากลางห๊น
สวัสดีครับ