คะระ + โอเกะ (ว่างเปล่า + ออร์เคสตร้า )

คาราโอเกะ <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="20%" class="MsoNormalTable" align="right" style="background: #f0f5f5; width: 20%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8; padding: 2.25pt"></td></tr></tbody></table><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           คาราโอเกะ เป็นคำย่อมาจาก “คะระ” หมายถึง ว่างเปล่า ปราศจากเสียง และ “โอเกะ” มาจากออร์เคสตร้า พอบวกกัน คาราโอเกะกลายเป็นศัพท์เทคนิค ก็หมายถึงดนตรีประกอบสำหรับนักร้องอาชีพเวลาอัดเสียง ซึ่งต่อมาพัฒนาให้นักร้องสมัครเล่นอย่างเราๆใช้ได้อย่างง่ายดาย   ช่วงเวลาพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2513 โดยชายชาวญี่ปุ่น ชื่อ อิโนะอุเอะ ไดสุเกะ นักเล่นคีย์บอร์ดและไวบราโฟน ซึ่งเล่นดนตรีอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองโกเบ   อยู่มาวันหนึ่งมีลูกค้ามาขอให้อิโนะอุเอะ เดินทางไปช่วยเล่นดนตรีให้ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แต่อิโนะอุเอะงานยุ่งมาก ไม่สะดวกเดินทางไปด้วย จึงบันทึกเสียงดนตรีประกอบลงบนม้วนเทปและมอบให้ลูกค้าคนนั้นไปเปิดร้องเอาเอง ปรากฏว่าผลออกมาเป็นที่พอใจมาก เพราะอิโนะอุเอะจงใจบันทึกเสียงดนตรีให้ผิดจังหวะให้เข้ากับการร้องเพลงที่หลงคีย์หลงจังหวะของลูกค้าคนนั้น   จากนั้นอิโนะอุเอะจึงร่วมมือกับเพื่อนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ ช่างไม้ และช่างทำเครื่องประดับบ้านเพื่อประดิษฐ์เครื่องคาราโอเกะขึ้นมา มีไมโครโฟนและอุปกรณ์ทำเสียงก้อง เรียกว่า “8-Juke” เมื่อหยอดเหรียญ 100 เยนเข้าไปในตู้ เพลงประกอบก็จะดังขึ้นทันที ตอนแรกทีมงานผลิตออกมาเพียง 11 เครื่อง แต่ด้วยความนิยมที่พุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว จึงต้องเพิ่มอีก 10,000 เครื่อง ขณะที่ร้านขายแผ่นเสียงและนักธุรกิจอื่นๆก็ทำตามผลิตกันเกลื่อนกลาดไปทั่ว จนคาราโอเกะกลายเป็นสิ่งยอดนิยมในนครโอซาก้า จากนั้นจึงกระจายไปทั่วโลก รวมถึงที่เมืองไทยด้วย


</p>