ยุติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้แล้ว...

     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมสัมมนาเว็บมาสเตอร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ณ โรงแรมรอยัลเบญจา กรุงเทพมหานคร….. <p>     เมื่อวันที่ 9-12 กันยายน 2550 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมสัมมนาเว็บมาสเตอร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ณ โรงแรมรอยัลเบญจา กรุงเทพมหานคร โดยมีรองเลขาธิการ กพฐ. นางมัณฑนา ศังขะกฤษณ์  เป็นประธานในพิธี  ดร.สุวัฒน์ ศักดิ์ตรีศูล ผอ.สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน กล่าว รายงาน คณะวิทยากรเช่น พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ให้ความรู้ เกี่ยวกับ พรบ.ฉบับใหม่ที่เกี่ยวข้องเว็บไซต์ ให้ผู้ดูแลรับผิดชอบเว็บไซต์ ถึงแนวปฏิบัติ ข้อปฏิบัติต่าง ๆ และข้อกฎหมายที่ท่านผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทั้งหลายควรจะทราบไว้....</p><p>“พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้แล้ว”….. </p><p>     ปัจจุบันโลกแห่งของอินเทอร์เน็ต โลกของคอมพิวเตอร์ เป็นโลกที่กว้างใหญ่ ไร้พรมแดน สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าชม และเชื่อมถึงกันโดยเกือบจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ</p><p>นี่คือ "ดาบสองคม"</p><p>     เพราะในขณะที่การส่งข้อมูลข่าวสารในโลกของคอมพิวเตอร์ มีการเชื่อมต่อ และส่งถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ในมุมกลับกันหากข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมุลเท็จ หรือข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่บุคคลหรือส่วนรวมก็ย่อมจะเกิดผลร้ายอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน การส่งภาพโป๊ คลิปแอบถ่าย ภาพลามกหรือข้อความใส่ร้ายป้ายสีใครต่อใคร เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกอินเทอร์เน็ต ยิ่งกว่านั้นอาชญากรรมในโลกอินเทอร์เน็ตนับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การฉ้อโกง การหลอกลวง ฯลฯ</p><p>     ข่าวดี...ขณะนี้เรามีกฎหมายใหม่ออกมาบังคับใช้ เพื่อควบคุมเกี่ยวกับการกระทำความผิดในระบบคอมพิวเตอร์ คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2550 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป</p><p>     ท่านผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือระบบคอมพิวเตอร์ทราบหรือไม่ว่า การกระทำใดบ้างที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ผู้กระทำผิดจะได้รับการลงโทษมากน้อยเพียงใด พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้คือใคร มีอำนาจอย่างไร</p><p>     หากลองศึกษากฎหมายฉบับดังกล่าว จะพบว่าการกระผิดของผู้ใช้บริการระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่ถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฏหมายมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้แก่ ข้อมูลอันเป็นเท็จที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย ข้อมูลความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายรวมถึงการนำข้อมูลลามกอนาจารเข้าใปในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งคนอื่น ๆ สามารถเข้าไปดูข้อมูลนั้นได้ (มาตรา 14)</p><p>     ไม่ใช่แค่ผู้นำข้อมูลเหล่านี้เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ เท่านั้นที่มีความผิด ผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ ก็ถือว่ามีความผิดได้รับโทษเช่นเดียวกัน (มาตรา 14)</p><p>     นอกจากนี้ การนำเข้าภาพต้ดต่อ ภาพดัดแปลงด้วยวิธีการใด ๆ ของบุคคลอื่นเข้าไประบบคอมพิวเตอร์โดยมีเจตนาให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ก็ถือเป็นความผิดต้อโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 16)</p><p>     ใครที่ถูกนำภาพไปตัดต่อ ในลักษณะดังกล่าวสามารถดำเนินการร้องทุกข์ได้หรือถ้าผู้เสียหายตายไปเสียก่อน พ่อแม่ สามีภรรยาหรือลูก ยังมีสิทธิ์ร้องทุกในฐานะผู้เสียหายได้ ต่อไปนี้ ใครที่ชอบเอาภาพดารา ภาพคนดัง หรือภาพตัดต่อ ดัดแปลงของใครต่อใครเข้าไปโพสในเว็บไซต์ต้องระวังตัว !!!</p><p>    ส่วนท่านบรรดาแฮกเกอร์ทั้งหลาย ฟังให้ดี ท่านจะได้รับโทษจากการกระทำของท่านดังนี้ถ้าท่านจะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่เขามีมาตราการป้องกัน มีความผิดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 5) และถ้าท่านได้เข้าไปดูข้อมูลของเขาด้วยแล้วละก็จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 7) ยิ่งกว่านั้นถ้าท่านทำการปลอมแปลง ทำลาย แก้ไขข้อมูลความพิเวตอร์ของผู้อื่น หรือทำการใด ๆ ที่ไประงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนการทำงานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น มีโทษจำคุกสูงสุดถึงยี่สิบปี (มาตรา 9 , 10 และ 12)</p><p>     ส่วนพวกที่ชอบดับกรับข้อมูลของผู้อื่นระหว่างการส่งข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายนี้ด้วยโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 8)</p><p>     พวกที่ชอบส่งอีเมล์ที่ปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มา เช่น สแปมเมล์ ทำให้รบกวนการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นก็ถือว่ามีความผิดต้องโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (มาตรา 11)</p><p>     การเผยแพร่เนื้อหาืที่มีลักษณะข้างต้นนี้ ไม่ว่า่จะเผยแพร่จากเคื่องคอมพิวเตอร์ พีดีเอ โทรศัพท์มือถือ หรือระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ก็ล้วนแต่มีความผิดเช้่นกัน</p><p>     สำหรับผู้ให้บริการ เช่น อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ไอเอสพี กลุ่มผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ชนั้นกฎหมายกำหนดให้เก็บข้อมูลการเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน เพื่อใช้ติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ซึ่งถ้าผู้ให้บริการรายใดไม่ปฏิบัติตามนี้ มีโทษปรับสูงสุดถึงห้าแสนบาท (มาตรา 26)</p><p>     อีกทั้งกฎหมายฉบับนี้ ยังได้ให้อำนาจศาลยุติธรรมสั่งระงับหรือบล็อกเว็บไซต์ ที่มีถ้อยคำเนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที อาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยายานหลักฐาน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับได้</p><p>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.korat6.go.th นะครับผม...แล้วพบกันใหม่ครับ</p>