ครั้งนี้ขอเล่าเรื่องใกล้ตัวบ้างเผื่อว่ามีท่านผู้อ่านสนใจเดินทางมาคว้าปริญญาจากประเทศอินเดียไปนอนกอดอีกสักใบ แต่จะขอเล่าเฉพาะระบบการศึกษาในระดับปริญญาเอกก่อน ส่วนระดับปริญญาตรีและปริญญาโทหากมีโอกาสจะเล่าสู่กันฟังในคราวต่อไป
มหาวิทยาลัยมัดราสจะเปิดรับใบสมัครเพื่อขอแอ็ดมิสชั่นเข้าเรียนในระดับปริญญาเอกอยู่ 4 ช่วงคือ มกราคม เมษายน กรกฏาคม และ ตุลาคม ของทุกปี และทางมหาวิทยาลัยจะเปิดขายใบสมัครก่อนช่วงรับใบสมัครหนึ่งเดือนเช่น รับใบสมัครในช่วงเดือนมกราคม จะเปิดขายใบสมัครในเดือนธันวาคม อย่างนี้เป็นต้น
แต่สิ่งสำคัญที่สุดผู้สมัครจะต้องหาอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้ได้เสียก่อน
ขั้นตอนในการหาอาจารย์ที่ปรึกษาผู้สมัครจะต้องเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์ไปนำเสนออาจารย์ที่สามารถเป็นที่ปรึกษาได้เพื่อตรวจดูก่อนว่าท่านนั้นมีความชำนาญในสาขาที่เราจะทำการวิจัยหรือไม่ หากอาจารย์ท่านนั้นอ่านดูแล้วและพอใจในโครงร่างที่เรานำเสนอ ท่านก็จะตกลงพิจารณารับอยู่ในการกำกับการดูแลการทำวิทยานิพนธ์
จากนั้นอาจารย์ที่ตกลงรับเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อทดสอบทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ รวมทั้งความสามารถทางด้านภาษาและจะซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่เราจะดำเนินการวิจัยโดยใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง หากว่าสอบผ่านขบวนการดังกล่าวแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาจะทำหนังสือพร้อมกับลายเซ็นจากคณะกรรมการ 3 ท่านเพื่อแนบกับใบสมัครเพื่อยื่นขอแอ็ดมิสชั่นจากมหาวิทยาลัยเป็นขั้นตอนต่อไป
เมื่อยื่นใบสมัครเพื่อขอแอ็ดมิสชั่นแล้ว จะต้องรอให้คณะกรรมการมหาวิทยาลัยประชุมอนุมัติแอ็ดมิสชั่นอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อได้แอ็ดมิสชั่นจากมหาวิทยาลัยแล้ว ผู้สมัครจะต้องทำเรื่องถึงกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ หรือ Ministry of Human Resource ของประเทศอินเดียเพื่อดำเนินการขอ Research Visa ขั้นตอนนี้ก็ต้องรออย่างน้อย 6 เดือนเช่นกัน
เมื่อได้รับจดหมายอนุมัติวีซ่าจากกระทรวงทรัพยากรมนุษย์แล้ว สามารถนำจดหมายฉบับดังกล่าวไปยื่นขอ Research Visa ที่สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยได้เลย จากนั้นว่าที่นักศึกษามหาวิทยาลัยมัดราสจะต้องเดินทางมาอินเดียเพื่อลงทะเบียนเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยด้วยตนเอง จากนี้ไปถือได้ว่ามีสิทธิ์เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมัดราสแล้วกึ่งหนึ่ง เหตุใดจึงเรียกว่ากึ่งหนึ่งเดี๋ยวจะเล่าในขั้นต่อไปครับ
พอลงทะเบียนได้ครบหนึ่งปีแล้วทางมหาวิทยาลัยจะทำการสอบ Common Methodology โดยเป็นข้อสอบกลางจากมหาวิทยาลัย ทุกปีการศึกษาจะมีการจัดสอบอยู่สองครั้งคือเดือนสิงหาคมและเดือนกุมภาพันธ์ ทางมหาวิทยาลัยให้สิทธิ์นักศึกษาแต่ละคนสอบเพียงสองครั้งเท่านั้น หากครั้งแรกไม่ผ่านให้สอบได้อีกหนึ่งครั้ง หากสอบไม่ผ่านทั้งสองครั้ง ทางมหาวิทยาลัยจะถอนสิทธิ์การเป็นนักศึกษาทันที (หากไม่ลงทะเบียนใหม่ ก็ต้องหอบของกลับบ้าน)
หากว่าสอบผ่าน Common Methodology จากข้อสอบกลางของมหาวิทยาลัยแล้ว ทางคณะจะทำการสอบความก้าวหน้าการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาแต่ละคนอีก โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมงเช่นกัน หากว่าสอบผ่านจากคณะแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาที่ทำหนังสือแจ้งไปที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับผลการสอบ
จากนั้นมหาวิทยาลัยจะออกหนัง Confirm registration ให้กับนักศึกษา เมื่อได้รับจดหมายฉะบับนี้แล้ว นั่นแสดงว่าเราได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์แบบและมีสิทธิ์ส่งวิทยานิพนธ์ให้กับมหาวิทยาลัย
จะเรียนจบหรือไม่จบตอนนี้อยู่ที่ความสามารถของแต่ละบุคคล หลักสูตรปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมัดราสให้เวลา 5 ปีต่อได้ไม่เกินสองปี แต่นักศึกษาสามารถส่งงานวิทยานิพนธ์ได้หลังจากครบ 3 ปี แต่ถ้าใครจบหลักสูตร M.Phil (หลักสูตรก่อนดอกเตอร์ ) สามารถส่งงานได้หลังจากครบสองปี
