หลักประกันของซีวิตไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สมบัติหรือฐานะที่ร่ำรวยอย่างที่ใครๆเข้าใจ!

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นละครชีวิตของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการงานแต่กลับต้องแลกกับสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า...กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินแก้!!
(เรื่องนี้ยาวพอสมควรผมจะทะยอยเขียนให้จบเร็วๆ)

                                           (1)
ณ ที่ทำงานบริษัท (โอรัส) ประเทศเอมิเรตส์
นักธุรกิจหนุ่มวัยกลางคนกำลังนั่งมองท้องฟ้าสีคร้ามบนเก้าอี้ที่ทำงานริมหน้าต่างกระจกใสที่บริษท(โอรัส)...อยู่ริมทะเล...
ใจกลางเมืองหลวงประเทศ แอลจีเรีย...มองเมฆที่กำลังลอยผ่านไปต่อหน้าเขา...ด้วยความเคืองและไม่พอใจที่เมฆนั้นปิดบัง
พระอาทิตย์ทำให้ไม่สามารถส่องสว่างได้ทั้งที่ยังไม่ได้ลับไปขอบฟ้า...ทำให้ต้องอยู่ในอย่างไร้ซึ่งความสว่างและมืดมิด..
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มย้อนกลับไปนึกถึงชีวิต
ของตัวเอง...ช่างเหมือนกับเมฆเหลือเกิน! ...ที่ล่องลอยไปกับการทุ่มเทให้กับการงาน...ความร่ำรวย...ชื่อเสียง...วางเส้นทางการเดินของชีวิตตามหลังสิ่งเหล่านี้
โดยไม่มีเวลาที่จะพักผ่อน...ทุ่มเทมาทั้งชีวิตเพื่อแสวงหาความร่ำรวย...ชื่อเสียง..ไปทั่วทุกมุมโลก....
จนกลายมาเป็นเศรษฐีเงินล้าน...เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง
โด่งดังไปทั่ว...
เขายังคงจำได้เสมอมาว่าวันเวลาที่เขาทุ่มเทให้กับการงานมากเป็นหลายๆเท่ากับเวลาที่ให้กับภรรยาและลูก!.....!!
2
นักธุรกิจหนุ่มได้ไปยืนอยู่หน้ากระจกแล้วมองตัวเอง...เขามองตัวเองด้วยความรู้สึกที่แปลกๆเสมือนกับเป็นครั้งแรกในชีวิต...
แล้วเขาก็เรื่มตั้งคำถามมาต่างๆนานา
อะไรกันนี่เส้นผมสีขาวมาจากไหนกันปกคลุมศรีษะของฉัน!!...ใครกันที่เป็นคนเอามาให้ฉัน?!...เ
มื่อไหร่กันนะ...?...รอยบนใบหน้าฉันนี่ก็เหมือนกัน...!?
หน้าตาที่เนียนเรียบที่เป็นหนุ่มที่ฉันรู้จักหายไปไหนกันนะ?...
ใครกันนะ...ที่ขโมยเอาทั้งความหนุ่ม...กระตือรือร้นไปจากชีวิตฉํน...จริงสินะ...มันคือวันเวลา...อายุ....

ที่ผ่านไปหลายๆปีนั่นเอง..แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็เริ่มไตร่ตรองชีวิตตัวเองที่ผ่านมาอย่างจรืงจัง:
...วันเวลาได้เอาความหนุ่ม...ความแข็งแรง...กระตือรือร้นไปจากชีวิตของฉัน
...แล้วฉันได้ทำอะไรไปกับวันเวลาทีสูญเสียไปมากนี้บ้างนะ....
แล้วได้อะไรกลับมาบ้างแล้วนะ...?!!ฉันได้รวบรวมทรัพสมบัติมาทั้งชีวิต...สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง...

จนกระทั่งได้กลายเป็นมหาเศรษฐี...มีครอบครัวที่เป็นสุข...มีภรรยาที่แสนสวย...ลูกชายที่กำลังแตกหนุ่ม...ที่จะสารต่อจากฉันในอนาคต...
หากแต่....อาาาห...นานแค่ไหนแล้วนะ
ที่ฉันไม่ได้อยู่กับครอบครัวที่รักของฉัน...ฉันคิดถึงพวกเขาเหลือเกิน...อยากอยู่ข้างๆในตอนนี้จริงๆ...
อาาาาฮ.....ฉันได้บกพร่องกับพวกเขามากเหลือเกิน...
ฉันมีเวลาให้กับพวกเขาน้อยเหลือเกิน...นั่นก็เพราะต้องทุ่มเทให้กับงานแท้ๆ...
ยิ่งธุรกิจแบบนี้ด้วยแล้วเป็นธรรมดา....หลังจากนี้ฉันจะกลับไปชดใช้วันเวลาที่ผ่านไป
ให้กับพวกเขาในทุกๆนาทีที่พวกเขาต้องการฉัน...
ให้คุ้มค่ากับที่อดทนมานาน..แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็ระลึกถึงลูกชาย....
อาาาาฮ...ลูกชายเราเรียนอยู่ปีไหนแล้วนะ....
เขาไม่แน่ใจว่าอยู่ปีสุดท้ายเอกวิศวะหรือปีที่3กันนะ.....!?...แต่ที่สำคัญลูกชายเขากำลังเรียนอยู่วิศวะ..?!แล้วนักธุรกิจหนุ่ม
ก็ได้กล่าวกับตัวเอง
...สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว....เพราะวันเวลาที่ผ่านไปนี้ได้จบลงแล้ว...ต่อจากนี้ไป...
จะเป็นเวลาที่เราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา...พักผ่อนกับครอบครัวที่
แสนอบอุ่น...
เพราะหลังจากนี้ไม่กี่ชั่วโมงเครื่องบินจะออกและนำตัวเขากลบไปยังประเทศและครอบครัวที่รอคอยเขาอยู่.....!
ที่นั่นเขาจะได้พบกับภรรยาที่รักของเขา
และลูกชายสุดที่รัก...แล้วเขาจะได้รับรู้ทุกๆเรื่องเกี่ยวกับการเรียนของเขา..
แล้วก็จะยื่นให้ลูกมารับช่วงต่อทุกอย่างจากเขา...
แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็ได้วาดความฝันต่างๆ
นานาเสมือนกับได้ล่องลอยไปกับจินตนาการแห่งความฝันที่แสนสุขไปกับครอบครัว...
จากที่ขาดหายไปนาน....อาาา..เขาฝันถึงการโอบกอดลูกชายในอ้อมแขนเขาพร้อมๆกับการหลั่งน้ำตา
ด้วยความดีใจ...
และวาดฝันถึงการอยู่ด้วยกันกับครอบครัวที่เพียบพร้อมในทุกๆสิ่ง.....
3

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น...ในห้องทำงานส่วนตัวของนักธุรกิจหนุ่ม...สายมาจากอียิปส์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง...
คนที่โทรมาคือพี่ชายของเขานั่นเอง...
แล้วเขาก็ได้ฟังพี่ชายเขาบอกว่า...!?
พี่ชาย:..รีบกลับมาด่วน...ภรรยานายอยู่ในอาการโคม่า...เร็วๆอย่าล่าช้าเดี๋ยวอาจจะไม่ทันการ! ....เกิดอุบัติเหตุรถชน..?!
และเธอตอนนี้อาการหนักมาก?!

นักธุรกิจหนุ่มพูดด้วยความอาการตื่นตระหนก:รีบขนเธอไปขึ้นเครื่องเพื่อรับการรักษาในโรงพยายาลที่ยุโรปทันทีด้วยค่าใช้จ่ายของฉันเอง..
ขอแค่เธอรอดก็พอ!!

พี่ชายจึงตอบกลับไปว่า: แพทย์ที่นี่ก็เหมือนกับที่ยุโรปแหละเอาเป็นว่านายรีบกลับบ้านด่วนที่สุด ให้รีบกลับตอนนี้เลยและเร็วที่สุดด้วย.!!!
พุดจบพี่ชายก็วางหูทันที...นักธุรกิจหนุ่มก็ร้องไห้ออกมาด้วยความกังวลใจทันที...ความฝันที่ได้วาดไว้ล้มสลายไปทั้งหมด...
ทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ด้วย!
เป็นครั้งแรกที่นักธุรกิจหนุ่มต้องหลั่งน้ำตาออกมา...รู้สึกถึงความผิดหวัง...แต่ทำไมจะต้องเป็นแบบนี้ด้วย...เ
ขาพร้อมที่จะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ขอเพียงให้เธอปลอดภัย
..แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็เดินทางกลับประเทศอียิปส์ทันที...
ณ สนามบินอียิปส์....นักธุรกิจหนุ่มได้พบกับพี่ชายของเขากำลังรอเขาอยู่...ซึ่งไม่ได้พบกันมาหลายปี...
เขาไม่สามารถที่จะไปเยี่ยมพี่ชายเขาเลยตลอดระยะเวลา
หลายๆปีที่ผ่านมา...อันเนื่องมาจากการงานที่มากมาย....
ณที่ตรงนั้นทั่งสองคนก็ไดพบกันและทักทายกันฉันท์พี่น้อง...และนักธุรกิจหนุ่มก็ได้ถามพี่ชายถึงภรรยาทันที...

นักธุรกิจหนุ่ม:ภรรยาฉันเป็นอย่างไรบ้าง?!...พี่ชายของเขาได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและอึดอัดใจว่า
พี่ชาย:เข้มแข็งไว้นะ...ภรรยานายได้เสียชีวิตจากการทนบาดแผลไม่ไหวแล้ว...!!?เมื่อได้ฟังเช่นนี้แล้ว นักธุรกิจหนุ่มก็ร้องไห้...แล้วก็ร้อง...แล้วก็ร้อง......ในอ้อมแขนของพี่ชายโดยที่พี่ชายคอยปลอบใจเขา...
ณ ที่ตรงนั้นเอง...นักธุรกิจหนุ่มได้รู้สึกถึงความอบอุ่น
อ่อนโยน..ความรักและความห่วงใยจากพี่ชาย....
นักธุรกิจหนุ่มจึงนึกหวนกลับไปและนึกอยากที่จะกลับไปเป็นเด็กอีกสักครั้งจะได้โอบกอดพี่ชายของเขาอย่างนี้อีกนานๆ

หลังจากผ่านไปสักพัก...นักธุรกิจหนุ่มตั้งสติดีขึ้นมาที่ละนิดๆ...แล้วจึงได้ถามพี่ชายของเขาว่า...
นักธุรกิจหนุ่ม: แล้วตอนนี้ภรรยาฉันอยู่ที่ไหน
พี่ชาย: อยู่ที่ห้องชันสูตรศพที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบบาดแผล...
ซึ่งความจริงก็พร้อมที่จะทำพิธีฝังศพแล้วแต่ฉันได้ขอให้รออีกนิดจนกว่านายจะกลับมา...
เพื่อ
จะได้อำลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย.....แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็กล่าวด้วยความเจ็บปวดใจว่า
นักธุรกิจหนุ่ม:ลูกชายฉันล่ะ...ฉันไม่เห็นเขามาด้วยเลย?
พี่ชาย:เขาไม่สะดวกที่จะมาด้วยนะ
นักธุรกิจหนุ่ม:น่าสงสารเขาจริงๆ...เขาต้องเสียใจปวดใจมากแน่ๆ....

( 4 )

นักธุรกิจหนุ่มก็เดินทางออกจากสนามบินพร้อมกับพี่ชายของเขาตรงไปยังรถยนต์ยองพี่ชายเพื่อเดินทางกลับ...ระหว่างทาง..
ภายในรถเงียบสงัด...ไม่มีเสียงพูดคุย
...ต่างคนต่างเงียบ...ไม่มีการสนทนา...ทำให้นักธุรกิจหนุ่มเกิดความระแวงใจและนึกถึงภรรยา...
เรื่องราวในอดีต...ในช่วงเวลาแห่งการแต่งงาน...ในวันนั้นภรรยา
ของเขาสาวสวยวัย25ปี...และตัวเขานั้นย่างเข้า40ปี....
เป็นช่วงของการเริ่มต้นของการไขว่คว้าหาทรัพย์สมบัติ...ชื่อเสียง...ภรรยาของเขาชั่งมีความอดทนเหลือ

เกินในการที่เขาจะต้องเดินทางเป็นเวลานานๆ....ในช่วงเวลาที่เขาหายไปจากบ้าน...ไม่เคยซักถามเขาเลยซักครั้งว่า...
ทำไมวันนี้ถึงได้กลับดืกนัก...หรือไปไหนมา...
เธอไม่เคยถามเขาเลยซักครั้งตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา...!!
ขาเองก็ไม่เคยมีความรู้สึกเลยว่าตัวเขานั้นต้องรับผิดชอบภายในบ้านหรือครอบตรัว...หรือแม้กระทั่งต่อ
ภรรยาของเขาเอง...
อาาาฮฺ...ถ้าเขาสามารถสูญเสียทั้งหมดเพื่อแลกกับการกลับมาของภรรยาก็คงจะดี...แต่ว่าทุกอย่างสายไปเสียแล้ว..!! ในส่วนของพี่ชายนั้น...

กำลังคิดหาทางเพื่อที่จะบอกในสิ่งที่ไม่คาดฝันและเกิดขึ้นจริงๆให้น้องชายตัวเองทราบ....รถได้วิ่งมายังทางแยก...
แล้วพี่ชายก็เลี้ยวรถตรงไปทางบ้านของตัวเองทันที
แทนที่จะกลับไปยังบ้านของนักธุรกิจหนุ่ม!!...นักธุรกิจหนุ่มรู้สึกแปลกใจจึงถามขึ้นมา:
นักธุรกิจหนุ่ม: เป็นอะไรไปนะ บ้านฉันไปทางอีกฝั่งหนึ่งนะ?
พี่ชาย:เราจะกลับไปบ้านของฉันก่อนนะ แล้วฉันจะไปส่งนายที่บ้านให้ทีหลัง...พี่ชายของนักธุรกิจหนุ่มทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ทีโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง...นักธุรกิจหนุ่มไม่เคยมีความคิดที่จะช่วยพี่ชายตัวเองเลยซักครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา...เพื่อเสริมให้มีรายได้ลดภาระที่หนักให้น้อยลง...บางที่เขาอาจจะคิดว่าพี่ชายของเขาคงจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือนี้ก็เป็นได้...หรืออาจจะคิดว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นต้นทุนเพื่อหมุนเวียนสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ...คงจะดีกว่าที่จะเอาไปช่วยพี่ชายแล้วเงินไม่ขยับขยาย....!!นักธุรกิจใหญ่ๆจะมีความคิดที่เป็นอย่างนี้ซะส่วนใหญ่...
ตัดขาดจากสายใยแห่งครอบครัว..ญาติพี่น้อง...เพื่อให้ได้
มาซึ่งทรัพย์สมบัติและชื่อเสียง...!!
แล้วนักธุรกิจหนุ่มก็เดินเข้าไปยังบ้านของพี่ชาย....ครั้งแรกตลอดระยะเวลาหลายๆปีนที่เขาได้เข้าไปยังบ้านของพี่ชาย...
ได้เห็นสภาพของบ้านตกแต่งง่ายๆ...
เป็นบ้านเก่าๆธรรมดา...และโทรมในสายตาของนักธุรกิจหนุ่ม...สภาพบ้านแสดงให้เห็นถึงความขาดแคลน...ยากจน...ก่อให้เกิดความรู้สึกสงสาร...นักธุรกิจหนุ่มจึงคิดขึ้นมาว่า....
ทำไมนะเราถึงไม่มีความคิดที่จะให้ความช่วยเหลือพี่ชายที่กำลังลำบากอย่างนี้
ด้วยทรัพย์สินอันมากมายของเรา...แล้วทั้งสองคนก็เข้าห้องหนึ่ง...พร้อมกับล๊อคประตูห้อง...!นักธุรกิจหนุ่มก็รู้สึกแปลกทันทีและมีความรู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องที่หนักหนากว่าการสูญเสียภรรยาที่รักแน่ๆ...!!
จึงกล่าวแก่พี่ชายอย่างรีบเร่ง
ว่า:
พี่...ฉันรู้สึกว่าเหมือนจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่หนักหนากว่าเรื่องของภรรยาฉันเสียอีก...ได้โปรดเล่าให้ฉันฟังมาให้หมดเถอะ..
และขออย่าได้ปิดบังฉันอีกเลย!

พี่ชายจึงกล่าวตอบไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและเสียใจว่า:เราสองคนในตอนนี้ยืนอยู่ในจุดที่ไม่มีใครจะอิจฉาริษยาใครได้...
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เราจะต้องให้ความคิดใตร่ตรอง
ให้ดี..ยึดมั่นในความเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างมาก!!...
แล้วเขาก็เงียบซักครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า...

พี่ชาย:เรื่องที่เกิดขึ้นนี้หนักหนาสาหัสมาก....เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน...แทบไม่อยากจะเชื่อเลย!!..นายตำรวจท่านหนึ่งได้โทรศัพท์มาหาฉัน...และได้เชิญฉันไปพบอย่างเร่งด่วน...ฉันพยายามที่จะทราบสาเหตุการเรียกฉันไปพบในครั้งนี้แต่ก็ไร้ความหมาย...
และแน่นอนว่าฉันได้พบนายตำรวจผู้นั้นที่สถานี...และ ณ ที่นั่น

ฉันได้พบและได้เห็นและได้ฟัง...ซึ่งหากเป็นไปได้ขออย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย...แต่ก็เป็นไปแล้ว...!
ฉันได้พบกับลูกชายของนายนั่งจับเข่าอยู่บนพื้นมุมห้องสอบสวน...
เสื้อผ้าขาดรุงรัง..เปื้อนด้วยเลือด..!
อยู่ในอาการที่เหม่อใจลอย..และเศร้า..!!!หัวใจฉันแทบจะหยุดเต้น...!! แล้วฉันก็ได้ถามนายตำรวจไปว่า:

พี่ชาย:เกิดอะไรขึ้น...!?..ทำไมถึงเป็นแบบนี้...แต่นายตำรวจก็ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร...แล้วฉันก็มองไปยังลูกชายของนาย....เ
ขาก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น...แล้ว
เขาก็โถมใส่เข้ากอดฉันและร้องไห้ออกมาทันที!!!...แล้วฉันก็ยังคงปล่อยให้เขาร้องไห้ต่อไปเรื่อยๆสักพัก...โดยที่ฉํนยังคงกังวลใจอยู่มาก...แล้วฉันก็ได้ถามลูกชายของนายไปว่า:เกิดอะไรขึ้น?เธอทำอะไรไปหรือเปล่า?!
แล้วลูกชายเธอก็ร้องไห้อีกและก็ไม่ได้ตอบอะไร!..และฉันก็ได้ถามอีกเป็นครั้งที่สอง..สามและสี่...
แต่ไม่มีคำตอบ...เขาก็ยิ่งร้องหนักเข้าไปอีก.!
นายตำรวจเองก็ไม่ได้พูดอะไรให้ฟังเลย...ฉันจึงย้อนคำถามไปยังนายตำรวจคนนั้นและได้คำตอบที่...ฉันแทบ

จะไม่เชื่อหูของตัวเอง...!!! นายตำรวจตอบกลับมาว่า...: หลานของคุณติดยา..แล้วฆ่าแม่ตัวเอง!!...
เมื่อได้ฟังเช่นนี้...นักธุรกิจหนุ่มถึงกับร้องออกมาพร้อมกับน้ำตาหนองหน้าว่า:จบสิ้นแล้ว...ชีวิตฉันจบสิ้นหมดแล้ว...!!!คิดไปต่างๆนานา..
ไม่น่าเชื่อ..เป็นไปไม่ได้
...ลูกเราจะฆ่าแม่ที่ทั้งเอ็นดูและรักเขามากขนาดนั้นได้ยังงัย!?...
แล้วพี่ชายก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อว่า
..:ลูกชายนายได้แทงท้องของคุณแม่ไปหลายแทง..แทงไป
จนกระทั่งเสียชีวิต...จากนั้นก็วิ่งไปยังสถานีตำรวจและพูดไปสองประโยคคือ:
ฉันชื่อนาย หนึ่ง ลูกของนาย สอง (นามสมมุติ)...ได้ฆ่าแม่ตัวเองด้วยมีด!!...
และก็ไม่ตอบคำถามที่ตำรวจซักถามอีกเลย...ตำรวจจึงทำการค้นตัวและพบเฮโรอีน1ซอง...!!และได้มีการตรวจสอบชันสูตรศพ..และทำพิธีฝังศพในเวลาต่อมา!!
นักธุรกิจหนุ่มจึงได้กล่าวออกไปอย่างหน้าสงสัยพร้อมทั้งน้ำตาหนองหน้าว่า..:แล้วทำไมเขาต้องฆ่าเธอด้วย...ทั้งที่เธอทั่งเอ็นดู...
อ่อนโยนและรักเขามากขนาดนั้น?!

พี่ชาย: นี่แหละที่ยังเป็นปริษนาที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ในขณะนี้...บางที่นายอาจจะได้รับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง...เมื่อนายไปพบเขาด้วยตัวเองก็ได้!!!...