เมื่อวานนี้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดกับผู้ป่วย อันอาจทำให้เกิดอันตราย...หนึ่งในเรื่องนั้นคือ เทคนิคการให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อ(Muscle relaxant)
การให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เป็นอัมพาตทำให้ง่ายต่อการควบคุมหายใจและการผ่าตัด เป็นเทคนิคที่เราใช้กันอยู่ประจำ เรามักให้ S.cholineยาหย่อนกล้ามเนื้อชนิด depolarizing ที่ออกฤทธิ์เร็วหมดฤทธิ์เร็วใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นเรามักเลือกที่จะให้ ยาหย่อนกล้ามเนื้อชนิด non- depolarizing ต่อเพราะหากผ่าตัดนานก็สามารถเติมได้อีกเรื่อยๆและแก้ฤทธิ์ของยาได้
และคราวนี้ มีการให้ succinylcholine แทรกระหว่างการใช้ non-depolarizing muscle relaxant ขณะผ่าตัด.....ซึ่งอาจารย์บอกว่า ไม่มีใครเขาทำกัน...เราเลยเอามาพูดคุยกันค่ะ….
เป็นผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 45 ปี เป็นหญิงอ้วน..BW 70 kg BMI 31
วินิจฉัยโรคเป็นก้อนเนื้องอกมี่เต้านมข้างซ้าย (Lt. Breast mass) มาทำผ่าตัดเพื่อตัดออกในวงกว้าง (wide excision)
ประเมินความเสี่ยงทางวิสัญญีเป็น ASA class 2 (Obesity) airway ปกติ
เทคนิคการดมยาสลบเลือกเป็น General anesthesia with balanced technique with endotracheal tube ค่ะ
นำสลบและใส่ท่อช่วยหายใจ (Induction and Intubation) ได้ปกติ แล้วให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อขณะ maintenanceเป็น non-depolarizing ที่ออกฤทธิ์สั้น การผ่าตัดยังไม่เสร็จแต่ยาหย่อนกล้ามเนื้อหมดฤทธิ์ซะก่อน ผู้เฝ้ามิได้พิจารณาเติมให้ก่อนหมดฤทธิ์ ผู้ป่วยคล้ายขยับจนแพทย์ผ่าตัดเร่งให้ผู้ดมยาทำให้ผู้ป่วยนิ่งโดยไวเพราะทำผ่าตัดไม่สะดวก ทำให้แพทย์ที่ดมยา(ปีหนึ่ง...มือใหม่)รีบร้อน ตัดสินใจเติมยาหย่อนกล้ามเนื้อที่มีในมือ คือ S.choline เข้าไป...ซึ่งอย่างที่อาจารย์บอกค่ะว่า ไม่มีใครเขาทำกัน...
ถามว่าแล้วอันตรายไหม.....
คำตอบ........
ยาหย่อนกล้ามเนื้อชนิด depolarizing (Succinylcholine)....ออกฤทธิ์คล้าย acetylcholine โดยเป็น agonist จับกับ nicotinic cholinergic receptor ทำให้ Na+ และ K+ channel เปิด และเกิด depolarizing เนื่องจาก succinylcholine สลายตัวช้ากว่า acetylcholine ทำให้ depolarizing คงอยู่นานและreceptor ไม่สามารถตอบสนองต่อ acetylcholine จึงเกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ
ส่วนยาหย่อนกล้ามเนื้อชนิด non-depolarizing.....ออกฤทธิ์โดยแย่งจับ nicotinic cholinergic receptor ทำให้กล้ามเนื้อไม่ตอบสนองเมื่อมีกระแสประสาทสั่งมา และเป็นอัมพาตตลอดเวลาที่ยายังจับอยู่กับ receptor
แต่ด้วยการออกฤทธิ์ของยาหย่อนกล้ามเนื้อทั้งสองประเภทนั้นจะต่างกัน...จึงไม่มีใครวกกลับมาให้ S.choline แทรกขณะใช้ ยาหย่อนกล้ามเนื้อชนิด non-depolarizing อีก..... เพราะทำให้ยากในการวิเคราะห์ฤทธิ์ของยาว่าการหย่อนของกล้ามเนื้อนั้นจากฤทธ์ของยาตัวใด และถ้าเสร็จผ่าตัดผู้ป่วยยังไม่หายใจก็ทำให้ยากหากคิดจะแก้ฤทธิ์ยาเพราะเทคนิคต่างกัน...เรียกได้ว่า...มันทำให้เราวุ่น... มันงง....
การเติมยาให้คราวนี้ไม่มีอันตรายแก่ผู้ป่วยเพราะหลังจากเติมแล้ว การผ่าตัดยังคงดำเนินไปอีกนาน ทำให้ยาตัวที่เติมนั้นหมดฤทธิ์ไปเองก่อนเสร็จผ่าตัด
....แต่อาจารย์อีกท่านก็ได้กลับมาให้ข้อคิดว่า.... หากเกิดผู้ป่วยกลับมาหายใจตอนใกล้เสร็จผ่าตัดล่ะ...สัก 5 นาทีก่อนเสร็จผ่าตัดจะให้ได้ไหม?
