" การที่เด็กไม่รู้ ไม่ได้แย่ไปกว่าการได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่ไม่รู้เลย "

      ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะอยู่บ้าน และเมื่อมีโอกาศก็มักจะไปละหมาดร่วมกับคนอื่นๆที่สุเหร่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่ได้มีโอกาศได้มาสุเหร่าอีกครั้ง  เวลาที่เราอยู่บนสุเหร่าจะเป็นเวลาที่เราต้องสำรวมและสงบนิ่ง ถ้าหากจะพูดคุยกันก็เพียงแต่น้อย เบา และเท่าที่จำเป็น 

                ผมเข้ามาช้าหน่อย แถวที่นั่งจึงค่อนไปทางด้านหลัง และสามารถมองเห็นได้เกือบทุกคน ถัดขึ้นไปหนึ่งแถว มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุราวๆหกเจ็ดขวบ นุ่งโสร่ง สวมหมวกปิเยาะห์ ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน ด้านหลังมีลายสกรีนสีขาวเป็นตารางสี่เหลี่ยม และด้านในช่องสี่เหลี่ยมก็มีภาพสกรีนของสัตว์ทะเล ( Marine life ) น่าจะเป็นเสื้อจากบริษัทดำน้ำที่ใหนซักแห่ง  ภาพที่เห็นและจำได้ก็มี เต่าหญ้า ( Olive ridley turtle ), ปลาฉลามลายเสือดาว (Leopard shark) และ ปลาสิงโต ( Lionfish ) ฯลฯ
                ภาพปลาเหล่านั้นทำให้ผมเผลอใจ ลอยแว๊บ.บ..บ ออกนอกสุเหร่าไปโผล่แถวๆเกาะสิมิลัน นึกถึงวันนั้นที่ได้ดำน้ำแถวๆเกาะเจ็ด หรือเกาะ"ปายู"  ยังจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่สามซึ่งผมเริ่มจะคุ้นเคยกับลูกตะกั่ว 3 ลูกที่เอว (ที่ใช้ถ่วงเพื่อการควบคุมการดำลงสู่ความลึก นำหนัก 3 กก.)และด้วยทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม จึงทำให้การดำน้ำวันนั้นค่อนข้างสนุกและตื่นเต้น จุดจำกัดความลึกของผมอยู่ที่ 18 เมตร และตรงความลึกนี้ผมได้เจอกับ ปลาสิงโตตัวหนึ่ง สีออกดำแดงและมีแถบสีขาวสลับสวยงาม   "ริต้า"คือครูฝึกและบั๊ดดี้ ได้เขียนชื่อลงบนกระดานพลาสติกเล็กๆบอกให้ผมรู้ว่านั่นคือ " Miles's lionfish " หรือเจ้า "ปลาสิงโตปีกจุด" นั่นเอง และพร้อมๆกับกำมือทั้งสองข้างยื่นออกไปด้านหน้าในระดับหน้าอก ทำอยู่อย่างนั้นสองครั้งผมจึงรู้ว่า เจ้าปลาสิงโตตัวนั้นมีพิษและอาจเป็นอันตราย การรักษาระยะห่างจึงเป็นการดีที่สุด     ห่างจากนั้นออกมาราวๆสามสี่เมตรผมก็เจอกับเจ้า "ปลาฉลามลายเสือดาว" มันนอนสงบนิ่งสบายใจอยู่บนพื้นทราย ปกติมันไม่ใช่สัตว์ที่ขี้อาย แต่เมื่อผมเข้าใกล้มันมากเกินไป มันก็จะรักษาระยะห่างเอาใว้เหมือนเดิมอีก วันนั้นผมสนุกจนเพลินและลืมเช็คดูอากาศภายในถัง และเผลอลงไปที่ระดับ  22 เมตร  เพราะความตื่นเต้นและระดับความลึกที่ไม่คุ้นเคยผมจึงใช้อากาศมากเกินไป     ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมเริ่มรู้สึกอึดอัดและหายใจลำบาก  จึงส่งสัญญาณให้ ริต้า รู้ เป็นอันว่าผมต้องขึ้นสู่ผิวน้ำด้วย Regulator ของริต้า เพราะมีอากาศเพียงพอที่จะทำการพักเพื่อความปลอดภัยที่ระดับ 10 เมตร และ 5 เมตร ตามลำดับ
