เป็นเรื่องเล่าครับ

วานนี้เป็นวันที่เหนื่อยมากวันหนึ่งของชีวิต  ทั้งกายใจ  (ความรู้สึกประมาณว่ากำลังสอบเอ็นทร๊าน)

หลังจากประชุมกับผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อแลกเปลี่ยนความเข้าใจต่อกัน

ใช้เวลาตั้งหลายชั่งโมง  เพื่อให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนกันได้อย่าง      เปิดเผย  และพยามชี้ประเด็น  เพื่อให้แต่ละคน  แต่ละฝ่ายได้ตอบ      คำถาม      อธิบาย  และแสดงความรู้สึกรับผิดชอบต่อเรื่องราวตางๆที่เกิดขึ้น  ทั้งหมดเพื่อมุ่งหวังให้ได้รู้  เห็นเข้าใจ  และให้อภัย

โดยใช้สมมุติฐานว่า

    ทุกๆคนจะพูดจากใจจริงๆ  ด้วยจิตที่เมตตา

    มีเป้าหมายร่วมกันที่ความเข้าใจอันดี

    ถ้าเราไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างแต่ก็เป็นการเปิดประเด็นที่ชัดเจน

    ว่าเรามีประเด็นที่ติดใจ  ข้องใจเรื่องอะไร

   จะเชื่อใจในสิ่งที่แต่ละคนได้กล่าวมา เพราะเชื่อในความดีงาม

   พื้นฐานของการให้อภัย  มองกันแบบพี่น้องมากกว่าอื่นๆ

    ยึดหลักเวทีเพื่อทำความเข้าใจให้อภัย  ไม่ใช่เวทีที่จะลงโทษกัน

    เชื่อว่าจะเกิดสิ่งที่ดีงามจากการสื่อสารโดยตรง  จริงๆ

    เชื่อว่าถ้ายังไม่สามารถสรุปได้  ก็จะมีเวที่พี่น้องคุยกันเช่นนี้ต่อไป

 

หลังจบจากเวทีประชุม  มีความรู้สึกที่ดีใจที่ได้ทำให้เกิดเวที  แต่ก็ไม่มั่นใจในผลลัพธ์เท่าใดนัก  แต่ก็คิดว่าเป็นเจตนาที่ดี

 

   เข้าสู่เรื่องราวครับ

           ประชุมแล้วเสร็จ  ถึงบ้านก็สามทุ่ม  รู้สึกมึนๆ และตื้อๆ

            ทันใดนั้นก่อนที่ผมก็หลับตาลงก็นึกถึงคนไข้

             ที่รับไว้และมีแผนว่าจะส่งไปเชียงใหม่พรุ่งนี้

              คุณลุงมาด้วยเจ็บท้องขวาบน  มา สามวัน  ไม่มีไข้ มีตับโตและตาเหลืองร่วมด้วย  และสงสัยน่าจะมีอะไรในตับ  นัด US 21.00น

             แต่ผมก็รู้สึกไปไม่ไหว จึงเลื่อนนัดเป็น 23.30 น

           แบบว่าจะของีบก่อนสักเล็กน้อย  พอมีแรงกายใจที่จะเดินต่อไป

 

              เมื่อตื่นมาก็ไปหาคุณลุง

  รู้สึกดีที่ท่านยังไม่หลับ  เมื่อฟังปอดก็มีปัญหาเล็กน้อยจึงพ่นยาก่อน

  ผมต้องเอาลุงไปตรวจ ultrasound  ตามที่สัญญานะครับ.....

  จะได้รู้ว่าเป็นอะไร  พรุ่งนี้ก็จะส่งไปเชียงใหม่ด้วยนะครับ

 

      คืนนี้ขอทำหน้าที่คนส่งคนไข้  เพราะต้องเข็นรถนั่งมารับไปตรวจ US ข้างนอก   รู้สึกเข้าใจ  จนท.เข็นเปล  เพราะวันนี้ได้ทำงานของเขา

          จากผลตรวจ   ลุงอาจจะเป็นถุงน้ำดีอักเสบ 

       จึงเขียนใบส่งตัวเพื่อไปตรวจเพิ่มเติมและพบศัลยแพทย์พรุ่งนี้

 

   กว่าจะเสร็จก็ 01.30 น 

  เดินกลับลงมาคิดว่า 

อาชีพนี้มันแตกต่างที่  ความรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบ

  ความรูสึกที่ต้องเข้าใจในความต้องการและความคาดหวังของ

  ผู้ที่ต้องการให้เราช่วยเหลือ

  ทั้งที่บางครั้งเราก็ไม่ค่อยจะพร้อม  แต่ก็จำเป็น

 

วันนี้ก็เช่นกัน   หลังเลิกงานตรวจที่  คลินิกฝากครรภ์ 16.20 น

ก็ต้องขูดมดลูกคนไข้ที่เลื่อนออกไปตั้งแต่เช้า  เสร็จก็ 16.50 น

 

เรื่องราวหลายสิ่งที่ผ่านเข้ามาดูแน่นเต็มความคิดความรู้สึก

  แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องไม่ให้กระทบคือเรื่องคนไข้ 

  ที่ก็ยังรออยู่....(แต่จริงๆก็มีผลบ้าง)