คำตอบคือ...ไม่ควรเลยเด็ดขาด เราอาจจะให้ยาดมสลบเพิ่มหรือใช้ยาสลบชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดเติมได้
การตัดสินใจให้ไปนั้นเพราะตื่นตระหนก รีบร้อนตัดสินใจ..ด้วยขาดประสบการณ์ จึงร่วมกันวิเคราะห์และมีคำแนะนำดังนี้
1. ควรใช้ manual ventilation บ้างเพื่อให้ได้ความรู้สึกของการกลับมาหายใจของผู้ป่วยจากความรู้สึกตึงที่มือของ reservior bag
2. สังเกตคลื่นของ et.Co2 ก็สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยเริ่มจะกลับมาหายใจ ควรเติมยา
3. ทราบขนาดของยาและระยะเวลาการออกฤทธิ์ จึงควรใส่ใจเติมยาให้เหมาะกับสถานการณ์ของการผ่าตัด
4. วางแผนการทำงานในการเตรียมพร้อมของยาให้พร้อมใช้ทันที
5. สอบถามผู้รู้หรือมีการกำกับดูแลใกล้ชิด
6. ร่วมกันปรึกษาและแก้ไขปัญหา
......บันทึกนี้มีเผื่อเพื่อนวิสัญญีด้วยกันอาจจะนำไปเป็นข้อคิดและปฏิบัติ ที่ไม่ต้องลงทุนเรียนด้วยตัวเอง...นำมาเผื่อแผ่เพื่อนๆค่ะ .......
ขอชื่นชมแพทย์ที่นำเอาประสบการณ์นี้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ได้ทบทวนและได้รับการร่วมแลกประสบการณ์จากอาจารย์หลายๆท่านค่ะ...ขอบคุณค่ะ
พ่อดอกมะลิเพื่อนฉัน
แม่ไม้ดำหอม
พ่อดอกมะลิ เพื่อนฉัน
พ่อดอกมะลิ เพื่อนฉัน
แก้มยุ้ยน้องรัก
ยังไม่หายเลย แต่ดีขึ้นนิดหน่อย แอบสารภาพว่าวันก่อนเห็นคุณยายยกของหนักแล้วจะล้ม เลยเผลอเข้าไปช่วย ปรากฏว่าคุณยายต้องกลับมาช่วยเราแทน อิ อิ เจ็บหลังจี๊ดเลยอ่ะ แต่ดีนะไหวตัวทันรีบปล่อยของลง เลยไม่มากเท่าไหร่ คุณยายคงเซ็ง นึกว่าจะมีคนช่วยถือ เป็นเด็กเป็นเล็กสู้ยายไม่ได้ ฮึ
มาจุ๊บเติมอีกที…
ปล. มีเรื่องว่าจะรบกวนเพื่อนพี่หน่อยอ่ะ ไม่รู้ว่าพอจะหาซื้อของอย่างนึงที่ญี่ปุ่นให้ได้มั้ย น่าจะวางขาย 22 นี้นะ เดาเอา ราคาร้อยเยนเอง แต่อยากได้สัก 3-4 อัน เป็นของเล่น เดี๋ยวกลับบ้านจะเอาลิงค์มาปะไว้ให้ดูว่ามันคืออะไร อยากได้มากเลยอ่ะ ช่วยหน่อยๆ
แม่ไม้ดำหอม
พ่อดอกมะลิ เพื่อนฉัน
อันนี้ค่ะพี่ เป็นที่กดๆ เหมือน Bubble wrap แต่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก พี่ตุ๋ยช่วยเดาว่าน่าจะขาย 22 เดือน 9 แต่ไม่รู้ปีนี้หรือเปล่า หรือออกมานานแล้วก็ไม่รู้ และเดาว่าชิ้นละร้อยเยนจากตัวเลขที่เห็น ถ้าหาซื้อได้และร้อยเยนจริงๆ อยากฝากซื้อสัก 5 อัน จะกดให้นิ้วบวมไปเลย ชอบมาก แอบโรคจิตเล็กๆ
http://www.asovision.com/putiputi/movie.html
ถ้าซื้อได้มันมี 5 สี เอาอย่างละสีเลยก็ได้ค่ะพี่ ดีใจล่วงหน้า แต่ถ้าลำบากก็ไม่เป็นไร จะลองดูว่ามีขายออนไลน์เมื่อไหร่ เมื่อกี้ไปดูอีกทีน่าจะวางแผง 22/9/07 นี่ล่ะ ราคา 100 เยน กดได้ 10,000 ครั้ง อิ อิ ถูกใจจ๊อดจริงๆ พี่ตุ๋ยเป็นคนแนะนำให้ลองมาถามพี่ Mitochondria ดูเพราะอยู่ญี่ปุ่น ไม่งั้นก็มืดแปดด้านเหมือนกัน
น้องซูซาน
แม่ไม้ดำหอม
เห็นราคาแล้วเหงื่อตกสำหรับของเล่นติงต๊อง แต่ก็ยังอยากได้อยู่ดี งั้นเอาสองอันแล้วกันค่ะพี่ ลดงบประมาณลงหน่อย แต่ขอเป็นสีฟ้ากับสีขาวอย่างละอัน ของหนูอันของหลานอันนึง (โรคจิตทั้งคู่) แล้วเดี๋ยวส่งที่อยู่ไปทางอีเมล์ให้นะคะ
ถ้าซื้อเรียบร้อย+ค่าจัดส่งแล้ว แจ้งหนูมาทางอีเมล์ได้เลยว่าจะให้โอนเงินไปให้ที่บัญชีไหน (มีบัญชีแบงค์ในไทยมั้ยคะ) เดี๋ยวหนูจะให้อีเมล์ไปตอนส่งที่อยู่ให้พี่นะคะ ขอบพระคุณที่เป็นธุระให้ในเรื่องต๊องๆ อย่างนี้
พ่อดอกมะลิจ๋า