                 จาก สิมิลัน ผมก็แว็บ.บ..บ กลับมาที่หมู่เกาะห้อง,กระบี่อีกที วันนั้น(จำไม่ได้แล้วว่าวันใหน) ผมกำลังพายคายัคอยู่ด้านหลังเกาะห้องพร้อมกับแขกชุดหนึ่ง ขณะที่เรากำลังเพลินกับทิวทัศน์รอบๆ เต่าตัวหนึ่งก็โผล่หัวขึ้นมาหายใจและลอยตัวอยู่ใกล้ๆกับเรือคายัค มันดูคล้าย"เต่าหญ้า"มาก  แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นก่อนที่มันจะหายไป แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุด มันน่ารักมากเลยครับ  ไม่ง่ายเลยที่จะได้มีโอกาศเจอกับเพื่อนร่วมโลกที่เรามักจะได้เห็นก็เฉพาะแต่ในหนังสือ ทีวี และสวนสัตว์เท่านั้น
                  ขณะนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็เห็นผู้ชายวัยสูงอายุซักราวๆ หกสิบต้น ยื่นมีอไปสะกิดสีข้างเด็กชายคนนั้นค่อนข้างแรง สังเกตจากเสียงและอาการสะดุ้งโหยง พร้อมๆกับเสียงกำชับที่แสดงออกถึงความไม่ค่อยพอใจเท่าใหร่นักว่า "ทีหลังมึงอย่าไส่เสื้อตัวนี้มาอีกน่ะ เต่าก็มี ใส่ขึ้นมาบนสุเหร่าได้ไง..!"  เด็กคนนั้นพยักหน้ารับคำพร้อมด้วยใบหน้าที่ถอดสีอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามนั่งก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา และค่อยๆถอยร่นลงไปจนแถวหลังสุด
                 ใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สวดมนต์ถูกๆผิดๆ เพราะคิดถึงแต่เด็กคนนั้น  หลังจากเสร็จการละหมาด ผมพยายามมองหาเด็กผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง  ผมอยากเข้าไปปลอบเขา อยากจะบอกชื่อสัตว์ทุกชนิดที่เสื้อของเขาให้เขารู้จัก อยากเล่าให้เขาฟังว่าเวลาที่ผมได้สำผัสกับสัตว์พวกนั้นแบบใกล้ๆนั้นมันวิเศษขนาดใหน แต่สายไปครับ เด็กคนนั้นหายไปแล้ว.......
         ถ้าผมอยู่ในฐานะที่จะคุยกับผู้ใหญ่คนนั้นได้ ผมจะบอกกับท่านว่า " ถ้าท่านเชื่อในพระเจ้า ท่านก็ควรเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าสร้าง  และถ้าท่านเคารพในพระเจ้า ท่านก็ควรจะเคารพในสิ่งที่พระเจ้าสร้างด้วย "  แต่ถึงผมจะมีโอกาศอย่างนั้นก็คงเปล่าประโยชน์และเสียเวลาเปล่า เพราะผมไม่อาจจะรินชาลงในแก้วใบนั้นได้ แม้จะเป็นแก้วใบใหญ่ แต่มันก็มีชาอยู่เต็มแก้วแล้ว   แต่ถ้าผมเสียเวลานั้นไปกับเด็กผู้ชายคนเดิม สิ่งที่ตอบรับกลับมาน่าจะคุ้มค่ากว่ากันมาก เพราะแก้วใบเล็กๆของพวกเขา " พร่อง " อยู่ตลอดเวลา
                   ผมเชื่ออยู่เสมอว่า " วันนี้คงจะไม่มีแสงแห่งความรู้ที่สว่างจ้าของ สืบ นาคะเสถียร ถ้าวันนั้นไม่มีใครมองเห็นลำแสงเล็กๆที่กระพริบเหมือนหิ่งห้อย ของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง "
          คืนนี้  ลำแสงดวงเล็กๆดวงหนึ่ง ได้ถูกเป่าให้ดับในสถานที่อันศักดิ์ศิทธ์
                " ขอพระผู้เป็นเจ้า ประทานลำแสงดวงน้อย กลับคืนให้เด็กคนนั้นด้วยเถิด..อามีน.."