ผมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และไปร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมทำหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๓ ก.ย. ๕๐
ทำให้ผมได้รับทราบว่า มอ.เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมการใช้การประเมินมาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดีเมื่อทำงานได้ครึ่งเทอม หรือ ๑ ๑/๒ ปี (พ.ร.บ. ของ มอ.กำหนดวาระดำรงตำแหน่งอธิการบดี ๓ ปี การประเมินอธิการบดีนี้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔
วัตถุประสงค์ของการประเมิน
(๑) เพื่อให้การปฏิบัติงานของอธิการบดีและรองอธิการบดีได้มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบมากขึ้น
(๒) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบการประเมินองค์การในโอกาสต่อไป
ประเด็นหลักในการประเมิน
(๑) การมีบทบาทชี้นำสังคม
(๒) การสร้างความเป็นเอกภาพ (unity) และศักดิ์ศรี (integrity) ขององค์กร
(๓) การสร้างการเปลี่ยนแปลงและ momentum ในการเติบโตอย่างรวดเร็วขององค์กร
(๔) การนำนโยบายจากสภามหาวิทยาลัยสู่การปฏิบัติ
(๕) การจัดทำแผน นำไปปฏิบัติ และพัฒนาแผน
(๖) การบริหารงานตามแผนที่เสนอไว้
(๗) กลไกติดตามงาน
(๘) การสนับสนุนงานของคณบดี ผู้อำนวยการ ฯลฯ
(๙) การบริหารทรัพยากร
(๑๐) การสื่อสาร
(๑๑) การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตและงานวิจัย
ผมให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า ประเด็นหลักในการประเมินตามที่ประกาศไว้ในปี ๒๕๔๔ มีมุมมองแบบ inside-out ควรเพิ่มประเด็นการประเมินจากมุมมองแบบ outside-in ที่ประชุมจึงเพิ่มประเด็นการประเมินอีก ๓ กลุ่มใหญ่ๆ คือ
(๑) การบริหาร มอ.ในสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก และของสังคมไทย
(๒) บทบาทของ มอ.ในระบบอุดมศึกษาโดยรวม ทั้งของโลก และของไทย
(๓) การพัฒนาวิทยาเขต และระบบการบริหารวิทยาเขต
ในการประชุมคณะกรรมการ เห็นได้ชัดเจนว่า กรรมการมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และการมีงานล้นมือ จึงมีการเสนอความเห็นเรื่องการ outsource งานหาข้อมูล กับการมอบหมายกรรมการบางท่านที่หาข้อมูลเชิงลึกในเรื่องที่ข้อมูลไม่ชัดเจน
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ก.ย. ๕๐