ช่วงนี้ไม่มีเวลาเข้ามาโพสต์เพราะว่าหาเวลาว่างไม่ค่อยได้ แต่ก่อนั่นละเมื่อเข้ามาแล้ว ก่อได้นำเรื่องดีๆมาให้ทุกคนได้อ่านกัน วันนี้นึกถึงรายงานเล่มหนึ่งที่เคยทำในปีที่แล้วเกี่ยวกับวัฒนธรรมของคนเมืองเหนือซึ่งจะทำกันเมื่อออกพรรษาเสร็จแล้ว นั่นก่อคือประเพณีการ ถวายสลากภัตร หรือที่แถวๆเชียงใหม่เรียกว่า "ตานก๋วยสลาก" วันนี้ก็เลยขอยกการทำบุญตานก๋วยสลากของหมู่บ้านเปาสามขามาให้ได้อ่านกัน เพราะในรายงานนี้จะแฝงไปด้วยภูมิปัญญาต่างๆมากมายอะ...เริ่มกันเลยนะ
บ้านเปาสามขาเป็นบ้านที่มีจำนวนประชากรขนาดกลาง จึงมีประเพณีต่าง ๆมากมาย หนึ่งในประเพณีเดือนสิบสองของหมู่บ้าน ก็คือ ประเพณีตานก๋วยสลาก ซึ่งส่วนมากจะจัดกันขึ้นในเดือนเกี๋ยงเหนือ หรือเดือนตุลาคมของปฏิทินสากลบ้านเรา การตานก๋วยสลากหรือการ “กิ๋นสลาก” ของบ้านเปาสามขา ส่วนมากจะจัดทำแบบ 5 – 10 ปี มีหนึ่งครั้ง เพราะการ “กิ๋นสลาก” นั้นถือว่าเป็นงาน น้องๆงานปอยหลวง เพราะจะต้องมีการตกแต่งดาที่บ้านของใครของมัน ในอดีตในวันดานั้นญาติพี่น้องของเราจะมาช่วยกันตกแต่งต้น “ครัวตาน” มีการ“ฮอม” หรือการร่วมทำบุญด้วย ในงานนั้น ถ้าใครมีญาติพี่น้องเยอะก็จะต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร เครื่องดื่มต่างๆไว้คอยรอถ้า เมื่อถึงวัน”ตาน” ก็จะช่วยกันยกต้น”ครัวตาน”ไปที่วัด การทำใบสลากนั้นในสมัยก่อนนั้นจะนำเอาใบลานมาทำเป็นเส้นสลากแต่ปัจจุบันจะเขียนลงบนแผ่นกระดาษเมื่อนำเอาต้นสลากหรือต้นครัวตานไปรวมกันไว้ที่วัดแล้วเส้นสลากก็จะถูกนำไปกองรวมกันไว้ ในวิหารหน้าพระประธานเมื่อเสร็จพิธีกรรมทางศาสนาแล้วเส้นสลากจะถูกนำมาแบ่งสัน ปันส่วนกันไปในหมู่ของพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มาจากวัดต่างๆรูปละ 5 เส้น 10 เส้นบ้างแล้วแต่กรณีส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งให้วัดที่เป็นเจ้าภาพก่อนจะถึงเวลาเพลพระสงฆ์ก็จะนำเอาเส้นสลากไปอ่านโดยเริ่มจากเจ้าอาวาสก่อนจะมีการเรียกชื่อหาเจ้าของสลากนั้นๆ ว่านั่งอยู่ที่ใดเมื่อพบแล้วจะมีการให้ศีลให้พรมีการหยาดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้กับผู้ที่ล่วงลับเป็นเสร็จพิธี <p> ต้นสลาก หรือต้นครัวตาน ถือว่าภูมิปัญญาของชาวบ้านที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อเป็นการทำบุญไปหาญาติพี่น้องหรืออุทิศไปผู้มีอุปการคุณที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่แทนที่จะถวายพระสงฆ์ในรูปของปัจจัยธรรมดา คนอดีตกลับคิดค้นวิธีที่ทำให้การถวายทานนั้นมีความสวยงาม และพร้อมไปด้วยพลังอันน่าทึ่ง เพราะการทำต้นครัวตานนั้น ต้องใช้เวลาและความคิดอันจะตกแต่งให้ต้นครัวตานออกมาสวยงาม และเมื่อถวายกับพระสงฆ์ไปแล้ว ก็จะทำให้ทั้งผู้รับและผู้ถวายรู้สึกแช่มชื่น รู้สึกอิ่มบุญไปด้วย