ที่สุดก็มาถึงตอนจบจนได้ วันที่ 2 ของประเพณี เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยการทำบุญตักบาตรตามแบบพุทธศาสนาหลังเสร็จพิธีทางศาสนา พระสงฆ์พรมน้ำมนตร์ให้ผู้เข้าร่วมพิธี และแม่โพสพโปรยทานตามหลังพระสงฆ์ (เหรียญตกมาที่ดิฉันตั้งเยอะ แต่แย่งไม่ได้สักเหรียญ ภาษาเหนือบ้านดิฉันเรียก จั๊ตต๋าบ่ากอกแห้ง) แต่ก็อิ่มบุญค่ะ เพราะได้มาทำบุญตักบาตรร่วมกับคนทั้งหมู่บ้านไผ่ขอน้ำทีเดียว <p> อาจเป็นเพราะเป็นพิธีทางศาสนา ตอนเช้านี้จึงมีผู้ชายมาร่วมงานด้วยพอสมควรแต่ก็จำกัดเขตการเข้าร่วมงานอยู่รอบนอกและส่วนใหญ่จะช่วยงานหนักๆ เช่น ดูแลบาตรเมื่อข้าวเต็มบาตร ช่วยยกตะกร้าจานชามมาใส่อาหาร เป็นต้น </p><p> เสร็จพิธีทำบุญตักบาตรก็ถึงช่วงโปรดของหลายๆ คน ก็ตั้งวงทานอาหารเช้ากันค่ะ ก็อาหารที่นำมาทำบุญตอนเช้านั่นแหล่ะค่ะ จัดใส่สำรับมานั่งล้อมวงสามัคคีอาหารเช้า อิ่มเอมไปตามๆ กันอิ่มบุญ อิ่มท้อง และ อิ่มความอบอุ่น</p><p> พิธีมาเริ่มอีกทีหนึ่งตอนบ่ายสองโมงเช่นวานนี้ เริ่มออเดิร์ฟด้วยวงมังคละมีแม่โพสพแต่งตัวสวยงามร่ายรำไปตามจังหวะเพลง และมีหลายลักษณะของการรำ เท่าที่ลองเก็บข้อมูลการรำดูพบว่ามีหลายลักษณะ</p><p> รำดุ แม่โพสพที่มีบทบาทรำดุมักจะมีท่ายักษ์ ท่าที่คนอื่นๆ จะไม่กล้าเข้าใกล้ มีท่าทีรุกรานอย่างเห็นได้ชัดและมักเป็นผู้คอยหยิกผู้หญิงที่ใส่กางเกง หรือผู้ชายที่เข้าไปใกล้รัศมีแม่โพสพมากเกินไป </p><p> รำหวาน แม่โพสพที่มีบทบาทนี้จะคอยหลีกหนีจากบทบาทแรก และมีลูกคู่คอยดูแลรายรอบและรำสวยมาก </p><p> รำจังหวะสนุกสนานมักจะถนัดจังหวะม้าย่องเป็นพิเศษและใส่หน้าตาท่าทางที่ตลกขบขัน แตกต่างจากรำดุที่ทุกคนจะมีอารมณ์สนุกสนานร่วมด้วย </p><p> นักรำหน้าใหม่ ส่วนใหญ่จะร้องไห้ก่อนออกมารำ (ถามผู้ร่วมพิธี บอกว่า แม่โพสพเข้าสิง) และจะรำไม่ค่อยเก่งแม่โพสพคนก่อนจะคอยสอนท่ารำให้</p><p> ท่ารำพักเหนื่อย (ดิฉันตั้งชื่อเอง) แม่โพสพบางคนที่รำมานานๆ จะมีท่านี้เป็นพักๆ คือ การเอามือไขว้หลังมองซ้ายมองขวาและโยกตัวไปตามจังหวะเพลงอยู่กับที่ </p><p> การรำมีการสร้างความสัมพันธ์และการแสดงความสัมพันธ์ทางสังคมด้วย เพราะมือใหม่หัดรำจะถูกสอนด้วยมืออาชีพ ก่อนออกรำก็จะมีลูกคู่คอยสนับสนุนให้ออกไปรำ เช่น ตบมือตามจังหวะ พูดจากระตุ้น หรือโห่สนับสนุนเป็นพักๆ รวมไปถึงแม่โพสพที่รำอยู่ก่อนแล้วเอาผ้าสไบมาคล้องออกไปรำ คนที่นั่งล้อมรอบก็จะคอยตบมือ โห่ และให้กำลังใจ</p><p> กว่าพิธีอื่นๆ จะเริ่มก็ผ่านเวลาการรำกว่า2 ชั่วโมง มีแม่โพสพรำดุบางคน ไม่ยอมเลิกรำ ตะโกนว่าพึ่งมาเมื่อวานวันนี้ให้กลับเร็วไปหน่อยยังไม่อยากกลับ ได้รับเสียงโห่รับทั้งศาลาทีเดียว</p><p> แต่ที่สุดงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา หลังจากพิธีทางศาสนาแล้ว ทุกคนก็นำขันบายศรีกลับบ้านโดยมีกลองมังคละตามไปส่งจนถึงบ้านหลังสุดท้าย แต่รายการรับขวัญยังไม่จบค่ะ มีพิธีเพิ่มเติมอีกที่ยุ้งข้าว</p><p> เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว บรรดาผู้รับขวัญแม่โพสพทั้งหลายก็นำขันบายศรีไปยังยุ้งข้าวของตนและนำธูป 3 ดอกไปปักบนกองข้าวและกล่าวรับขวัญ ขอพรให้การทำนาได้ผลดีพร้อมกับขอพรให้ตนและครอบครัวประสบกับความสุขต่างๆ ตามแต่จะนึกขึ้นได้นะขณะนั้น เป็นอันจบพิธี</p>
ประเพณีรับขวัญแม่โพสพ บ้านไผ่ขอน้ำ (3 : ตอนจบ)
การรำมีการสร้างความสัมพันธ์และการแสดงความสัมพันธ์ทางสังคมด้วย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูปิ๋ม · 25 ก.ย. 2550
ประเสริฐ · 25 ก.ย. 2550
นาง สุมาลัย แอ๋ว- กองแก้ว · 25 ก.ย. 2550
อัยการชาวเกาะ · 25 ก.ย. 2550
PARADEE SANGMANEE · 25 ก.ย. 2550
อัยการชาวเกาะ · 25 ก.ย. 2550
ขอขอบคุณอาจารย์ wanpen...
อยากอ่านทั้ง 3 ตอนไม่รู้จะอ่านไง
น่าจะมีรูปภาพประกอบ
ถีอว่าใช้ได้เลยค่ะ