เพ้ออีกแล้ว......... "The Root of Knowledge is in Nature; without Root, it is Fruitless."

สวัสดีครับทุกท่าน

          ได้เวลามาตั้งคำถาม เพื่อสนองต่อ  กระดาษทดของฉัน ที่เคยเขียนไว้นะครับ

วันนี้จะตั้งคำถามชวนคิดเรื่อง ปรัชญาธรรมชาติเลี้ยงธรรมชาติ แล้วให้ท่านผู้่อ่านนำไปคิดดูว่าจริงๆ ไหมครับ ว่าเป็นการปล่อยให้ธรรมชาติเลี้ยงธรรมชาติหรือเปล่าครับ

  • ต้นไม้ในป่า  หน่อไม้ในป่า พืชผักผลไม้ในป่า ใครให้ปุ๋ยเธอๆ เหล่านั้นครับ  มีใครไปซื้อปุ๋ยแอบไปใส่หรือเปล่าหนอเธอ....

  • ปลาในสระ คูคลอง หนองบึง  ใครให้อาหารเธอเหล่านั้นหรือครับ เห็นจับปลาในคลอง สระ แต่ละครั้ง แต่ละตัวพีๆ (อ้วนๆ) กันทั้งนั้นครับ เอเธอกินอะไรเป็นอาหารหนอครับ....

  • ไข่มดแดง แต่ละไข่อวบอิ่ม เธอกินอะไรกันเข้าไปครับ ไม่เห็นต้องหายาบำรุงเหมือนเราเลย เค้าคิดได้ไงหนอ...

  • ไส้เดือนใต้ดิน เธอกินอะไรครับ ทำไมตัวอ้วนเชียวครับ...

  • หมูเถื่อน ไก่เถื่อน กระรอก เก้ง กวาง มูสัง (มดสัง) ตะกวด ...และอื่นๆ เธอกินอะไรกันครับผม...

  • และตัวอย่างอื่นๆ

  • ใครเลี้ยงใคร....ใครอุ้มใคร....ใครชูใคร....ใครเกื้อใคร...ใครกูลใคร...ใครพึ่งใคร....ใครพาใคร.... ใคร(กิริยา)ใคร....ฯลฯ

  • ธรรมชาติ....เลี้ยง....ธรรมชาติ   ได้จริงหรือ....

  • เทวดา...พระแ่ม่ต่างๆ...รุกขเทวดา...พระภูมิเจ้าที่...ฯลฯ มีส่วนอย่างไร....

  • แล้วคนเราหล่ะครับ...เกื้อกูล พึ่งพา สนับสนุน วงจร ธรรมชาติเลี้ยงธรรมชาติ ได้อย่างไร....

  • อื่นๆ....เชิญท่านบรรเลง

เพ้ออีกแล้ว......... "The Root of Knowledge is in Nature; without Root, it is Fruitless."

ขอบคุณมากครับผม

เม้ง