ต้นครัวตานคือวัสดุชนิดหนึ่งที่ทำมาจากใบหญ้าคา โดยมีวิธีกรรมการทำที่คิดค้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ต้นครัวตานมักทำเป็นต้นครัวตานที่สูงใหญ่สำหรับที่จะนำเอาวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ผูกมัดติดกับต้นครัวตาน เช่น ถ้วย ชามช้อน ร่ม อาหารแห้งต่างๆ และเงินที่เป็นธนบัตรชนิดต่างๆแล้วประดับให้สวยงาม</p><p>วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ แล้ววันต่อไปจะมาต่อในตอนที่สองครับ</p>
ขอบคุณบันทึกนี้ครับ
อ่านแล้วนึกถึงบ้านเกิดที่เชียงราย นึกถึงตอนเด็กๆ
อืม อ่านแล้วทำให้คิดถึงเมื่อปีที่แล้ว บรรยากาศตอนนั้นสนุกดี ยิ้มแย้มกันทั่วหน้า และที่สำคัญรู้สึกชุ่มชื่นใจเมื่อได้ทำบุญไปแล้ว อิ่มบุญๆๆๆๆๆๆๆสาธูติ (สาธุ+อิติ แปลว่า อ.ดีละ ดังนี้) ฮิๆๆๆๆๆๆแปลบาลีสะเลย
ต้วข้าพเจ้าพัฒนา ไม่เคยรู้เลยว่างานตานสลากนั้นมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนค่ะเพราะไม่ได้อยู่บ้านเป็นเวลานานพอได้มาอยู่บ้านและมีงานที่บ้านถึงได้รู้ว่าเป็นอย่างไรงานช้างทีเดียวค่ะ แต่ก็เป็นงานที่น่าจะทำเป็นประเพณีตลอดดไป เพราะเป็นงานที่รวมน้ำใจ การสามัคคีในชุมชน เป็นการแสดงให้เห็นในทุกๆด้านของชุมชน
1. คนจนมีน้อยลง
2. คนจนขี้อาย(ไม่กล้าแสดงตน)
3. คนรวยไม่อยากทำทานกับขอทาน เพราะขอทานบางคนมีครบ 32 องคะ(องค์) แต่ไม่ยอมทำงานหาเลี้ยงชีวิตนอกจากขอเขากิน
1. ของที่ให้ เป็นของดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้รับ
2. ผู้ให้ ให้ด้วยความยินดีและเต็มใจ
3. ผู้รับ รับด้วยความยินดีและเต็มใจ
สวัสดีเจ้าวันนี้ได้มาเยี่ยมของกลุ่มทาเหนือเห็นเขียนเรื่องการตานสลาก ถ้าผู้ใดอยากเห็นของจริงว่าการตานสลากนั้นอย่าใดเชิญมาแอ่วที่วัดห้วยแก้ว ตำบลห้วยแก้ว ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2550 แต่วันที่เท่าไหร่ยังมิได้กำหนด แต่มีแน่เจ้า
งานกินก๋วยสลากของบ้านห้วยแก้วกลุ่มทาเหนือจะไปร่วมทำบุญเพาะว่าอยากไปร่วมทำกิจกรรมและได้อ่านเส้นสลากด้วยคงจะสนุกดี
อิอิ…….ปีนี้บ้านผมมีสลากด้วย ถ้างัยเชิญพี่น้องชาวแม่ออนทุกคนและเพื่อนๆร่วมสถาบันไปร่วมทำบุญที่บ้านผมได้นะครับ ต้อนรับด้วยความเต็มใจครับ เอ้า………พวกเรามาทำบุญด้วยกันนะ……สาธุ
พวกเรามาทำบุญกันเยอะๆๆนะครับ เพื่ออนาคตข้างหน้าบุญนั้นจะส่งผลให้เราครับ……“บุคคลหว่านพืชเช่นไรย่อมได้ผลเช่นนั้น คนทำได้ย่อมได้ผลดี คนทำชั่วย่อมได้ผลชั่ว” สาธุ…………….
สาธุ…..สาธุๆๆๆๆๆ………ปุญฺญํ สุขํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ. แปลว่า บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต……..
แจ้งตานสลาก บ้านห้วยแก้ว หมู่ที่ 5 มีในวันที่ 11พฤศจิกายน 2550 ถ้าใครอยากเห็นภูมิปัญญาท้องถิ่นก็เชิญเจ้าแล้วมาอ่านเส้นด้วยกัน