เมื่อนักศึกษาเขียนงานนิพนธ์เสร็จและผ่านการตรวจทานจากอาจารย์ที่ปรึกษาเรียบร้อยแล้วจะต้องส่งวิทยานิพนธ์ที่เข้าปกเรียบร้อยให้กับมหาวิทยาลัยจำนวน 6 เล่ม จากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะตั้งกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์ขึ้น 3 คนประกอบไปด้วย กรรมการจากมหาวิทยาลัยภายในรัฐ 1 คน กรรมการจากมหาวิทยาลัยนอกรัฐ 1 คน และกรรมการจากต่างประเทศอีก 1 คน
ขั้นตอนในการตรวจวิทยานิพนธ์จากคณะกรรมทั้งสามใช้เวลาอย่างน้อย 8 เดือนอาจจะนานเป็นปีก็ได้แล้วแต่ว่าจะตรวจเสร็จเร็วหรือช้า
เมื่อมหาวิทยาลัยมัดราสได้รับรายงานการตรวจวิทยานิพนธ์จากคณะกรรมการทั้งสามท่านเรียบร้อยแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะแจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาได้รับทราบ
จากนั้นทางคณะจะตั้งกรรมการขึ้น 1 ท่านโดยเชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยอื่นเพื่อทำการสอบปากเปล่าหรือที่เรียกว่า Viva voce เป็นการสอบแบบเปิดโดยการเชิญบุคคลที่สนใจเข้าร่วมฟังและซักถามได้ตามอัธฌาสัยใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง
เมื่อตอบคำถามที่ถูกซักถามจากกรรมการและจากผู้เข้าร่วมรับฟังโดยไม่ติดขัดในเนื้อหาที่ได้ทำการวิจัย กรรมการท่านนั้นก็จะเซ็นอนุมัติจบการศึกษาระดับปริญญาเอกให้ทันทีพร้อมกับคำว่า “Congratulation Doctor….”
ทั้งหมดนี้คือเส้นทางของนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมัดราสทุกคนที่ต้องเผชิญ สรุปแล้วแต่ละคนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 5 ปีจึงจะจบการศึกษารวมทั้งข้าพเจ้าด้วย ตอนนี้เกือบจะเข้าโค้งสุดท้ายแล้ว..............
หมายเหตุ ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศจะต้องส่งสำเนาปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียนไปให้ AIU (Association of Indian University) ตรวจสอบพร้อมกับรับรองปริญญาเสียก่อนจึงจะมีสิทธิ์สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมัดราสได้
สวัสดีค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ที่อินเดียอยู่หรอค่ะ ยังจำกันได้ไหม พอดีเรียน ป.บัณฑิต ได้เรียนกับผศ.อรอนงค์ และได้เรียน วิชาประกันคุณภาพ อาจารย์ให้ ทำ KM และเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ อาจารย์แนะนำเลยแวะเข้ามาคุย สบายดีนะคะ
สวัสดีครับ ตอนนี้กลับจากอินเดียแล้วครับ กำลังจะกลับเข้าทำงานในมหาวิทยาลัย มีโอกาสคงได้เจอกันที่มหาวิทยาลัย
ประกาศๆๆๆ อาจารยืหายไปนานอย่างน่าใจหาย อิอิๆๆๆ
สวัีสดีครับ ขอแสดงความยินดีความสำเร็จที่ได้รับครับี
ผมเองก็เป็นเด็กนักเรียนที่จบป.ตรีและโทที่ประเทศอินเีดียที่รัฐอุตรประเทศครับ ป.โทนั้นผมจบได้ในระดับ Second division ครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึงกลับเมืองไทยเนื่องจากเกรดไม่ถึงที่จะต่อในระดับปริญญาเอก แต่ผมก็ยังคงมุ่งหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะต้องเรียนในระดับปริญญาเอกให้ได้ อาจารย์ช่วยแนะนำให้ผมได้มั้ยครับ เพื่อกรุยทางสู่ความฝันของผมให้จงได้ครับ
ผมมีคำถามอยากจะถามสัก สอง สามข้อครับ
1.ผมจบด้านวรรณคดีอาหรับ ที่ม.มัดราส มีสาขานี้มั้ยครับ
2.ค่าใช้จ่ายประ็มาณเท่าไหร่(ละเีอียด)
3.จำเป็นต้องอยู่ที่อินเีดียหรือไม่ครับระหว่างเขียนวิทยานิพนธิ์(มีภรรยาและลูกแล้ว)
สวัสดีครับ อาจารย์
คือ ผมอยากทราบว่า ทางมหาวิทยาลัยมัดราสนั้น
มีการเปิดในหลักสูตร ระดับปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ หรือเปล่าครับ
เพราะ อยากไปเรียนต่อ ที่ ประเทศอินเดียจริงๆ
อยากทราบรายละเอียดครับ
รบกวนอาจารย์ ช่วยดูข้อมูลให้หน่อย
เพราะดูในเว็บแล้วก้อไม่เห็นมีรายละเอียดบอก
มากเท่าไหร่
แล้วในเรื่องของ ค่าใช้จ่าย แพงมากมั้ยครับ
แล้วการหาที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะลำบากมั้ยครับ
รบกวนอาจารย์ตอบผมด้วย
ขอบคุณมากครับ
มีครับ แต่การหาอาจารย์ที่ปรึกษาค่อนข้างยากมากครับ ส่วนค่าใช้จ่ายก็คงไม่ต่างจากเมืองไทยในปัจจุบันนี้ครับ