นึกถึงตอนที่เรายังเด็ก เราต้องการที่จะเจริญเติบโต เราอยากที่จะเป็นวัยรุ่น เราอยากไปเที่ยว อยากที่จะมีอิสรเสรี อย่างที่ผู้ใหญ่เค้ามีกัน เราก็เร่งวันเร่งคืน ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ ยิ่งดีใจ พอใจ แต่ตอนนี้เราพอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ต้องการที่จะบีบบังคับให้มันคงที่ หยุดแค่นี้ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงเคลื่อนที่ไปกว่านี้อีกแล้ว.....
ก็คล้ายๆกับการที่เราคิดจะตรึงพระอาทิตย์ ให้หยุดอยู่ตรงเที่ยงวัน พอตะวันถึงกึ่งฟ้าก็ให้มันหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ให้เคลื่อนต่อ ไม่อยากให้เย็น ไม่อยากให้มืดค่ำ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็ต้องเป็นทุกข์แน่นอน..........
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก เป็นอย่างนี้มานานแสนนาน และมันก็จะยังคงเป็นไปอยู่อย่างนี้ต่อไป จนถึงสักวันหนึ่งมันก็จะดับลง แล้วก็เมื่อถึงสภาวะที่เหมาะสมมันก็จะเกิดขึ้นมาใหม่อีกเรื่อยไป..........
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย สำหรับการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดของธรรมชาติ
เราจะเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส หากเราพยายามที่จะฝืน พยายามที่จะเอาชนะพลังของธรรมชาติ และไม่ยอมรับมัน แต่ในทางกลับกัน เราจะมีความสุขและไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย ถ้าเราเข้าใจและยอมรับมัน
โลกนั้นแปรผัน มิมีวันหยุด
เอาอะไรมาฉุด ก็หยุดบ่ได้
เราทำให้โลกหยุดหมุน ไม่ได้แน่ไซร้
แต่ที่เราทำได้ คือหยุดตัวเอง
บทกลอนจาก ปรัชญาชีวิตและการรู้แจ้ง : ไชย ณ พล , Ph.D
ในบางครั้ง คนบางคน ก็ผูกพันธ์กับยามเช้าของชีวิต.........
ในบางคน กลับผูกพันธ์กับยามเย็นที่แสงแห่งวันใกล้ลับลา
เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างวัน อาจเป็นสิ่งที่นำพา
ให้ทั้งยามเช้าและยามเย็นต่างมีความหมาย ไว้บอกกล่าวแก่ชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ไม่ว่า จะช่วงเวลาใดก็ตาม
บาที่.... การมองย้อนกลับไปยังที่ทางเก่าๆ
อาจเป็นกำลังใจได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับวันใหม่จะมาเยือน..
1. ด้วยเราเชื่อว่า...มีความฝัน เราจึงมีอยู่
ใช่ครับบางครั้งสิ่งที่เป็นอดีตก็มีความหมายในการให้กำลังใจตัวเองในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีทีเดียว