สกู๊ปบันเทิง : “ลียองเอ” ใช้ลิ้นจนได้ดี สาววัย 34 ปี ยังแจ๋ว
 
สกู๊ปบันเทิง : “ลียองเอ” ใช้ลิ้นจนได้ดี สาววัย 34 ปี ยังแจ๋ว
ตามคำเรียกร้องของแฟน ๆ บันเทิงเดลินิวส์ ที่เขียนจดหมายเข้ามาถึงเรา บอกว่าอยากจะรู้จักผู้หญิงที่ใช้ลิ้นจนได้ดีให้มากขึ้น มีหรือเราจะขัดใจท่านผู้อ่าน ทีมบันเทิงเดลินิวส์จึงไม่รอช้า รีบหาข้อมูลจัดให้ท่านผู้อ่านทันที

“ลียองเอ” สาววัย 34 ปี ถือกำเนิดเกิด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2514 ซึ่งสิ้นเดือนนี้เหล่าแฟนคลับทั้งบ้านเราและที่เกาหลี เตรียมส่งการ์ดความสุขให้เธอกันอย่างกระตือรือร้น ดูอายุอานามแล้วไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาเธอจะยังเอ๊าะได้ขนาดนั้น เธอจึงได้ฉายา “ดาราหน้าเด็ก” และไม่แปลกที่มีแต่คนติดต่อเธอให้เป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องสำอางอยู่บ่อย ๆ

ลียองเอ มาจากครอบครัวที่อบอุ่น สมัยเด็กเธออาศัยอยู่แถวชานเมืองกรุงโซล ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัยเด็กที่น่าจดจำ ด้านการศึกษาของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา ขอบอกว่าเธอจบการศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซุงอาง และปริญญาตรีที่ฮันยาง ลียองเอ ถือว่าเป็นดาราที่มากความรู้จริง ๆ เพราะทางด้านภาษา เธอก็สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษาเลยทีเดียวคือ เกาหลี, อังกฤษ, เยอรมัน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเธอเก่งมาก ๆ ถือว่าเป็นชาวเกาหลีเพียงไม่กี่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องเลยทีเดียว

เมื่ออายุ 14 ปี ลียองเอ เริ่มเข้าวงการบันเทิงด้วยการถ่ายโฆษณาช็อกโกแลตชิ้นแรก กับพระเอกชื่อดัง “หลิวเต๋อหัว” ส่วนงานการแสดงของเธอเริ่มต้นเมื่อปี 1993 กับผลงานทางจอแก้วเรื่องแรก “Family S Husband How” แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นไม่นานเธอก็กลับมาสร้างชื่อได้สำเร็จจาก “Western Palace” และ “love And Marriage” ก่อนที่จะก้าวไปเล่นภาพ ยนตร์เรื่องแรกในปี 1996 ในเรื่อง “Inch ’Alla”

ในปี 2000 ลียองเอ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงแถวหน้าของแดนโสมได้อย่างภาคภูมิใจ และถือว่าเป็นปีทองของเธอเลยทีเดียวก็ว่าได้ จากละครเรื่อง “love As Fireworks” ซึ่งละครเรื่องนี้ได้เข้ามาฉายในบ้านเราด้วยทางช่อง 7 สี โดยมีชื่อภาษาไทยว่า “ไฟรักกลางใจ” ในปีเดียวกันเธอยังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง “Joint Seeurity Area” ที่ทำรายได้อย่างมหาศาลในเกาหลี
ความดังของเธอไม่หยุดเพียงเท่านั้น ในปี 2001 เธอมา พร้อมกับภาพยนตร์ เรื่องเศร้า ที่เรียกน้ำตาคนดูได้อย่างท่วมท้นใน “Last Present” และตามมาอีกหนึ่งเรื่องคือ “One Fine Spring Day” หนังทั้งสองเรื่องของเธอนั้น ทำรายได้เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว

จากนั้นไม่นานเธอตัดสินใจรับละครอีกหนึ่งเรื่องนั้นก็คือ “แดจังกึม” ซึ่งละครเรื่องนี้กำลังฮิตติดชาร์ตทำเรตติ้งถล่มทลายให้กับทางช่อง 3 ในขณะนี้ และก่อนที่ละครเรื่องนี้จะมาฉายในบ้านเรานั้น ที่เกาหลีเอง ในละครเรื่องเดียวกัน “แดจังกึม” ถือเป็นซีรีส์อันดับหนึ่งที่มีคนดูมากที่สุดในประวัติการณ์เลยก็ว่าได้

“แดจังกึม” จอมนางแห่งวังหลวง ละครที่ทำให้เรารู้จัก ลียองเอ นั้น สร้างจากเรื่องจริงตามประวัติศาสตร์เกาหลีสมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งการเข้ามารับบทเป็น “แดจังกึม” ของ ลียองเอนั้น เธอได้เปิดใจไว้ว่า “ตอนที่ตกลงรับเล่นละครเรื่องนี้ รู้สึกกลัวและกังวลมาก เพราะอายุตัวเองกับตัวละครแตกต่างกันค่อนข้างมาก คือตอนนี้ตัวเองก็อายุ 34 แล้ว แต่ตัวละครเพิ่งจะ 18 เลยกลัวว่าจะแสดงเป็นเด็กสาววัยรุ่นได้ไม่สมบทบาท”

และข่าวล่ามาเร็วบอกว่าเมื่อไม่นานมานี้ เธอถูกทาบทามจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศจีนให้เล่นภาคต่อของละครเรื่องนี้ แต่เธอและดารานำหลายคนได้ปฏิเสธไป ถือว่าเป็นข่าวเศร้าของบรรดาแฟนคลับเป็นอย่างมาก
ที่นี้เรามาดูกันถึงรางวัลที่การันตีความสามารถของเธอกันดีกว่า ลียองเอ เริ่มต้นกวาดรางวัลเข้าบ้านตั้งแต่
ปี 1991 กับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม ของสถานี KBS

ปี 1994 เธอได้รับรางวัล Beat new comer ของสถานี SBS

ปี 1995 ได้รางวัลดารายอดเยี่ยมของสถานี MBC

ปี 1997-1998 ได้รางวัลดารายอดเยี่ยมของสถานี SBS 2 ปีซ้อน

ปี 2001 ในเทศกาลหนังปูซาน ได้รับรางวัลสาขาดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม

ปี 2003 ได้รับรางวัลดารายอดนิยม ของสถานี MBC

ปี 2005 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เธอได้รับรางวัลดารานำฝ่ายหญิงจากภาพยนตร์เรื่อง Sympathy For Lady Vengeance ของ Blue Dragon Awards

ส่วนเรื่องความรัก เธอมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับนายแพทย์หนุ่มประจำโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงโซล และมีกระแสซุบซิบออกมาหนาหูว่า ความรักของเธอครั้งนี้ถึงขั้นเตรียมงานวิวาห์ แต่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ ก็ออกมาปฏิเสธถึงข่าวที่เกิดขึ้น

และด้วยความแรงของลียองเอ ที่มาชนะใจคอละครเกาหลีในเมืองไทย ล่าสุดทางช่อง 3 เอาใจแฟนคลับอย่างเต็มที่ จากเดิม “แดจังกึม” ออกอากาศทุก ๆ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.30-20.00 น. แต่ล่าสุด คุณประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กใหญ่แห่งช่อง 3 สั่งเพิ่มเวลา อีกครึ่งชั่วโมงเป็น 18.00-20.00 น. งานนี้แฟน ๆ ลียองเอ ยิ้มร่า เพราะได้ชมเต็มอิ่มจุใจ กันแบบ 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ.

“กาญจนา สิทธิเม่ง : รายงาน”