กล่าวกันว่า ฮอร์โมนโกรธ (growth hormone) เป็นฮอร์โมนแห่งความเป็นหนุ่มสาว วันนี้มีคำแนะนำดีๆ จากท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษฎา ศิรามพุชมาฝากครับ...

กล่าวกันว่า ฮอร์โมนโกรธ (growth hormone / GH) เป็นฮอร์โมนแห่งความเป็นหนุ่มสาว วันนี้มีคำแนะนำดีๆ จากท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษฎา ศิรามพุชมาฝากครับ...

อาจารย์กฤษฎาแนะนำวิธีเพิ่มฮอร์โมนโกรธไว้ในนิตยสารใกล้หมอ ฉบับเดือนสิงหาคม 2550

ฮอร์โมนโกรธทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ข่าวร้ายคือ หลังจากอายุ 25 ปีแล้ว ฮอร์โมนนี้จะลดลง 15% ทุกๆ 10 ปี

เมื่อคนเรามีอายุ 60 ปี... ฮอร์โมนโกรธจะลดลงเหลือต่ำกว่า 10% ของวัยหนุ่มสาว ทำให้เรารู้สึกล้าๆ เพลีบๆ นอนหลับไม่สนิท หน้ามืดง่าย ความจำแย่ลง คิดอะไรๆ ได้ช้าลง แถมยังมีริ้วรอยแห่งความชราชัดเจนขึ้น

ข่าวดีคือ มีวิธีกระตุ้นต่อมใต้สมองให้สร้าง และหลั่งฮอร์โมนโกรธตามธรรมชาติดังต่อไปนี้

(1). ออกกำลังกาย:

  • ควรออกกำลังวันละ 30 นาที สัปดาด์ละ 5-6 ครั้ง อย่าออกๆ หยุดๆ แบบผีเข้าผีออก เพราะจะทำให้ต่อมใต้สมองงง และอาจหลั่งฮอร์โมนนี้น้อยลง

(2). นอนให้พอ:

  • นอนให้พอ และนอนตรงเวลาทุกวัน...
  • การเปลี่ยนเวลานอนบ่อยๆ อาจทำให้ต่อมใต้สมองงง และหลั่งฮอร์โมนนี้น้อยลง

(3). นอนหัวค่ำหน่อย:

  • ช่วงเวลานาทีทองของการหลั่งฮอร์โมนโกรธอยู่ในช่วง 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า
  • การเข้านอนหัวค่ำหน่อยน่าจะดีกว่านอนดึก

(4). เลี่ยงความเครียด:

  • ความเครียดทำให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ฮอร์โมนความเครียดออกฤทธิ์ต้านฮอร์โมนโกรธ ทำให้แก่เร็ว

(5). ทำสมาธิ:

  • การฝึกสมาธิช่วยฟื้นฟู และปรับสภาพต่อมใต้สมองให้ทำงานดีขึ้นมาก
  • พวกเราอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนับลมหายใจเข้าออกอย่างน้อยวันละ 10 นาที

(6). ลดเหล้า+กาแฟ:

  • เหล้าและกาแฟอาจรบกวนการสร้าง และหลั่งฮอร์โมนโกรธได้

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และมีฮอร์โมนโกรธพอดีไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

ข่าวประกาศ...                                                  

  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย และใช้เวลาเตรียมเขียนเรื่องใหม่+แก้ไขคำหลัก (keywords) ย้อนหลัง

ขอแนะนำ...                                                    

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช > ใกล้หมอ Health & Well-Being > ปี 31 ฉบับ 7 สิงหาคม 2550 > หน้า 30-33.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 17 กันยายน 2550.