ผมหายไปหลายวันเนื่องจาก 8-15 ก.ย.ไปศึกษาดูงานด้านการศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ กลับมาก็มีงานต้องทำเร่งด่วนหลายเรื่อง ตั้งใจจะเล่าเรื่องการศึกษาที่นิวซีแลนด์ก็ยังไม่มีโอกาสเล่าตอนนี้ อีกไมกี่วันจะนำมาเล่ากันยาวทีเดียว
เมื่อวานนี้(17 ก.ย.) ได้รับเชิญไปร่วมประชุมระดมความคิดแนวทางแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา เรื่องการกระจายอำนาจเขตพื้นที่การศึกษา ที่ห้องกำแหงพลางกูร สกศ. เพื่อนำเสนอกระทรวงฯ มีผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญมาจากหลายสาขามาให้ทรรศนะกันหลายคน โดยมี ดร.ดิเรก พรสีมา เป็นประธาน
สาระสำคัญที่ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะไว้มีหลายประการ ผมจะยกเฉพาะประเด็นที่มีความเห็นร่วมกันมาก และเป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วนในเรื่องการกระจายอำนาจฯ ซึ่งมักจะมาลงที่ส่วนกลาง(ศธ.และสพฐ.) ว่าต้องเร่งทำในเรื่องต่อไปนี้
1.เร่งทบทวน/ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ ให้เกิดความคล่องตัวขต่อผู้ปฏิบัติในทุกเรี่อง
2.กำหนดกรอบนโยบาย/ดำเนินการในเรื่องที่เป็นปัญหาความต้องการจำเป็น เพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่สถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา แต่ไม่ใช่คิดงานให้โรงเรียนทำมากมายเหมือนปัจจุบัน(คุณพ่อคุณแม่รู้ดี) เรื่องสำคัญที่ต้องหาทางช่วยเช่น
- ลดภาระงานอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอนของครู (เช่นงานธุรการ) ให้ครูได้อยู่ในห้องเรียนให้มากที่สุด รวมทั้งลดจำนวนนักเรียนต่อห้องให้น้อยลงด้วย
-มีหน่วยงานผลิตสื่อ/นวัตกรรม/เครื่องมือประเมินผลสนับสนุนช่วยเหลือครู เพื่อครูจะได้มีเวลาว่างเตรียมการสอนมากขึ้น
-สนับสนุนทรัพยากรที่เป็นงบประมาณลักษณะเงินอุดหนุนให้หน่วยปฏิบัติ ที่มีฐานข้อมูลตามความต้องการจำเป็น อย่างพอเพียงและเป็นธรรม ให้เขาสามารถบริหารให้เกิดความคล่องตัว
- การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องเป็นไปตามความต้องการจำเป็นจริงๆ และต้องไม่พยายามดึงครูออกจากโรงเรียนไปอบรม(เช่นเรื่องเลื่อนวิทยฐานะที่ผ่านมา เสียหายมาก)
-พัฒนาระบบนิเทศติดตามประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ โดยต้องจัดกระบวนทัพใหม่ พัฒนาศน.ให้เป็นที่ยอมรับมากกว่านี้
-ปรับระบบประเมินเลื่อนวิทยฐานะที่มุ่งเน้นผลที่เกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่เกิดจากการปฏิบัติจริง ไม่ใช่ดูจากการเขียนผลงานทางวิชาการ หรือดูหลักฐานที่ทำขึ้นมาภายหลังที่ไม่ใช่ชีวิตจริง
-คัดเลือกคนที่มาเป็นผู้บริหารที่ฝีมือเยี่ยมจริงๆ(เร่งด่วน) เพราะผู้บริหารจะเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายอำนาจ รวมทั่งเร่งผลิตครูมืออาชีพ เช่นคุรุทายาท ฯลฯ ให้มากขึ้น เพราะครูต้องเก่งจึงจะพัฒนาผู้เรียนได้ดี
-บอกให้ชัดถึงบทบาทกรรมการสถานศึกษาว่าจะให้เขาทำอะไร เป็นโค๊ช หรือเป็นไลน์แมน หรือเป็นอะไร ในท่ามกลางบริบทที่หลากหลายของสถานศึกษาปัจจุบัน
-การประเมินผลการปฏิบัติงาน ขอให้ประเมินที่ผลสัมฤทธิ์ โดยดูจากมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาในเรื่องกระบวนการทำงาน
ฯลฯ
ในส่วนของเขตพื้นที่การศึกษา ก็ต้องปรับวัฒนธรรมการทำงานเสียใหม่ เช่น พัฒนาบุคลากรในสำนักงานให้เป็นนักจัดการที่มีประสิทธิภาพ เป็นหน่วยบริการช่วยเหลือสนับสนุนโรงเรียนอย่างแท้จริง(เซเว่นอีเลพเว่น) สนับสนุนให้มีเครือข่ายวิชาชีพที่เข้มแข็ง จัดระบบกำกับติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ไม่สร้างภาระและปัญหาให้โรงเรียน ยืดหยุ่นพร้อมรับปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เลิกวัฒนธรรมการประเมินที่ให้ครูต้องจัดแฟ้มมากมาย รวมทั้งควรจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทำงาน ฯลฯ
ในส่วนของโรงเรียนก็ต้องมีการทำงานที่เป็นระบบ ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางที่แน่ชัด สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และฝ่าฟันให้ถึงจุดหมาย ด้วยวิธีการที่หลากหลายอย่างเป็นเอกภาพ มีระบบกำกับติดตามประเมินผล และนิเทศภายในอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ระดมความคิดแนวทางแก้ปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจเขตพื้นที่การศึกษา
ลดภาระงานอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอนของครู (เช่นงานธุรการ) ให้ครูได้อยู่ในห้องเรียนให้มากที่สุด รวมทั้งลดจำนวนนักเรียนต่อห้องให้น้อยลงด้วย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
walker · 18 ก.ย. 2550
กุลิ · 18 ก.ย. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 18 ก.ย. 2550
เธียรไชยา · 18 ก.ย. 2550
Prof. Vicharn Panich · 18 ก.ย. 2550
ตันติราพันธ์ · 18 ก.ย. 2550
ถ้าอ่านให้ดีจะเห็นว่าข้อเสนอของผู้ทรงคุณวุฒิ(ที่มาจากครูและผู้บริหารหลายคน) ล้วนหาทางช่วยเหลือครูเพื่อให้ครูได้ทำงานตามภารกิจหลักของตน ไม่ใช่หัวไม่วางหางไม่เว้นเหมือนทุกวันนี้ รวมทั้งขอให้ส่วนกลางกระจายอำนาจมาที่หน่วยปฏิบัติอย่างแท้จริงด้วย พร้อมทั้งมีตัวช่วยไม่ใช่หางานมาเพิ่มที่โรงเรียน ถ้าทำได้น่าจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจครูนะ
"ลดภาระงานอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอนของครู (เช่นงานธุรการ) ให้ครูได้อยู่ในห้องเรียนให้มากที่สุด รวมทั้งลดจำนวนนักเรียนต่อห้องให้น้อยลงด้วย"
ขอให้ทำเรื่องที่ยกมานี้อย่างเร่งด่วนก่อนได้ไหมเพราะคุณภาพการศึกษาที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของนักเรียน ตราบใดที่ครูต้องไปทำงานอย่างอื่นไม่ได้อยู่กับนักเรียน แล้วจะเอาคุณภาพของนักเรียนมาจากไหน ถ้านักเรียนไทยไม่มีคุณภาพ ถามว่าจะมีคำถามอะไรขึ้นบ้าง ?