2.Kohia Terrece School
        เป็นโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองโอ๊คแลนด์ จัดการศึกษาในชั้น Year 1-8 มีนักเรียน 370 คน ครู 19 คน  นักเรียนเป็นคนเชื้อชาตินิวซีแลนด์ราว 51% เมารี 2 % จีน 18% อินเดียน 7% เกาหลี 7% และอื่นๆ ทั้งในเอเซียและชาวเกาะ
        ผู้บริหารเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากเป็นโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับรัฐจะจัดสรรงบประมาณให้ซึ่งกำหนดเป็นระดับ 1-10 ตามระดับความยากจน(ระดับ 1คือยากจนมาก ระดับ 10 คือรวยมาก) โรงเรียนนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนค่อนข้างน้อย ซึ่งโรงเรียนสามารถขอรับบริจาคได้ แต่ต้องระบุว่าขอปีละเท่าไร  ก็มีผู้ปกครองบ่นเหมือนกัน  บางครั้งโรงเรียนต้องจัดกิจกรรมที่ต้องระแวดระวังความปลอดภัย เช่น การพายเรือ ก็ต้องขอบริจาคเพื่อฝึกสอนการพายเรือให้ปลอดภัยก่อน เป็นต้น  แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน  แต่ผู้ปกครองก็ต้องจ่ายค่าเครื่องแบบเอง
           โรงเรียนนี้จัดการสอนแบบคละชั้น(รวมชั้น) (
Multi-grade) เช่น Level 1 รวม Year 1 กับ Year 2, Level 2 รวม Year 3 กับ Year 4 เป็นต้น  โดยจัดแบ่งนักเรียนตามความสามารถ  ช่วงเช้าจะจัดกลุ่มสอนตามความสามารถ ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม   เป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีวินัย มีความตั้งใจและแรงจูงใจในการเรียนสูง นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถได้อย่างครบถ้วนทุกด้าน ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับครูและกลุ่มเพื่อน ได้พบกับเด็กนักเรียนไทยคนหนึ่ง ชื่อ เด็กหญิงใบไม้ ที่สามารถเรียนร่วมกับชาวต่างชาติได้อย่างสนุกสนาน
            จุดเด่นของโรงเรียนนี้ คือสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอนคณิตศาสตร์ เช่น การแยกตัวเลขเป็นตัวย่อย เป็นต้น  สามารถคันพบว่านักเรียนถนัดเรื่องใดก็ส่งเสริมพัฒนาให้ก้าวหน้า  ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้  มีโปรแกรมพิเศษให้นักเรียนมีโอกาสได้เรียนมากมาย ทั้งภาษา กีฬา ดนตรี คณิตศาสตร์ และอื่นๆ  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ศิลปะและดนตรีเป็นแกนในการเชื่อมโรงการสอนเรื่องต่างๆ  ภายใต้การดูแลช่วยเหลือของครูอย่างใกล้ชิด 
3.Avondale College
       
เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา(High School) Year 9-13 ในโอ๊คแลนด์  มีครูและบุคลากร 200 กว่าคน นักเรียน 3,000 กว่าคน มีนักเรียนหลายชนชาติ จากภูมิภาคต่างๆเข้ามาเรียนร่วมกันเป็นจำนวนมาก ได้รับทุนสนับสนุนจาก ACE เป็นโรงเรียนที่ผ่านการประเมินจาก ERO ที่สามารถสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี
             จุดเด่นชองโรงเรียนนี้คือ การดูแลเด็กเมารีและภาคพื้นแปซิฟิกรวมทั้งชาติต่างๆได้ดี  จัดกิจกรรมให้นักเรียนเลือกเรียนสนองความถนัดความสนใจได้อย่างหลากหลาย  เน้นการประเมินเข้าสู่อาชีพ  มีทีมบริหารที่ดี  มีการหาข้อมูลเพื่อเพื่อจัดโปรแกรมต่างๆ  มี
Learning Support Unit ช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อน โดยเฉพาะ Home work club ที่จะมีครูเป็น tuterให้รวมทั้งการ Support นักเรียนในเรื่องต่างๆอีกหลายเรื่อง  เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่ดูแลนักเรียนดี จึงเริ่มประสบปัญหาจากการที่เริ่มมีชนหลากหลายเข้ามาเรียนมากขึ้น 
            โรงเรียนมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า ในปี 2008 โรงเรียนจะมีคุณภาพเป็นที่ 11 ของประเทศ  ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ  สิ่งที่น่าสนใจคือ อาคารสถานที่เป็นชั้นเดียวแต่ใช้เป็นเอกประสงค์  กั้นเป็นห้องเล็กห้องน้อยมีอุปกรณ์การเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียน ได้ฝึกอย่างเป็นสัดส่วน เช่น ห้องฝึกดนตรี  ศิลปะ อาชีพ  การละคร ฯลฯ
           โรงเรียนจัดหา
familyให้เป็น homestay ให้แก่นักเรียน  ได้พบกับนักเรียนไทยที่กำลังเรียน Year 11-12 หลายคน เช่น ศศิมา และวรรณวิษา (กทม.)  ฐิติ(ตราด)  ณัฐกิจ(ชุมพร)  นภาพร(เลย)  ชัยศิริ(นครสวรรค์)  และ กฤษณ์(กทม)  จากการสัมภาษณ์นักเรียนไทยบอกว่า ค่ากินอยู่ที่ homestay สัปดาห์ละ 200 เหรียญ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อปี ถ้าเป็นหลักสูตรปกติ 700 เหรียญต่อปี ถ้าเป็นหลัสูตร International คิดเป็นเงินไทยประมาณ 600,000 บาทต่อปี
           ผู้บริหารโรงเรียนบอกว่า  ที่นี่เน้นวิชาการเป็นอันดับ 1 แต่ให้ความสำคัญเรื่อง  ดนตรี  ละคร  กีฬา  โดยเฉพาะดนตรี ไปแข่งขันได้เป็นที่ 1 ของโลกมาแล้ว  แม้โรงเรียนจะไม่ร่ำรวย ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ  แต่ก็สามารถจัดการศึกษาได้ดี  คำนึงถึงวัฒนธรรม  สร้างบรรยากาศที่น่าอยู่น่าเรียน  ทำให้นักเรียนมีความสุขและอยากมาโรงเรียน  มีกิจกรรมการเรียนนอกสถานที่บ่อยๆ
           ครูต้องเป็นผู้นำในสาขาที่รับผิดชอบ เขาพยายามสรรหาคัดเลือกครูเก่งๆจากประเทศต่างๆมาเป็นครูที่นี่  หลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงใหม่ พยายามปรับให้สนองความต้องการของนักเรียนมากขึ้น  รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสอบ
NZQA ใน Year 11,12,13 ด้วย